โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สนทนากับท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ว่าด้วยทูลกระหม่อมแม่ ประวัติศาสตร์ และชีวิตข้าราชการกรมศิลป์ฯ

Khaosod

อัพเดต 24 ก.ย 2562 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2562 เวลา 09.06 น.

สนทนากับท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ว่าด้วยทูลกระหม่อมแม่ ประวัติศาสตร์ และชีวิตข้าราชการกรมศิลป์ฯ – BBCไทย

“มั่นใจในสิ่งที่ทำ-กล้าตั้งคำถาม-กล้าคิด-ไม่กลัว” ลักษณะนิสัยอย่างน้อย 4 ประการที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน บอกว่าเป็นสิ่งที่เธอมีเหมือนทูลกระหม่อมแม่—ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา

อาจด้วยนิสัยและวิธิคิดเหล่านี้เองที่ทำให้ท่านผู้หญิงสิริกิติยาหรือที่เพื่อนร่วมงานและสื่อมวลชนเรียกสั้น ๆ ว่า “คุณใหม่” มีความมั่นใจและมีความสุขกับการทำโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวังบวรสถานมงคลหรือ “วังหน้า” ที่เธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมานานแรมปี

คุณใหม่ยอมรับว่าตอนที่เริ่มทำโครงการ มีคนตั้งคำถามเหมือนกันว่าแน่ใจหรือว่าจะทำงานนี้ เพราะประวัติศาสตร์วังหน้าเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก รูปแบบที่นำเสนอก็ไม่เคยมีใครทำมาก่อน อาจจะมีคนไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วย

“แต่เราไม่เคยคิดแบบนั้นเลย เพราะเป็นคนที่มั่นใจ ถ้าเลือกที่จะทำอะไร แปลว่าคิดมานานหลายวัน คิดมานานหลายเดือนแล้ว ที่ทำแบบนี้เพราะว่าเรามั่นใจในสิ่งที่ทำไป” คุณใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ถึงวันนี้ เมื่อได้ยินชื่อ “คุณใหม่” หลายคนจะคิดถึง “วังหน้า” เพราะเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่เธอขลุกอยู่กับงานนี้ทั้งในฐานะคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ในฐานะนักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ กรมศิลปากร และในฐานะผู้มีเชื้อสายราชวงศ์จักรี

จากงานแรก คือ นิทรรศการวังน่านิมิต ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (มิ.ย. 2561) สู่งานที่สอง คือ วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องวังหน้าผ่านการตีความของศิลปินร่วมสมัย ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (มี.ค.-เม.ย. 2562) จนมาถึงผลงานล่าสุดคือการนำเสนอนิทรรศการวังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา ในรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล” บนแพลตฟอร์มของกูเกิลอาร์ตแอนด์คัลเจอร์ (ก.ย. 2562) พลังและความมุ่งมั่นของคุณใหม่ไม่ได้ลดลงเลย แม้เธอจะแอบบอกเราว่า “บางทีก็ท้อบ้าง เพราะงานมันยาก” แต่เมื่อได้เห็นคนไทยแม้เพียงหนึ่งคนสนใจประวัติศาสตร์ไทยขึ้นมาบ้าง เธอก็มีแรงฮึดขึ้นใหม่ทุกครั้งไป

เหนือสิ่งอื่นใด งานทั้งหมดนี้ ทำให้เธอได้รู้จักและเข้าใจตัวเองดีขึ้น เพราะด้วยความที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา คุณใหม่รู้สึกว่ามีบางส่วนในชีวิตที่ขาดหายไป การกลับมาเมืองไทยและศึกษาประวัติศาสตร์ไทยคือการเติมเต็มชีวิตของเธอ

คุณใหม่ให้สัมภาษณ์พิเศษบีบีซีไทยในวันเปิดตัวนิทรรศการวังหน้านฤมิตฯ ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลเมื่อ 17 ก.ย. 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เธอทำงานในฐานะข้าราชการกรมศิลปากรครบ 3 ปีพอดี ต่อไปนี้คือความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จก้าวแรกของเธอ

