โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดตำรา "หุ้น Defensive" ทางรอดยุคตลาดแดงเดือด เป็นหุ้นแบบไหน อยากลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง ?

Thairath Money

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 03.34 น.
ภาพไฮไลต์

ท่ามกลางภาวะความผันผวนอย่างหนักของดัชนีตลาดหุ้นไทย นักลงทุนจำนวนไม่น้อยต่างแสวงหา "หลุมหลบภัย" เพื่อทำให้พอร์ตการลงทุนผ่านพ้นมรสุมไปได้ หนึ่งในกลยุทธ์ยอดนิยมคือการจัดพอร์ตลงทุนใน "หุ้น Defensive" ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะกำบังชั้นดีในยามที่ตลาดไม่เป็นใจ

Thairath Money พาทำความรู้จัก "หุ้น Defensive" พร้อม 6 เทคนิคที่จะทำให้รู้ว่า จะเลือกซื้อหุ้นปลอดภัยสักตัวหนึ่งเข้ามาในพอร์ต ต้องรู้อะไรบ้าง

ทำความรู้จัก "หุ้น Defensive"

หุ้น Defensive หรือ หุ้นตั้งรับ คือ หุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจซึ่งมีความต้องการสินค้าหรือบริการที่ "จำเป็นต่อการดำรงชีวิต" พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ผู้คนก็ยังคงต้องจับจ่ายใช้สอยในสินค้าและบริการเหล่านี้อยู่เสมอ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้มักจะมีความมั่นคง ไม่แกว่งตัวรุนแรงไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจเหมือนหุ้นในกลุ่มอื่นๆ

เมื่อมองมาที่ตลาดหุ้นไทย พบว่ามีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่จัดอยู่ในข่ายของหุ้น Defensive ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ตได้ เช่น

  • กลุ่มการแพทย์ (Healthcare) ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ความเจ็บป่วยคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนนึกถึง
  • กลุ่มค้าปลีก (Commerce) และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น: สินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อาหารและของใช้ส่วนตัว ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องซื้อหาอยู่เสมอ
  • กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) ไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม หรือทางด่วน คือบริการพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้ การันตีกระแสรายได้ที่แน่นอน เป็นต้น

อยากลงทุน ต้องดูอะไรบ้าง ?

สำหรับการเลือกลงทุนหุ้น Defensive ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ระบุไว้ในบทความ “เทคนิคสร้างพอร์ตหุ้นปลอดภัย (Defensive Stock)” ว่าแบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้

1.เลือกจากขนาด - การเลือกหุ้น Defensive ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีขนาดเล็กเกินไป โดยเราอาจพิจารณาจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization)

2.ความผันผวนต่ำ - เวลาราคาขึ้นก็จะขึ้นน้อยกว่าตลาด เวลาลงก็จะลงน้อยกว่าตลาด หรือหากจะพูดเป็นศัพท์เชิงเทคนิคก็บอกว่าเป็นหุ้นที่มีค่าเบต้า (Beta) ต่ำ หรือเป็นหุ้นที่มีความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับความผันผวนของดัชนีราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่ำ

3.ภาระหนี้น้อย - หุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการพิจารณาว่าหุ้นนั้นๆ มีความเสี่ยงทางการเงินต่ำก็คือ “ภาระหนี้สินต่ำ” หรือมีอัตราส่วน D/E ต่ำกว่า 1 เท่า

4.กำไรสม่ำเสมอ - หากหุ้นที่มีการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอก็อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงฝีมือของบริษัทในการบริหารจัดการได้ว่า ไม่ว่าจะผ่านภาวะเศรษฐกิจแบบใดก็ยังสามารถสร้างกำไรได้ แม้กำไรอาจไม่หวือหวามากนักก็ตาม

5.จ่ายปันผลสม่ำเสมอ - เมื่อบริษัทมีกำไรก็ควรจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะปันผลเป็นกระแสเงินสดรับที่นักลงทุนต่างก็คาดหวัง ดังนั้น บริษัทที่ดีจึงควรมีการบริหารจัดการระหว่างการนำเงินไปลงทุนกับการจ่ายเงินปันผลได้อย่างเหมาะสม

6.ราคาไม่แพง - หุ้น Defensive ที่ดีต้องมีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety : MOS) ซึ่งนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวจากการลงทุนมักจะมองหาหุ้นที่มี Margin of Safety สูงๆ โดยพิจารณาจากหุ้นที่ราคายังไม่แพงจนเกินไป ซึ่งดูได้จากราคาเทียบกับกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) หรือราคาเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (P/BV Ratio)

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...