อิหร่านรบอิสราเอล กระทบนักท่องเที่ยว ลดฮวบ 50% ยืดเยื้ออาจลามชะลอเดินทาง
อิหร่านรบอิสราเอล กระทบนักท่องเที่ยว ลดฮวบ50% หวั่นยืดเยื้อกระทบตลาดตะวันออกกลางชะลอเดินทางพักโรงแรม " กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ "
วันที่ 17 มิ.ย.2568 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ อิหร่านรบอิสราเอล ช่วง 13–15 มิ.ย. 2568 คาดกระทบนักท่องเที่ยวจาก 5 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน อิรัก จอร์แดน เลบานอน และซีเรีย อาจลดลงราว 30–50% หรือ เหลือเพียง 3,500–5,000 คนในมิ.ย.2568 จากมิ.ย.ปีก่อน มีจำนวนราว 7,165 คน
ทั้งนี้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้ง 5 ประเทศนี้ มีสัดส่วนราว 7% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิสราเอล) ซึ่งอยู่ที่ราว 100,781 คน ส่วนทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ปี 2568 ททท. ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวไว้ที่ 1,065,000 คนเพิ่มขึ้น 11% จากปี 2567 ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 956,000 คน สร้างรายได้รวมให้กับประเทศไทยราว 86,000 ล้านบาท
นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้มีระยะเวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย 10–14 วันต่อทริป และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปประมาณ 104,138 บาทต่อคน มีกิจกรรมยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่การช้อปปิ้ง, การท่องเที่ยวชายทะเล,การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ จังหวัดที่เป็นยอดนิยมคือกรุงเทพฯ ภูเก็ตและชลบุรี (พัทยา)
สำหรับพื้นที่ ตะวันออกกลางภายใต้ความรับผิดชอบของ ททท. สำนักงานดูไบ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มประเทศ GCC (Gulf Cooperation Council) ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน คูเวต กาตาร์ บาห์เรน และ กลุ่ม Non-GCC ได้แก่ อิหร่าน จอร์แดน ซีเรีย อิรัก เลบานอน เยเมน ปาเลสไตน์ อิยิปต์ และลิเบีย
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล กระทบต่อการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลาง สายการบินจากประเทศในกลุ่ม GCC และตะวันออกกลางที่มีเส้นทางบินเชื่อมต่อมายังประเทศไทย เช่น Emirates, Etihad, Qatar Airways, flydubai, Air Arabia, Oman Air และ SalamAir จำเป็นต้องยกเลิก ระงับ หรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน เนื่องจากกังวลความปลอดภัย
ปัจจุบันมีเพียงหนึ่งสายการบินที่ต้องยกเลิกเที่ยวบินมายังประเทศไทยโดยตรงคือ Mahan Air ของอิหร่าน ซึ่งต้องยกเลิกเส้นทาง Tehran – Bangkok และ Tehran – Phuket ชั่วคราว เนื่องจากการปิดน่านฟ้าในประเทศต้นทาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากอิหร่านไม่สามารถเดินทางมายังไทยได้ในช่วงนี้
อนึ่ง สายการบิน RJ (Royal Jordanian Airlines) ในอดีตเคยมีเส้นทางบินตรงมายังประเทศไทย Amman-Bangkok มีแผนที่จะกลับมาให้บริการ ( Resume Direct Flight ) มาไทยสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน เริ่มต้นเดือนส.ค.2568 ก็ยังอยู่ในแผนการกลับมาให้บริการ
“กรณีอิหร่านและอิสราเอลถ้าไม่ยืดเยื้อก็น่าจะกระทบเป้าหมายจำนวนนักท่งเที่ยว และรายได้ไม่มาก แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า เราโชคไม่ดีเพราะช่วงนี้จริงๆ เป็น ช่วงที่ ตะวันออกกลาง ชอบมาเที่ยวพอดี เพราะ ประเทศเค้าร้อนมากเขาชอบฝนตก”
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าวยังตรงกับเทศกาล Eid Al Adha ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศมุสลิม ทำให้การยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบินจำนวนมาก แม้บางประเทศใน GCC อาจไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัยและเส้นทางบิน อาจทำให้นักท่องเที่ยวในตลาดหลัก
เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน คูเวต กาตาร์ และบาห์เรน ซึ่งรวมกันคิดเป็นมากกว่า 80% ของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง เริ่มชะลอหรือเลื่อนแผนการเดินทางเช่นกันเพราะอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเดินทาง กระทบทางเศรษฐกิจ ภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมใน กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สามารถคลี่คลายได้ภายในปลายเดือนมิ.ย. ก็มีแนวโน้มว่าอาจเกิดการ “รีบาวด์” ของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนก.ค. แต่การฟื้นตัวเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและความเสียหายจากความขัดแย้งในครั้งนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อิหร่านรบอิสราเอล กระทบนักท่องเที่ยว ลดฮวบ 50% ยืดเยื้ออาจลามชะลอเดินทาง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th