ทูลกระหม่อมแม่

คุณใหม่พูดถึงตัวเองว่าเป็นคนที่มีความคิดเชิงนามธรรม (abstract) เป็นศิลปินและคิดไม่เหมือนคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่ว่าความคิดของเธอจะแปลกแหวกแนวแค่ไหน แม่ก็ไม่เคยปิดกั้น

“ท่านไม่เคยห้าม ไม่เคยจำกัด และท่านให้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกตลอดเวลา เพราะท่านรู้ว่าถ้าไม่ให้ออกไปเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือไปเจออุปสรรค เราก็ไม่โต ท่านค่อนข้างใจกว้างและสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าจะทำอะไร และคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนวิธีคิด ช่วยอะไรได้เยอะก็ทำ”

“ทุกอย่าง” ที่ว่านี้ รวมถึงการออกจากงานที่บริษัทแฟชั่นแบรนด์ดังในนิวยอร์ก มาอยู่เมืองไทยและรับราชการที่กรมศิลปากรเมื่อปลายปี 2559 ด้วย

“ท่านไม่เคยห้าม ไม่เคยจำกัด และท่านให้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกตลอดเวลา” คุณใหม่พูดถึงทูลกระหม่อมแม่

คุณใหม่ ซึ่งเรียนจบด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ตัดสินใจเข้ารับราชการที่กรมศิลปากรตามคำแนะนำของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังจากที่เธอค้นพบตัวเองว่าอยากทำงานที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตัวเองได้มากขึ้น

แม้ได้ทำงานในสิ่งที่รักและชอบอย่างแท้จริง แต่ชีวิตการทำงานในเมืองไทยก็ไม่ง่ายนักสำหรับคุณใหม่ และผู้ที่ช่วยให้เธอผ่านเรื่องยาก ๆ ไปได้ก็คือทูลกระหม่อมแม่

“มีอะไรก็ปรึกษาแม่ เวลาไม่เข้าใจอะไรหรือรู้สึกเครียด เพราะไม่เคยทำงานในระบบที่เป็นไทย ไม่เคยทำงานกับคนไทย บางทีวัฒนธรรมมันแตกต่างกัน ก็ปรึกษาว่าควรจะคิดยังไง ควรจะทำอะไรต่อ ควรจะเดินหน้าอย่างไรในฐานะคนที่ท่านทำงานมานานกว่า”

นอกจากที่เป็นที่ปรึกษา ทูลกระหม่อมแม่ยังให้กำลังใจด้วยการมาชมผลงานของคุณใหม่ทุกครั้ง

“แม่มาดูทุกงาน ดูอยู่นานเกิน 2 ชม. จริง ๆ แม่เป็นคนที่สนใจประวัติศาสตร์พอสมควร แม่ศึกษาและตั้งคำถามเยอะ เราไม่ได้ตามอินสตาแกรมของแม่ แต่มีคนบอกว่าท่านจะโพสต์รูปและเขียนบรรยาย (เกี่ยวกับนิทรรศการวังหน้านฤมิตฯ) ยาว”

ลูกสาวกับแม่ *และ “น้าน้อย” *

คุณใหม่บอกว่าเธอกับทูลกระหม่อมแม่มีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่าง

