โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระเมตตาแผ่ไพศาล พระราชทาน "ห้องตรวจเชื้อ" 20 โรงพยาบาล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2563 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 06.05 น.

ภายหลังจากการตั้งการ์ดป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ในประเทศตลอด 3 เดือนอย่างเข้มข้นด้วยการประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน ด้วยการล็อกดาวน์ประเทศ แต่ด้วยความร่วมมืออย่างดีของประชาชน ทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจหลายแห่งยังมีความตึงเครียด และพบผู้ติดเชื้อบ้างเป็นระยะ รัฐบาลจึงเริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 4 เพื่อเข้าสู่ระยะที่ 5 ในลำดับต่อไป

แม้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยารักษามากำราบเชื้อโควิด-19 อย่างถาวร แต่ถือว่าการระบาดรอบแรก“ไทยชนะ” และก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้มาได้อย่างงดงาม ซึ่งนอกจากประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ตั้งแต่การ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด ผู้ที่มีบทบาทสำคัญอีกหนึ่งกลุ่ม คือ “บุคลากรทางการแพทย์” กองทัพแนวหน้า ที่รับหน้าที่ดูแลรักษาชีวิตผู้ป่วยจนทำให้สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้อย่างต่อเนื่อง

ผลเช่นนี้จึงทำให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน“ห้องตรวจหาเชื้อ(Modular Swab Unit)” พัฒนาโดยเอสซีจี อันเป็นหนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมความพร้อมหากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซ้ำในอนาคต จนทำให้เกิดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พลังใจให้แก่แพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อร่วมสู้กับมหันตภัยไวรัสครั้งนี้

“วรพันธุ์ สุวัณณุสส์” ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า รพ.สมเด็จพระยุพราช รองรับผู้ป่วยที่มีอาการโควิด-19 ในจังหวัด และอรัญประเทศ เนื่องจากทำเลและที่ตั้งของ รพ.อยู่ในเขตชายแดน จึงเป็นชัยภูมิที่ต้องรองรับผู้เข้า-ออกภายในประเทศค่อนข้างมาก

“เนื่องจากมีแรงงานทั้งไทย และกัมพูชา มาใช้บริการจำนวนมาก ดังนั้น ห้องตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ 10 และสมเด็จฯพระบรมราชินีครั้งนี้ จึงน่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพ และความรวดเร็วในการปฏิบัติการค้นหาเชื้อ และเฝ้าระวังได้ดียิ่งขึ้น”

“รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์” รองคณบดีฝ่ายโรงพยาบาล และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ กล่าวว่า รพ.ได้เตรียมการรองรับ เเละให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จาก 14 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักที่ส่งต่อมาจาก 3 จังหวัดชายเเดนใต้ ทั้ง จ.นราธิวาส ปัตตานี เเละยะลา โดยได้ให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถ จนทำให้ผู้ป่วยทุกรายรอดชีวิต

“ที่ผ่านมา รพ.ได้เตรียมความพร้อมด้วยการให้ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อจัดเตรียมอุปกรณ์ สถานที่การทำงาน เเละซ้อมเเผนเพื่อให้บุคลากรมีความมั่นใจ เป็นสปิริตของทีมงานที่เสียสละเพื่อให้พร้อมต่อการดูเเลประชาชนนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ รพ.ได้รับพระราชทานห้องตรวจหาเชื้อมารักษาคนไข้”

ขณะที่“นพ.สุชาติ พรเจริญพงศ์” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก กล่าวเสริมว่า รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก เป็น รพ.ศูนย์ของเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ที่ดูแลสุขภาพของประชาชนกว่า 3.5 ล้านคน รวมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 ด้วย หาก รพ.ใกล้เคียงไม่สามารถรักษาได้ จะถูกส่งตัวผู้ป่วยมายัง รพ.แห่งนี้ การได้รับพระราชทานเครื่องตรวจหาเชื้อ จึงถือเป็นคุณูปราการอย่างสูงกับประชาชนในพื้นที่ให้ได้คลายกังวลความเสี่ยงจากการติดเชื้อ

“ชาวจังหวัดพิษณุโลก เมื่อทราบข่าวที่ทั้ง 2 พระองค์ได้พระราชทานห้องตรวจหาเชื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ต่างรู้สึกปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะนำเครื่องมือแพทย์พระราชทานไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลสุขภาพของประชาชน”

ทั้งนั้นเพราะเทคโนโลยีของ SCG HEIM และ Living Solution ของเอสซีจีที่นำมาใช้พัฒนา “ห้องตรวจหาเชื้อ” ทำให้มีระบบที่ช่วยควบคุมแรงดัน และการหมุนเวียนของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และป้องกันอากาศรั่วไหล ป้องกันอากาศเข้า-ออกตัวอาคาร จึงสร้างความมั่นใจให้กับแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้มากขึ้น

โดยทีมแพทย์จะอยู่ในห้องที่ไม่มีอากาศเสียจากภายนอกเข้าไป อากาศภายในจึงบริสุทธิ์ปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจะอยู่ในห้องที่ป้องกันไม่ให้มีอากาศฟุ้งกระจายออกไปภายนอก พร้อมใช้แสงยูวีเข้มข้นสูงฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ (UV Germicide) หลังการใช้งานห้องทุกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจอีกระดับ

“พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์” แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมสาขาอายุรกรรม สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ยอมรับว่าการดูแลรักษาคนไข้โควิด-19 ถือเป็นความเครียดของบุคลากรในระดับหนึ่ง เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ที่แม้แต่แพทย์ยังไม่รู้จักเชื้อโรคนี้ดีพอ ห้องตรวจหาเชื้อพระราชทานทำให้เราลดความกังวล ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไปได้มาก เพราะห้องนี้มีการปรับระดับความดันที่แตกต่าง คนไข้ก็มั่นใจ และได้รับประโยชน์อย่างมาก

จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่เปรียบเสมือนแสงสว่างช่วยนำทาง และปกแผ่คุ้มครองราษฎรของพระองค์ ในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ให้สามารถก้าวข้ามสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยผ่านนวัตกรรม “ห้องตรวจหาเชื้อ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่มีคุณูปการต่อการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ

นอกจากนั้น พระเมตตาของทั้ง 2 พระองค์ยังถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักคิด นักวิทยาศาสตร์ไทย ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยภูมิปัญญาไทย ซึ่งช่วยยกระดับวงการสาธารณสุขของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ด้วยพระบารมีและความร่วมมือของคนไทย อันจะเกิดเป็นพลังที่สามารถพลิกฟื้นประเทศให้ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปได้ในเร็ววัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...