โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา! กังวลแนวทางย้ายช้างป่า หลัง “หูพับ” เสียชีวิต

INN News

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตาในขณะนี้ คือกรณีการเสียชีวิตของ “ช้างสีดอหูพับ”ซึ่งกลายเป็นคำถามสำคัญถึงมาตรฐานการปฏิบัติงาน และเบื้องหลังของการสั่งย้าย

ความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชน เพจ Elephant Hearts Thailand ได้เผยแพร่ข้อกังวลของ นายดุลสิทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิช้างป่ารอยต่อห้าจังหวัด โดยระบุว่า เดิมทีช้างป่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามหลัก “ห้ามจับ ห้ามล่า” แต่ปัจจุบันมีการปรับแก้กฎหมาย เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐสามารถจับช้างไปกักขังหรือปรับพฤติกรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นายดุลสิทธิ์มองว่า แนวทางดังกล่าวสะท้อนปัญหาการปกป้องถิ่นอาศัยที่ไม่เพียงพอ เมื่อพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวและพื้นที่อุตสาหกรรม สัตว์ป่าจึงถูกผลักออกจากถิ่นเดิมและถูกมองเป็น “ปัญหา” มากกว่าทรัพยากรธรรมชาติที่ควรอนุรักษ์

ในกรณีช้างสีดอหูพับ ซึ่งมีอายุประมาณ 10–12 ปี นายดุลสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า มีรายงานการยิงยาซึม ถึง 5 ดอก และมีการระดมเจ้าหน้าที่จำนวนมาก อาจทำให้เกิดความเครียดรุนแรงพร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน เพจชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ เปิดเผยความคืบหน้าการร้องเรียนต่อ สัตวแพทยสภา โดยระบุว่า มีผู้ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสัตวแพทย์ในวันเกิดเหตุแล้ว ทั้งนี้ สัตวแพทยสภาเป็นองค์กรตามกฎหมายที่มีอำนาจควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ และพิจารณาบทลงโทษทางใบอนุญาต หากพบการกระทำผิดจริงขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

ด้านความเคลื่อนไหวในระดับวุฒิสภา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงว่า กลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทประมาณ 5–6 จุด เป็นผู้ยื่นร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งย้ายช้าง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบางจุดอาจมีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ เช่น การนำที่ดิน สปก. ไปประกอบกิจการร้านกาแฟ หรือจัดกิจกรรมท่องเที่ยว รวมถึงบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบความผิดจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายชีวะภาพได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ควรถูกถอดบทเรียน เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการและเคลื่อนย้ายช้างป่าในอนาคต

ขณะนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ท่ามกลางการจับตาของสังคมที่รอคำตอบอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากขั้นตอนปฏิบัติการ ปัจจัยแวดล้อม หรือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้น

ท้ายที่สุด เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่เหตุการณ์หนึ่งในภารกิจเคลื่อนย้ายช้างป่า แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนทั้งการใช้ที่ดิน การบังคับใช้กฎหมายยังต้องหาคำตอบร่วมกันต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...