“เป็นคนที่กล้าตั้งคำถามเหมือนกัน เป็นคนที่กล้า เป็นคนที่ไม่กลัว ถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่เคยทำมาก่อน หลายคนอาจจะคิดว่าโอ๊ย ทำดีเหรอ เราทั้งสองคนจะไม่ค่อยสนใจว่าคนอื่นคิดยังไง…ถ้าเลือกที่จะทำอะไร แปลว่าเราคิดมาหลายวัน คิดมานานหลายเดือนแล้ว ที่ทำแบบนี้เพราะว่าเรามั่นใจในสิ่งที่ทำไป ถ้าไม่มั่นใจ คนจะไม่เชื่อในสิ่งที่เราทำ ซึ่งคล้าย ๆ กันกับแม่ จะเป็นคนที่มั่นใจ คือว่าถ้าตัดสินใจแบบนี้ เราก็ต้องมั่นใจ บางทีถ้าคนจะไม่ชอบเรา เราทำอะไรดีเท่าไหร่ เขาก็จะไม่ชอบอยู่ดี เราก็คิดแบบนี้ สองคนก็คล้าย ๆ กัน”

กรมสมเด็จพระเทพฯ เป็นอีกท่านหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อวิธีคิดและการทำงานของคุณใหม่ โดยเฉพาะงานด้านการศึกษาประวัติศาสตร์

“วิธีทำงานคล้าย ๆ กันมากเลยทีเดียว ก็เลยปรึกษาเรื่องงานเยอะ ท่านทรงให้ความสำคัญกับเรื่องวิธีการถ่ายทอดและการศึกษา จริง ๆ วิธีถ่ายทอดหรือสอนประวัติศาสตร์ของเราสองคนคล้ายกันมากเลย เช่น หาวิธีถ่ายทอดผ่านสื่ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนังสือ เช่น อาหาร ดนตรี หรือพาคนเข้าไปในพื้นที่จริง”

“เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์”

คุณใหม่ยอมรับว่าเหตุที่เธอสนใจและเลือกทำงานด้านประวัติศาสตร์ไทย รวมทั้งเลือกทำโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวังหน้านั้น “เป็นเรื่องส่วนตัวพอสมควร” ด้วยเหตุผลอย่างน้อย 2 ประการ

หนึ่ง-การที่เธอไม่ได้อยู่เมืองไทยทำให้เมื่อเติบโตขึ้นจึงรู้สึกว่า “มันมี 50 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นไทย แต่รู้สึกว่ามันมีส่วนหนึ่งของเราที่ขาดหายไป มันสับสน คนอื่นอาจคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เล็ก ไม่สำคัญ แต่มันสำคัญ” เธอจึงทุ่มเทศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเพื่อที่จะรู้จักและเข้าใจตัวเอง

สอง-เหตุที่เธอสนใจประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นยุคสุโขทัย อยุธยาจนมาถึงรัตนโกสินทร์ “อาจเพราะมันเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ครอบครัว…มันเป็นเหมือนวิธีที่จะกลับมาเข้าใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของตัวเอง เพราะเราเป็นเรา ทำให้เราสนใจมากขึ้น เพราะมันเหมือนวิธีที่ทำให้ประวัติศาสตร์ของตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อ”

ทุกครั้งที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีต่าง ๆ ในสถานที่สำคัญที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน คุณใหม่บอกว่าเธอจะรู้สึกปลื้มปิติและภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในพื้นที่นั้น

“ในฐานะที่เป็นคนที่ชอบประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม เราก็อึ้งเหมือนกัน และทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องปกป้องและทำงานด้านนี้ต่อไป”

ความรู้สึก “เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์” นี้เองที่เธออยากจะให้เกิดขึ้นในใจของคนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งคุณใหม่มองว่าเกิดขึ้นได้ยากหากระบบการศึกษาไทยยังสอนประวัติศาสตร์แบบท่องจำและทำให้เด็กไม่กล้าตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์

“เท่าที่สังเกต เด็กนักเรียนถูกสอนมาแบบท่องจำ ปัญหาคือถ้าเด็กไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เขาจะท่องจำไปเพื่ออะไร ท่องจำโดยที่เขาไม่รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง แล้วในอนาคต เขาจะจำเรื่องที่ท่องไปได้หรือเปล่า สิ่งที่อยากเห็นคือการสอนประวัติศาสตร์แบบ interactive (มีปฏิสัมพันธ์) เป็นเรื่องราวที่สนุก เด็กรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของมันและอยากดูแลมัน เพราะมันเป็นสิ่งที่มีชีวิต”

