โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DEK69 แบบเรา เหมาะกับ TCAS69 รอบไหนมากที่สุด?

Dek-D.com

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 02.20 น. • DEK-D.com
มาเช็กตัวเอง คนแบบเรา เหมาะจะเข้า TCAS รอบไหนมากที่สุด ระหว่างรอบ Portfolio Quota หรือ Admission

สวัสดีค่ะน้องๆ DEK69 ใครที่ได้มาอ่านบทความนี้ แสดงว่าเริ่มเตรียมตัวเกี่ยวกับ TCAS69 กันแล้วใช่มั้ยคะ ใครที่ยังไม่รู้ว่า TCAS คืออะไร มีกี่รอบ พี่มิ้นท์แนะนำให้น้องอ่านบทความนี้ก่อน [เตรียมตัวให้เป๊ะ! พา DEK69 เช็กลิสต์สิ่งที่ต้องใช้ใน TCAS แต่ละรอบ] เพื่อทำความเข้าใจ TCAS แต่ละรอบว่าเป็นยังไง และต้องใช้คะแนนแบบไหนบ้าง

TCAS นั้นมี 4 รอบ แต่ละรอบก็เหมาะกับน้องๆ แต่ละกลุ่ม วันนี้พี่มิ้นท์จะพาน้องๆ มาเช็กสไตล์ของเราว่าเป็นคนกลุ่มไหน และเหมาะจะเข้า TCAS รอบไหน จะได้เตรียมตัวกันค่ะ ไปดูกันเลย!

DEK69 แบบเรา เหมาะกับ TCAS69 รอบไหนมากที่สุด?

ในส่วนนี้ให้น้องๆ ดูว่าตัวเองว่าข้อไหนใกล้เคียงกับเรามากที่สุด แต่หากมีมากกว่า 1 ประเภท น้องๆ ก็อาจจะเหมาะมากกว่า 1 รอบได้เช่นกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

คนที่เด่นด้านกีฬา มีผลงานในระดับโรงเรียนและนอกโรงเรียน

คนที่เก่งด่านกีฬา แนะนำรอบ 1 Portfolio และรอบ 2 Quotaที่แนะนำสองรอบ เพราะบางมหาวิทยาลัยเปิดเป็นรับพอร์ตฟอลิโอ บางมหาวิทยาลัยเปิดเป็นรอบโควตา บางมหาวิทยาลัยเปิดทั้งสองรอบก็มี

คนกลุ่มนี้จะต้องมีทักษะด้านกีฬา ที่ไม่ใช่แค่เล่นเป็น แต่ต้องมีผลงานเป็นนักกีฬาโรงเรียน ไปจนถึงนักกีฬาระดับชาติเลยค่ะ ใครคุณสมบัติตามนี้บอกเลยว่ารอบนี้ได้เปรียบ แถมคู่แข่งไม่สูงมากด้วยนะ มีให้เลือกหลายมหาวิทยาลัยเลย

คนที่มีผลงานเกี่ยวกับการประกวดต่างๆ

สายประกวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทั้งในนามตัวบุคคลและโรงเรียน หลังการประกวดก็มักจะได้เกียรติบัตรหรือใบรับรองว่าเราเข้าร่วมการประกวดจริง หรือได้รับรางวัล สามารถนำมาเป็นหลักฐานการสมัครได้เลย โดยเฉพาะรอบ Portfolio เหมาะที่สุด

คำแนะนำคือ อยากเข้าคณะไหน เลือกเกียรติบัตรจากงานหรือโครงการประกวดให้ตรงกับคณะนั้นมากที่สุดก็จะได้เปรียบไปเลยจ้า

คนที่เก่งด้านวิชาการ ประกวดด้านวิชาการ

คล้ายๆ กับข้อบน ใครที่เก่งด้านวิชาการ เป็นตัวแทนโครงการ สอวน. หรือได้เกรดเฉลี่ยสูง หรือเคยไปร่วมโครงการด้านวิชาการ เช่น ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ตอบคำถามทางวิชาการ ฯลฯ กลุ่มนี้ก็ไปรอบ Portfolio ได้เลย เพราะหลายมหาวิทยาลัยก็มีเปิดรอบ Portfolio โครงการ ความดีเด่นด้านวิชาการ, โครงการช้างเผือก เป็นต้น

คนที่ชอบอ่านหนังสือ ทำข้อสอบแม่น

ส่วนใครที่ชอบอ่านหนังสือมากๆ อ่านทวนหนักมาตั้งแต่ ม.4-5 แม่นเรื่องการทำข้อสอบ ขอแนะนำรอบ 3 Admission เลยค่ะ เพราะรอบนี้แข่งกันที่คะแนนสอบล้วนๆ ซึ่งคะแนนก็จะประกอบด้วย A-Level และ TGAT/TPAT นอกจากนี้หลายมหาวิทยาลัยยังใช้ GPAX ร่วมด้วย

ดังนั้นใครไม่ได้มีผลงาน Portfolio อย่างใครเขา เร่งอ่านหนังสือ เก็บข้อมูล ทำข้อสอบเก่าๆ เพื่อมาลุ้นกันในรอบ 3 ได้นะ รวมถึงน้องๆ ที่จะเข้าคณะ กสพท ด้วย ก็จะต้องมาแข่งคะแนนในรอบนี้เช่นกัน

