บล.พาย แนะ “ซื้อ” CPN เป้า 78 บาท รับแผนลงทุน 5 ปี 1.1 แสนล้าน หนุนโตระยะยาว
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 03.24 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(26มี.ค.69) ว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN วานนี้ CPN มีการแถลงแผนธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดการลงทุนว่าจะมีการลงทุนรวมประมาณ 110,000 ล้านบาท ลงทุนทั้งในส่วนของธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้า ธุรกิจ โรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจศูนย์การค้ามีการเปิดเผยโครงการใหม่ครั้งแรกได้แก่ โครงการ เมืองแห่งอนาคตที่ย่านรังสิต จากที่ดินทั้งหมด 750 ไร่ โดยจะพัฒนา เป็นรูปแบบ Mix-Used เฟสแรกคาดว่าจะเปิดในช่วงปี 2572-2573
สำหรับโครงการอื่นๆ ที่สำคัญคือการพัฒนาพื้นที่บริเวณเซ็นทรัลพระราม 9 เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น Central GR9 ที่จะเพิ่มพื้นที่ขายอีกประมาณ 45,000 ตร.ม. ซึ่งจะเปิดได้ในช่วงปี 2571 เป็นต้นไป
ส่วนการเปิดศูนย์ใหม่ในปี 2569 จะเหลือ 2 แห่งได้แก่ขอนแก่นเคมปัส เปิดเดือน พ.ค. และเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ที่จะเปิดในเดือน ก.ค. ส่วน โครงการ The Central ด้วยผลกระทบด้านแรงงานก่อสร้างทำให้เลื่อนการเปิดไปเป็นต้นปี 27 แทน โดยในปี 27 จะมีเปิดโครงการ เซ็นทรัลที่สยามสแควร์อีก 1 แห่ง
ด้านธุรกิจโรงแรมในปี 2569 จะเปิดเพิ่ม 6 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Go จำนวน 5 แห่ง และแบรนด์ Oakwood หาดใหญ่ อีก 1 แห่ง มีห้องพักรวม ประมาณ 557 ห้อง (ปัจจุบันมีอยู่ 1,860 ห้อง) ส่วนอสังหาริมทรัพย์มี แผนเปิดคอนโด 2 แห่งภายใต้แบรนด์ Phyll ที่ขอนแก่นและนครปฐม รวมทั้งหมด CPN ตั้งเป้ารายได้ในกลุ่มค่าเช่าที่ระดับ 6-9% ส่วนกลุ่ม โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์รวมกันคาดว่าจะทรงตัว
สำหรับผลกระทบจากเหตุไม่สงบในตะวันออกกลาง เบื้องต้น CPN แจ้ง ว่ายังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนในแง่ของยอดขายร้านค้า และจำนวนผู้เข้าศูนย์ ส่วนผลกระทบจากต้นทุนสาธารณูปโภคที่จะมีการปรับขึ้นในอนาคต (ต้นทุนสาธารณูปโภคส่วนที่ CPN ไม่สามารถผลักให้ผู้เช่าได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของรายได้ค่าเช่า) CPN มีการปรับลดการใช้ พลังงานลงเช่นปรับเปลียนเวลาการเปิดเครื่องท าอากาศในศูนย์การค้า รวมถึงลดค่าใช้จ่ายต่างๆลง ซึ่งหากจ านวนผู้เข้าศูนย์ยังเติบโต อาจจะทำให้ผลกระทบดังกล่าวต่อความสามารถในการทำกาไรไม่มากนัก
โดยคงประมาณการปี 69 ไว้เท่าเดิม จากแผนธุรกิจและเป้าการเติบโตที่ผู้บริหารคาดไว้ ยังใกล้เคียงกับที่ประเมินรายได้ว่าจะเติบโต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (52,779 ล้านบาท) จึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมที่ 18,728 ล้านบาท (+6%YoY นับเฉพาะกำไรปกติ ) สำหรับคำแนะนำการลงทุนจากแผนธุรกิจที่ยังมีการเปิดศูนย์ใหม่และจะหนุนให้ธุรกิจยังเติบโตได้ดีในอนาคตจึงยังคำาแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและะประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 78 บาท (18.7XPER’26E ค่าเฉลี่ย หลังเหตุการณ์ Covid)