นอกจากนี้คุณใหม่ยังอยากเห็นการตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์มากขึ้นอีกด้วย เธอเองก็เคยตั้งคำถามกับนักวิชาการกรมศิลปากรจนหลายคนตกใจมาแล้ว

“ตอนนั้นมีนักประวัติศาสตร์มานั่งเล่าให้ฟัง เราก็ถามทำไม ทำไม ทำไม เขาก็เริ่มกังวล เราก็บอกว่าที่ถามนี่ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าที่สร้างขึ้นมาแบบนี้มันมีเหตุผลอะไร สิ่งต่าง ๆ ที่สร้างมานั้นเพราะอะไร ถ้าเราทำให้คนตั้งคำถามได้นี่คือประสบความสำเร็จ…แต่มันลำบากเพราะคนไม่กล้าที่จะตั้งคำถาม การตั้งคำถามไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่ บางทีการเรียนรู้ก็ต้องตั้งคำถาม”

ชีวิตข้าราชการกรมศิลป์ฯ

คุณใหม่ฝึกงานในกลุ่มงานวิชาการการอนุรักษ์ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 จนกระทั่งเดือน พ.ค. 2560 ก็ได้รับการบรรจุเป็นนักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ ซึ่งเธอบอกว่าได้ทำงานหลายอย่างจนค้นพบว่างานที่ชอบจริง ๆ คือการถ่ายทอดและสื่อสารประวัติศาสตร์ให้คนทั่วไปรับรู้ เข้าถึงและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้น

“ตอนนี้เป็นข้าราชการเต็มตัวค่ะ” คุณใหม่บอกกับบีบีซีไทยอย่างภูมิใจ

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร บอกว่ากรมศิลป์ฯ ดีใจที่คนรุ่นใหม่อย่างคุณใหม่เลือกมาทำงานที่นี่

“หลายคนมองว่ากรมศิลป์ฯ จะตกยุคอยู่รอมร่อแล้วแต่ท่านเลือกที่จะมาทำงานที่นี่ เป็นสิ่งที่ชาวกรมศิลป์ฯ ภูมิใจกันมาก โครงการต่าง ๆ ที่ท่านผู้หญิงทำ เช่น การจับมือกับ Google ในการทำพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลจะนำพากรมศิลป์ฯ ไปสู่โลกของคนรุ่นใหม่ และนำคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานมรดก ศิลปวัฒนธรรมของชาติ” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการวังหน้านฤมิตฯ ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล

ระบบราชการไทยเป็นอะไรที่หลายคนบ่นและวิจารณ์ แต่คุณใหม่เลือกที่จะเข้าสู่ระบบราชการด้วยความเต็มใจโดยไม่หวั่นไหวใด ๆ ทั้งสิ้น

“พอกลับมาเมืองไทยก็รู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไรก็ตามที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยได้มากขึ้น อยากทำงานอนุรักษ์ อยากทำงานประวัติศาสตร์ กรมสมเด็จพระเทพฯ เลยแนะนำให้ทำงานกรมศิลป์ฯ ตอนที่เข้าไปไม่ได้มี expectation (ความคาดหวัง) อะไรและไม่ได้กลัวอะไรเลย”

คุณใหม่บอกว่าช่วง 1-2 ปีแรกเป็นช่วงของการเรียนรู้ทุกอย่าง เธอจึงเปิดใจและความคิดรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างจากทุกคนในกรมศิลป์ฯ พร้อมกับตรวจสอบความคิดของตัวเองอยู่เสมอ

“เราต้องระวังสิ่งที่เราคิด จริง ๆ มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ ต้องฟังหลาย ๆ คน”

