โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OSP กำไรธุรกิจหลัก Q1/68 พุ่งนิวไฮ 970 ลบ. หนุนกำไรสุทธิแตะ 1,265 ลบ. โตแรงทั้ง YoY–QoQ

StockRadars

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 04.53 น.

“โอสถสภา” รายงานกำไรจากธุรกิจหลักไตรมาส 1/2568 ที่ 970 ล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดฯ โต 17.1% YoY และ 57.9% QoQ จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ดันกำไรสุทธิแตะ 1,265 ล้านบาท โต 52.7% YoY รายได้จากการขาย 6,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% QoQ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่น เดินหน้าแผนบริหารต้นทุน สร้างฐานธุรกิจระยะยาว

นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ มีรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจำนวน 5,821 ล้านบาท เติบโต 9.1% QoQ โดยมีการเติบโตโดดเด่นในตลาดต่างประเทศถึง 55.9% QoQ โดยเฉพาะในเมียนมาร์และลาว รายได้ในประเทศลดลง 8.4% QoQ จากการปรับโครงสร้างการขายและการจัดจำหน่าย

ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศโต 2.6% YoY

โดยโอสถสภาเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาด 44.8% และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่โอสถสภาเริ่มขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ่านเครื่องดื่ม M-150 ฝาเหลืองลิมิเต็ดเอดิชั่นในโอกาสครบรอบ 40 ปี พร้อมจัดเต็มกิจกรรมการตลาดที่สร้างความแตกต่าง เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีแบรนด์ M-150 ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 31.2% ด้านกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์เติบโต 1.6% YoY โดยโอสถสภาครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 46.6% เพิ่มขึ้น 3.7% YoY จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มซี-วิท ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มวิตามินซีอยู่ที่ 76.3% เพิ่มขึ้น 3.4% YoY รวมถึงเครื่องดื่มเปปทีนและเครื่องดื่มคาลพิส ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลมีรายได้เติบโต 10.1% YoY และมีการเติบโตโดดเด่นในตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ทำกำไรสุทธิ 1,265 ล้านบาท เติบโต 123.2% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 52.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

OSP ทำสถิติอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นางสาวรติพร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกรอบด้าน หลังจากเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งเน้นสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจหลัก ด้วยนวัตกรรมสินค้าและกิจกรรมการตลาดที่สร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลได้อย่างแข็งแกร่ง ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำสถิติอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดที่ 40.3% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารและกลยุทธ์สร้างการเติบโตระยะยาว โดยโอสถสภายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งคุณประโยชน์และรูปแบบที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม อาทิ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง M-150 ฝาเหลืองรสชาติดั้งเดิมราคา 10 บาท เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ เช่น แฮงค์สเตอร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอย่างเบบี้มายด์แอนด์บียอนด์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาทิ อุทัยทิพย์เฮอบัลทินท์ พร้อมเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ ในไตรมาส 2 นี้”

โอสถสภาพร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกลุ่มธุรกิจ คิดค้นนวัตกรรมเพื่อขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ และมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐาน ESG รอบด้าน เพื่อสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มให้มีน้ำตาลต่ำกว่า 6% ทั้งหมดในปี 2568 ซึ่งบรรลุแล้ว 100% พร้อมรับมือภาษีน้ำตาลเฟส 4 ได้อย่างไร้ผลกระทบ และเดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัล Industry Mover จาก S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และผ่านการรับรองจาก CDP (Climate Disclosure Project) ในระดับ B สะท้อนถึงความจริงจังในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทุกมิติ

เพิ่มเติมรายได้จากการขาย สำหรับไตรมาส 1/68 ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...