คนที่ลงเรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัยต่างๆ

เป็นสิทธิพิเศษที่มหาวิทยาลัยจะมอบให้กับน้องๆ ที่ลงเรียนล่วงหน้า หรือ Pre-Degree กับมหาวิทยาลัย ซึ่งโครงการเรียนล่วงหน้านี้ จะเป็นการเรียนวิชาของมหาวิิทยาลัยล่วงหน้า เมื่อสอบติดก็จะไม่ต้องเรียนวิชานั้นๆ ซ้ำ ซึ่งในบางมหาวิทยาลัยมีการเปิดโควตานี้ในรอบ Portfolio ด้วย เรียกว่าได้ประโยชน์ 2 เด้งเลย คือ เอาผลการเรียนล่วงหน้าไปสมัครรอบ Portfolio และถ้าสอบติดก็เทียบโอนหน่วยกิตเป็นวิชาเรียนของปี 1 ได้เลย

คนที่อยากเรียนในจังหวัดตัวเอง หรือจังหวัดใกล้บ้าน

หากใครรู้สึกสบายใจที่อยู่ใกล้ครอบครัวหรือได้เรียนใกล้บ้าน แนะนำให้ดูที่รอบ Quotaได้เลย เพราะมหาวิทยาลัยต่างๆ จะมีโควตาภูมิภาค ซึ่งจะกำหนดว่านักเรียนจะต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ในภูมิภาคนั้นๆ ค่ะ มีทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และจำนวนรับของโควตานี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย แต่คู่แข่งน้อยกว่ารอบอื่นๆ ค่ะ^^

คนที่เกรดเฉลี่ยดี

คนที่เกรดดีบางคนอาจจะไม่ได้มีผลงานการแข่งขันด้านวิชาการเสมอไป แต่แน่นอนว่าใครเกรดดี ก็ได้เปรียบไปค่อนข้างเยอะแล้ว โดยเฉพาะในรอบ Portfolioมักจะมีโครงการเรียนดี ที่เน้นใช้ GPAX 4-5 เทอมในการคัดเลือกค่ะ หลายที่ก็ใช้ GPAX คัดเลือก 100% เลย ใครได้ 3.80 ขึ้นไป รับรองว่าโอกาสติดสูงมากๆ

แต่นอกจากรอบ Portfolio แล้ว คณะที่ใช้เกรดคัดเลือก 100% ก็สามารถเจอได้ทั้งรอบ Quota และ Admission นะคะ แต่อาจเจอได้เป็นบางคณะไม่ใช่โครงการใหญ่ค่ะ

คนที่เกรดเฉลี่ยไม่ดีเลย

ตรงกันข้ามแล้วถ้าเป็นคนที่เกรดเฉลี่ยไม่ดีเลยค่ะ ก็แนะนำว่าหลีกเลี่ยงรอบหรือโครงการที่ใช้เกรด 100% เพราะค่อนข้างเสียเปรียบ แนะนำเป็นโครงการที่ใช้คะแนนสอบ เช่น รอบ Admission หรือ Portfolioยื่นแฟ้มสะสมผลงานไปเลย แต่ทั้งนี้ทั้งสองรอบที่แนะนำนี้ ก็อาจจะมีการกำหนด GPAX ขั้นต่ำ ดังนั้นต้องเช็กเรื่องนี้ก่อนสมัครด้วยนะคะ

คนที่ไม่ค่อยตามข่าวมาก

หากเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ตามข่าวเอง อาศัยแค่ฝ่ายแนะแนวประชาสัมพันธ์ให้ ก็ขอแนะนำโครงการครูแนะแนวเลยค่ะ โครงการนี้บางมหาวิทยาลัยอยู่ในรอบ Portfolio แต่บางมหาวิทยาลัยก็อยู่ในรอบ Quotaเป็นโครงการที่ให้น้องๆ สมัครผ่านครูแนะแนวของโรงเรียน แต่บางมหาวิทยาลัยจะเป็นโครงการที่ฝ่ายแนะแนวคัดเลือกส่งให้มหาวิทยาลัย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการค่ะ ไว้ลองถามห้องแนะแนวที่โรงเรียนกันดูนะคะ :)

คนที่มีคณะที่ตั้งใจแน่วแน่แค่คณะเดียว

สำหรับน้องๆ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่แค่คณะเดียว ก็เป็นข้อดีมากๆ เลย เพราะจะได้เตรียมตัวสำหรับคณะนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งใครที่อยู่กลุ่มนี้ สิ่งต่อไปคือ ต้องหาข้อมูลว่า คณะ/มหาวิทยาลัยนั้น เปิดรับรอบไหนบ้าง และลุยได้ทุกรอบเลยหากคุณสมบัติผ่าน

คนที่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรเลย

สำหรับกลุ่มสุดท้าย คือ คนที่ยังไม่รู้เลยว่าอยากเรียนอะไร กลุ่มนี้พี่มิ้นท์ก็ขอแนะนำให้เริ่มที่รอบ Portfolioเช่นกัน โดยพยายามสำรวจตัวเองว่ามีอะไรที่เราชอบเป็นพิเศษ จากนั้นเมื่อประกาศรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยออกมา ก็ให้ดูคณะที่เราสนใจและสมัครไป เพราะถ้าเราไม่รู้อะไรเลย การเริ่มต้นได้เร็ว ก็ช่วยให้มีเวลาค้นหาตัวเองและเปลี่ยนใจนั่นเองค่ะ

พี่มิ้นท์ย้ำเสมอว่า TCAS แต่ละรอบมีจุดเด่นของตัวเอง เหมาะกับคนแต่ละกลุ่ม คนที่เข้ารอบ 2 Quota หรือรอบ 3 Admission ไม่ได้หมายความว่าเก่งน้อยกว่าคนเข้ารอบ Portfolio ขอแค่น้องๆ รู้จุดแข็งของตัวเองและวางแผนให้ดี ก็มีที่เรียน ได้คณะถูกใจแน่นอนค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...