เธอว่าในทุกองค์กรย่อมมีบุคคลที่หลากหลาย สิ่งที่ต้องระวังก็คือคนเรามักจะคุ้นเคยกับการทำอะไรแบบเดิมหรือคิดแบบเดิมไปนาน ๆ จะเกิดความเคยชินและยากที่จะเปลี่ยนวิธีคิดหรือเปิดรรับข้อมูลใหม่ ๆ

คุณใหม่บอกว่าโครงการวังหน้าฯ มีลักษณะงานที่ใหม่และแตกต่างจากที่กรมศิลป์ฯ เคยทำอยู่ หลายคนอาจจะแปลกใจ แต่สุดท้ายแล้วก็พร้อมที่จะรับและทำงานร่วมกัน

คุณใหม่ยังสนุกกับงานที่กรมศิลป์ฯ เพราะคิดว่ายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับวังหน้า

“เป็นคนที่ตัดสินใจแล้วจะไปตามนั้นตลอดเลย…ตอนนี้ก็ดูว่าพื้นที่ตรงไหนน่าสนใจอีก เพราะพื้นที่วังหน้าทำต่อได้เลย เพราะมันมีหลายมิติ”

ถึงตอนนี้ คุณใหม่เข้าใจและรู้จักตัวเองมากขึ้นหรือยัง?

“ก็เข้าใจมากขึ้น รู้สึกว่ามั่นใจในสิ่งที่อยากทำ รู้ว่าอยากทำอะไร รู้ว่าอะไรสำคัญ แต่เราไม่ได้เลิกที่จะเรียนรู้…ทุกวันนี้เราก็ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น ถ้าจะบอกว่ารู้จักตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ไม่ใช่หรอก เดือนหน้าอาจจะไปเจออะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดก็ได้” คุณใหม่ทิ้งท้าย

Top tips ศึกษาประวัติศาสตร์แบบคุณใหม่

  • ความรู้ที่ได้ส่วนใหญ่มาจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์และผู้คน คุยกับคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่อย ๆ เก็บข้อมูล อาจใช้เวลานานหลายเดือนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถ่องแท้ จากนั้นนำข้อมูลทุกอย่างมาวิเคราะห์หาจุดเชื่อมโยง เพราะทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกัน เราเพียงต้องหาจุดนั้นให้เจอ
  • คนเรา ถ้าชินอยู่กับการทำงานอยู่ในพื้นที่ ทำงานกับสิ่งที่จับต้องได้ก็จะชินอยู่กับการทำงานในแบบเดิม ๆ แต่ถ้าเปลี่ยนแพลตฟอร์ม เราต้องคิดใหม่หมด ทั้งวิธีจัดแสดงและวิธีถ่ายทอดข้อมูล
  • ถ้าอยากเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีขึ้น ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย เราต้องเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้น
  • คนที่ทำงานด้านการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ มักคิดถึงเรื่องเครื่องมือในการเสนอก่อนที่จะคิดถึง story นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา จริง ๆ แล้วเราต้องสร้าง story ขึ้นมาก่อน เราต้องรู้ว่าใครเป็นพระเอกของเรื่องนี้และเราต้องการเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ทั้งหมดนี้จะบอกถึงเครื่องมือที่เราต้องใช้ มันอาจจะต้องใช้เวลาและยากลำบาก แต่ทั้งหมดนี้จะทำให้เราเลือกเครื่องมือได้ถูกต้อง
  • ต้องฟังเยอะ ๆ ถ้าเราไม่ฟัง เรามัวแต่จะพูด ๆ อย่างเดียว จะทำให้เราให้สิ่งที่เราเข้าใจเป็นแค่มุมมองของเรา แต่จริง ๆ มันเป็นสิ่งที่ผิดไป เพราะจริง ๆ แล้วประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ประกอบด้วยหลายมุมมอง ถ้าเรามัวแต่จะพยายามที่จะบังคับให้เรื่องราวเป็นไปในทางเราที่เราคิด มันก็จะผิด
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...