โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัยพยาธิตืดสุนัข ฟักตัวเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่าเจอซีสต์ตัวอ่อน200ก้อน

Khaosod

อัพเดต 17 มิ.ย. 2563 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 12.49 น.
เตือนภัยพยาธิตืดสุนัข พบฟักตัวเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่าเจอซีสต์ตัวอ่อน200ก้อน

เตือนภัยพยาธิตืดสุนัข พบฟักตัวเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่าเจอซีสต์ตัวอ่อน200ก้อน เผยอาการปวดท้อง น้ำหนักลด และตัวเหลือง ปวดหน้าอก หายใจถี่ และการไอ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เพจเฟซบุ๊กPDRC ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยภาพเอกซเรย์ เป็นภาพผู้ป่วยที่หาดูได้ยาก โดยผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก จากภาวะหัวใจโต พบเกิดจากพยาธิตืดสุนัขอยู่เต็มภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งพบเกิดขึ้นในต่างประเทศ

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยว่า ไม่ค่อยมีผู้ป่วยหัวใจโตอันเกิดจากก้อนซีสต์ไฮดาติดของพยาธิตืดสุนัขอยู่เต็มภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ จากสาเหตุการได้รับไข่พยาธิเข้าไป อาจจะด้วยสาเหตุกินอาหาร น้ำ ผักผลไม้โดยบังเอิญ หรือการคลุกคลีกับสัตว์ที่ติดเชื้อ

Nagaraja Moorthy และคณะ (2013) ตีพิมพ์เคสผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีหัวใจโตอันเกิดจากซีสต์ตัวอ่อนพยาธิตืดสุนัข Echinococcus granulosus ในวารสารวิชาการ J Am Coll Cardiol ที่มีรายงานน้อย ส่วนมากพบผู้ป่วยติดเชื้อนี้ที่ตับและปอด

ภาพนี้คือผู้ป่วยชายอายุ 25 ปี มาโรงพยาบาลด้วยอาการหายใจลำบากมานานเป็นเวลา 6 เดือน ผลการตรวจร่างกาย มีภาวะหัวใจเต้นเบามาก ส่วนการทดสอบสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจพบเป็นปกติ

ผลการเอกซเรย์ทรวงอก พบหัวใจโตผิดปกติ (A) เห็นภาพทึบขอบเขตชัดเจน (B)

การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจทางหน้าอกและการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร พบซีสต์จำนวนมาก มีลักษณะเหมือนรังผึ้ง ทำให้ห้องหัวใจไม่สามารถมองเห็นได้ในการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (C)

การตรวจหัวใจด้วยเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พบถุงซีสต์ขนาดใหญ่และซีสต์เล็กๆ จำนวนมากอยู่ในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (D และ E)

ผ่าออกมามีซีสต์เล็กๆ จำนวนมากกว่า 200 ซีสต์ (F)

สำหรับโรคพยาธิไฮดาติด เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตืด Echinococcuss พบรายงานในหลายพื้นที่ทั่วโลก ผู้ติดเชื้อนี้ราวๆ หนึ่งล้านคน เสียชีวิตของผู้ป่วยประมาณ 1,200 ราย อุบัติการณ์ของโรคเริ่มลดน้อยลงในปัจจุบัน

คนติดเชื้อได้โดยการกินอาหารหรือน้ำที่มีไข่ของพยาธิปะปนอยู่ หรือการอยู่ใกล้หรือสัมผัสกับสุนัขที่ติดเชื้อ

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เริ่มแรกจะไม่แสดงอาการและอาจไม่มีอาการนานร่วมปี อาการที่เกิดขึ้นมักขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของถุงซิสต์ เช่น ตับ ผู้ป่วยมักมีการปวดท้อง น้ำหนักลด และตัวเหลือง การติดเชื้อที่ปอด อาจมีอาการปวดที่บริเวณหน้าอก หายใจถี่ และการไอ

การรักษา โดยการผ่าเอาถุงซิสต์ออกแล้วตามด้วยการให้ยา อาทิ อัลเบนดาโซล

การป้องกัน รักษาสุนัข แกะ โดยให้ยาถ่ายพยาธิเป็นประจำ รักษาสุขวิทยาส่วนบุคลเมื่อคลุกคลีกับสุนัข รับประทานผัก อาหาร น้ำที่สะอาด

https://www.facebook.com/PDRCSUT/photos/a.172329723512098/757804178297980/?type=3&theater

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...