“ภูมิธรรม” นำ ลงนาม MOU โครงการสวัสดิการ ที่พักอาศัยของ ข้าราชการกระทรวงกลาโหม
“ภูมิธรรม” นำ ลงนาม MOU โครงการสวัสดิการ ที่พักอาศัยของ ข้าราชการกระทรวงกลาโหม พร้อม หนุนที่อยู่อาศัยมั่นคงให้กำลังพลมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทั้งกรุงเทพฯ-ภูมิภาค สานฝันผู้ปกป้องชาติให้มีบ้านเป็นของตนเอง
เวลา 13.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.68 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสวัสดิการที่พักอาศัยข้าราชการกระทรวงกลาโหม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการเคหะแห่งชาติ ร่วมเป็นเกียรติในการลงนามครั้งนี้
ซึ่งมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ และนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้แทนลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
อย่างไรก็ตามโครงการนี้เกิดขึ้นจากความตระหนักของกระทรวงกลาโหมถึงความสำคัญของการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงสำหรับกำลังพลชั้นผู้น้อย โดยมุ่งเน้นให้สามารถซื้อหรือเช่าซื้อที่พักอาศัยที่มีมาตรฐานได้ในราคาที่เหมาะสม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้ครอบครัว และเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติราชการ
ขณะที่การดำเนินโครงการเป็นการบูรณาการความร่วมมือของ หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กำหนดนโยบาย กลุ่มเป้าหมาย และสนับสนุนการใช้พื้นที่ราชพัสดุ โดยกรมธนารักษ์ (กระทรวงการคลัง) เจ้าของที่ดินราชพัสดุ สนับสนุนการจัดสรรพื้นที่ในอัตรา ค่าเช่าที่เหมาะสม
ในส่วนของการเคหะแห่งชาติ (กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ผู้พัฒนา ก่อสร้างที่อยู่อาศัย และประสานสินเชื่อ หรือการเช่าซื้อรูปแบบโครงการ สร้างโอกาสให้ทหารมีบ้าน ซึ่งการเคหะแห่งชาติจะเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์เพื่อก่อสร้างที่พักอาศัย เมื่อแล้วเสร็จจะจำหน่ายให้แก่ กำลังพลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยกำลังพลจะทำสัญญาเช่าที่ดินโดยตรงกับกรมธนารักษ์เป็นระยะเวลา 30 ปี และสามารถพิจารณาต่ออายุสัญญาได้
ทั้งนี้พิธีลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ข้าราชการกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งที่ยังรับราชการและผู้ที่เกษียณอายุแล้วที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเสริมสร้างความภาคภูมิใจและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน