โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤต! "Lululemon" จีน-สหรัฐ ยอดซบ กระทบกำไร l การตลาดเงินล้าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.19 น.
Lululemon กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งในด้านต้นทุนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และจีน

บริษัท Lululemon Athletica แบรนด์ชุดออกกำลังกายระดับพรีเมียมจากแคนาดา กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้า และความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลงในตลาดหลักอย่างอเมริกาเหนือและจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัทตลอดปีนี้

ในช่วงที่ผ่านมา Lululemon พยายามปรับตัวด้วยการออกแบบสินค้าใหม่ อาทิ สปอร์ตบรา และแจ็กเก็ตกีฬา เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ แต่กลับพบว่าการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ที่มีราคาย่อมเยาและทันสมัยกว่าในสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ความนิยมในกลุ่มลูกค้าหลักเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ผู้บริหารของบริษัทระบุว่า จะมีการปรับขึ้นราคาสินค้าเฉพาะบางรุ่น ขณะเดียวกันจะเพิ่มโปรโมชั่นลดราคาในช่วงเวลาที่เหลือของปี เพื่อรับมือกับภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยเฉพาะผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้ ซึ่งจะกระทบต่อสินค้า Lululemon ที่ผลิตในเวียดนาม กัมพูชา และศรีลังกา ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัท

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักชี้ว่า การเน้นการออกสินค้าใหม่และการขยายธุรกิจในจีน อาจไม่เพียงพอในการรักษาฐานลูกค้าหลักที่กำลังหดตัว โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือที่ถือเป็นตลาดสำคัญของแบรนด์

นักวิเคราะห์จากบริษัท Jefferies กล่าวว่า ฝ่ายบริหารยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมสินค้าและการขยายตัวในตลาดเอเชีย แต่ยังไม่ตอบสนองต่อสัญญาณการลดลงของลูกค้าหลักและจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่ลดลงในร้านอย่างชัดเจน

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะแนวทางของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ Lululemon กลายเป็นหนึ่งในหลายแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีฐานการผลิตอยู่นอกประเทศเป็นหลัก

แม้แบรนด์จะยังได้รับการยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง โดยสินค้าหลักอย่างกางเกงโยคะรุ่น Align ยังคงขายได้ในราคาเฉลี่ยถึง 128 ดอลลาร์ต่อชิ้น แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง ผู้บริโภคเริ่มหันไปเลือกแบรนด์ทางเลือกที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า

สำหรับทิศทางในปี 2025 บริษัทประกาศปรับลดเป้าหมายด้านรายได้และกำไร พร้อมเตือนว่าต้นทุนจากภาษีนำเข้าอาจกดดันอัตรากำไรต่อเนื่อง หากไม่มีการปรับแผนธุรกิจหรือการเจรจาทางการค้าที่ชัดเจนมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...