6 เหตุผลทำไมการเป็นผู้หญิงถึงจ่ายแพงกว่าผู้ชาย - Panya
6 เหตุผลทำไมการเป็นผู้หญิงถึงจ่ายแพงกว่าผู้ชาย
หากคุณเป็นผู้หญิงและกำลังสงสัยว่าทำไมคุณถึงไม่สามารถแซงหน้าผู้ชายในด้านการเงินได้เสียที บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยนี้ เพราะอันที่จริงแล้วการเป็นผู้หญิงนั้นไม่แฟร์อย่างที่คิด
1. ผู้หญิงถูกเก็บภาษีสีชมพู (Pink Tax)
ภาษีสีชมพูคือภาษีที่เก็บจากสินค้าและบริการความสวยความงามที่มีลูกค้าเป็นผู้หญิงเป็นหลัก เช่น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า บริการทำผม เป็นต้น
โดยรายงานจากสำนักงานกิจการผู้บริโภคนครนิวยอร์ก หรือ NYC-DCA พบว่า สินค้าสำหรับสตรีถูกเก็บภาษีมากกว่าสินค้าประเภทเดียวกันสำหรับผู้ชายถึง 7%
และหากคุณอยากซื้อเสื้อผ้าหรือของเล่นให้ลูกสาวของคุณ คุณจะต้องจ่ายแพงกว่าเฉลี่ยถึง 11-13% ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เงินในกระเป๋าของผู้หญิงส่วนใหญ่จะร่อยหรอลงเร็วกว่าผู้ชาย
2. ค่ากำจัดขนที่แสนแพง
เมื่อพูดถึงเรื่องเส้นขน จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงเสียเงินไปกับการกำจัดขนมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีจุดบนร่างกายที่ต้องสงวนให้ไร้ขนมากกว่า รวมทั้งค่านิยมที่มักมองผู้หญิงที่ไว้ขนว่าเป็นเรื่องแปลก
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงต้องจ่ายค่าดูแลตัวเองมากกว่าผู้ชาย โดยการสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพบว่า มีดโกนของผู้หญิงมีราคาสูงกว่ามีดโกนของผู้ชายประมาณ 11%
นี่ยังไม่นับรวมค่ากำจัดขนโดยวิธีอื่นอย่างเช่น ครีมกำจัดขน แว็กซ์ หรือการทำเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแต่ก็ต้องจ่ายแพงกว่าเช่นกัน
3. เสื้อผ้าที่ขายให้ผู้หญิงมักแพงกว่าผู้ชาย
จากข้อมูลของ The Times กางเกงยีนส์ Levi's 501 สำหรับผู้หญิงมีราคาสูงกว่าของผู้ชายถึง 46% เมื่อเทียบไซส์ที่มีช่วงเอวและความยาวขาเท่ากัน
เรื่องนี้อาจจะมองได้ว่าเป็นเพราะการผลิตและรายละเอียดของเสื้อผ้าผู้หญิงที่ทำให้แพงกว่า แต่เปล่าเลย ความแตกต่างของราคามักถูกกำหนดโดยผู้ค้าปลีกไม่ใช่ผู้ผลิต
และมีความเชื่อมโยงกับความเต็มใจของผู้หญิงที่ยอมจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้ามากกว่าผู้ชาย ก็เหมือนกับที่ผู้ชายมักซื้อรถแพง ๆ นั่นเอง
4. ค่าคุมกำเนิด
จากสถิติทั่วโลก ผู้หญิงมักเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการคุมกำเนิดไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม นอกจากนี้การคุมกำเนิดยังอยู่ในโซนสีเทาอยู่ระหว่างผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นไอเดียที่จะมีการคุมกำเนิดฟรีจึงยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงต้องเสียเงินในส่วนนี้เอง
5. ผู้หญิงต้องเสียค่าเดินทางมากกว่า
การจะไปไหนมาไหนได้อย่างปลอดภัยในประเทศที่อัตราการก่ออาชญากรรมยังสูงอยู่ถือเป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับผู้หญิง
ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงต้องเลือกใช้รูปแบบการเดินทางที่มีราคาแพงกว่าผู้ชายเช่น แท็กซี่ Uber หรือ วินมอเตอร์ไซค์ ถึงแม้ตัวเลือกเหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งที่หรูหราแต่ก็มีความจำเป็นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
6. ภาษีคุณแม่
ข้อสุดท้ายนี้เป็นปัญหาที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นคือ ผู้หญิงมักมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งนี่ไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน คุณวุฒิ หรือประสบการณ์เลยแต่เกี่ยวกับการคลอดบุตร
ช่องว่างของค่าแรงมักปรากฏชัดขึ้นเมื่อแรงงานหญิงเปลี่ยนมาเป็นแม่คน อาจมองได้ว่าเป็นการลงโทษสถานเบาจากบริษัทในข้อหาที่ผู้หญิงทำให้บริษัทต้องลำบากก็ว่าได้ แต่ในทางกลับกันเมื่อผู้ชายมีลูก
หน้าที่การงานของพวกเขากลับมีแนวโน้มดีขึ้น เช่น การได้เลื่อนขั้น ได้รับการขึ้นเงินเดือน หรือโบนัสตามศักยภาพ ผู้ชายไม่ได้รับการลงโทษสถานใดทั้งสิ้นเมื่อมีลูก จึงไม่แปลกเลยที่การเป็นผู้หญิงถึงมีเรื่องให้หนักใจมากกว่าผู้ชาย