โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TRUE พุ่ง 3% รับตั้งรัฐบาล-ดาต้าเซ็นเตอร์ JPMorgan อัพเป้าใหม่ 16.70 บ. ชูกำไรโตแกร่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 03.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ณ เวลา 10:28 น. อยู่ที่ระดับ 13.80 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.99% สูงสุดที่ระดับ 13.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.16 พันล้านบาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางหุ้น TRUE โดยให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 15.70 บาท ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคประเมินรูปแบบราคาเริ่มแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) เพื่อสร้างฐานใหม่หลังจากการพักฐาน โดยให้แนวรับที่ 13.20 บาท และแนวต้านที่ 13.60 – 14.00 บาท หากราคาสามารถทะลุผ่าน (Break) กรอบแนวต้านดังกล่าวไปได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 14.50 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop loss) ที่ 12.80 บาท

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าจะได้รับปัจจัยบวก (Sentiment) จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศ รวมถึงทิศทางการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data center) ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นหลังจากการเดินหน้านโยบาย Thailand FastPast ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตในการส่งข้อมูล

ส่วนของการประเมินมูลค่า (Valuation) มองว่าหุ้น TRUE ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก (Upside) โดยปัจจุบันมีค่า Forward PE อยู่ที่ 18.6 เท่า ขณะที่คาดการณ์กำไรจะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 170% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่มีค่า PE ระดับ 20.8 เท่า และคาดการณ์กำไรเติบโตเพียง 11% จากปีก่อนหน้าแล้ว ถือว่า TRUE มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกันเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น TRUE เป็น "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (OVERWEIGHT) พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 16.70 บาท (มี Upside ราว 25%) โดยมองว่าการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ภายหลังการขายหุ้นของเทเลนอร์ (Telenor) ออกไป จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ประกอบกับผลงานที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี นิติบุคคล ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 2566–2568 เติบโต 22%, ผลตอบแทนจากเงินทุนที่ลงทุน (ROIC) ปรับตัวดีขึ้น 4 จุดเปอร์เซ็นต์, อัตราส่วนหนี้สินปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.4 เท่า จากเดิม 5.2 เท่า และบริษัทได้กลับมาจ่ายเงินปันผลอีกครั้ง

ทั้งนี้ JPMorgan คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานของ TRUE จะเติบโตในอัตราทบต้นต่อปี (CAGR) ที่ระดับราว 14% (ระหว่างปี 2568–2571) โดยมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569-2570 มากกว่า 10% และมีอัพไซด์ต่อเงินปันผลราว 25% เมื่อเทียบกับประมาณการของตลาด (Consensus) ซึ่งการปรับราคาเป้าหมายและการ Re-rating ในครั้งนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไรและการปรับปรุงโครงสร้างการคืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...