SVR เปิดกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจชะลอ เร่งพัฒนา “Best Smart Living” ควบคู่ลดหนี้
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 03.39 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์นายรณฤทธิ์ ฐิติสุริยารักษ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินอาวุโส บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ SVR เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งจากสงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการเข้มงวดด้านสินเชื่อ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและยอดโอนกรรมสิทธิ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ด้วยการยกระดับการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “Best Smart Living” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น สะดวกสบาย รายล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
สำหรับแนวคิด “Best Smart Living” ของ SVR ขับเคลื่อนด้วย 4 “S” ได้แก่ SMART Location เน้นการคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพ SMART Function ออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ SMART Value ใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า SMART Home นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัย
ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 1/2568 (มกราคม–มีนาคม 2568) บริษัทมีรายได้รวม 164.33 ล้านบาท โดยมาจากรายได้โครงการเพื่อขายจำนวน 5 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการสิวารมณ์ ซิตี้ (นิคมพัฒนา-ระยอง), สิวารมณ์ เนเจอร์พลัส (อัสสัมชัญ-ศรีราชา), สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์), สิวารมณ์ วิลเลจ (สุขุมวิท-บางปู 58), สิวารมณ์ ปาร์ค (วงแหวน-ประชาอุทิศ 76) และยังรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการใหม่ “สิวารมณ์ ไฮด์ (บางแค-สาทร)”
ทั้งนี้ SVR ยังคงบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทมีหนี้สินรวม 1,130.5 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปีก่อน 217.25 ล้านบาท ซึ่งอยู่ที่ 1,347.84 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการชำระหนี้หุ้นกู้ก่อนกำหนดจำนวน 90 ล้านบาท เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 รวมถึงการชำระหนี้สินสถาบันการเงินจากการปลอดจำนองหลังโอนบ้านให้ลูกค้า ส่งผลให้บริษัทสามารถลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อยกระดับโครงการสู่กลุ่ม UPPER CLASS โดยมีเป้าหมายเจาะตลาดลูกค้าระดับ High-End สู่การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเติบโตแบบ High Growth อย่างมั่นคงในอนาคต