โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กรภัทร” ชี้ตลาดผิดหวังถ้อยแถลง “ทรัมป์” กดหุ้นผันผวน แนะจัดพอร์ต Barbell ชูพลังงานเด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 04.05 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 2 เม.ย. 2569 ว่า ตลาดการเงินทั่วโลกตอบสนองเชิงลบต่อถ้อยแถลงล่าสุดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดหวังว่าจะเห็นสัญญาณที่นำไปสู่การเจรจาและการยุติสงครามอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทยอยอ่อนตัวลงต่อเนื่องในช่วง 2 วันก่อนหน้า

อย่างไรก็ดีเนื้อหาที่ประกาศออกมากลับสะท้อนว่า หากการเจรจาโดยรวมยังไม่เกิดขึ้น สถานการณ์อาจยืดเยื้อออกไปอีก 2-3 สัปดาห์ และยังมีการเน้นประเด็นปฏิบัติการต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันกลับมาดีดตัว และทำให้ตลาดหุ้นต้องเผชิญกับความผันผวนต่อไปในระยะสั้น

KSS ระบุว่า แม้ตลาดจะผิดหวังกับน้ำเสียงดังกล่าว แต่หากพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์ ยังประเมินภาพรวมเป็นลักษณะการคลี่คลายความขัดแย้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังคงสมมติฐานหลักว่าสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะทยอยดีขึ้น และสงครามมีโอกาสยุติได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2569 เพียงแต่ระหว่างทางความผันผวนจะยังไม่หมดไป

อีกทั้งสหรัฐฯแสดงท่าทีว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง เนื่องจากตนเองและพันธมิตร (เช่น เวนเซุเอลา) มีปริมาณสำรองน้ำมันมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว ในขณะที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดเปราะบางสำคัญสำหรับประเทศต่างที่นำเข้าน้ำมันตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตามมีข้อมูลว่า ไทยเป็นหนึ่งใน 7 ชาติ (และ 1 ใน 2 ชาติในอาเซียนร่วมกับมาเลเซีย) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งส่งผลให้ไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง (Feedstock) เพียงพอไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ปัจจัยนี้ทำให้เริ่มมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาซื้อหุ้นในตลาดไทย

สำหรับกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยระยะสั้น KSS ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,460-1,450 จุด และแนวต้านที่ 1,484 จุด โดยมองว่าการลงทุนระยะสั้นยังเหมาะกับหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหลัก ขณะที่นักลงทุนระยะกลางถึงยาวสามารถใช้จังหวะการย่อตัวของหุ้นในกลุ่มที่ถูกกดดันจากสงครามเป็นโอกาสในการสะสม

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำให้จัดพอร์ตแบบ “Barbell Portfolio” โดยแบ่งน้ำหนักการลงทุนออกเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ เช่น หุ้นในกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมี ซึ่งคาดว่าจะยังมีแรงหนุนต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 1 ไตรมาส

ขณะเดียวกันอีกฝั่งหนึ่งควรทยอยสะสมหุ้นที่เสียประโยชน์ได้รับแรงกดดันจากภาวะสงครามและราคาน้ำมันสูง แต่ยังมีคุณภาพกำไรและแนวโน้มเติบโตระยะกลางถึงยาวที่ดี ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว โรงแรม ICT และนิคมอุตสาหกรรม เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลง

นอกจากนี้ยังมองว่าหากสถานการณ์คลี่คลายได้เร็ว ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้ามามากขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากรอบการทบทวนดัชนี MSCI ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีโอกาสที่หุ้นไทยบางตัวจะผ่านเกณฑ์เข้าคำนวณดัชนี ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทยยังซื้อขายในระดับมูลค่าที่มีส่วนลดเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ จึงอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ไทยกลับมาโดดเด่นได้ หากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย

ทั้งนี้ KSS มองว่าระดับราคาน้ำมันดิบในกรอบ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับที่เหมาะสมต่อบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากยังเอื้อต่อผลประกอบการของกลุ่มพลังงาน ขณะที่ภาคธุรกิจโดยรวมยังสามารถปรับตัวรองรับต้นทุนได้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายตามคาด ราคาน้ำมันมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลงในช่วงที่เหลือของปี แต่ไม่น่าจะปรับลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงสร้างการส่งออกและการขนส่งพลังงานยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...