โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ฝรั่งเศส” จุดกระแสใหม่ ประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายน ท่ามกลางวิกฤตกาซา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 03.08 น.

"ฝรั่งเศส" สร้างแรงกระเพื่อมทางการทูต ด้วยการประกาศว่าฝรั่งเศสจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายน กลายเป็นชาติแรกในกลุ่ม G7 และสมาชิกถาวรของยูเอ็นที่กล้าก้าวข้ามเส้น

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.41 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่าการประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ในช่วงดึกของเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ว่า ฝรั่งเศสจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายนนี้ กลายเป็นข่าวที่สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เนื่องจากฝรั่งเศสจะเป็นชาติแรกในกลุ่มสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และชาติกลุ่ม G7 ที่ประกาศเช่นนี้

แม้ว่าการรับรองของฝรั่งเศสจะเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้แล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากสงครามสั้นระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทำให้ฝรั่งเศสต้องเลื่อนการจัดประชุมสุดยอดร่วมกับซาอุดีอาระเบียและชาติพันธมิตรในยุโรปเกี่ยวกับประเด็นอิสราเอล-ปาเลสไตน์ แต่ก็ไม่มีใครคาดว่าประกาศจะเกิดขึ้นในลักษณะนี้

ประเด็นสำคัญ 2 ข้อจากประกาศที่ไม่คาดคิด

1. มาครงเห็นว่านี่คือ เวลาที่เหมาะสมที่จะลงมือ

ผู้นำจากฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี มีกำหนดพูดคุยกันในวันศุกร์เพื่อผลักดันการดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ในฉนวนกาซา

ภาพของชาวกาซาที่ผอมโซจนเห็นกระดูก โดยเฉพาะเด็ก ๆ ได้ปลุกความสลดใจในโลกตะวันตก แม้ว่าจะยังไม่ก่อให้เกิดการกระทำที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ก็ตาม การตัดสินใจของมาครงถือเป็นก้าวที่กล้าหาญ แม้จะตามหลังพันธมิตรยุโรปอย่างไอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสเปน แต่ครั้งนี้ฝรั่งเศสเป็นผู้นำของกลุ่มชาติมหาอำนาจที่พร้อมจะเดินตาม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับ CNN หลังการประกาศของมาครงว่า “ผมได้พูดคุยกับผู้นำคนอื่น ๆ แล้ว และผมมั่นใจว่าเราจะไม่ใช่ประเทศเดียวที่รับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายน”

สายตาของโลกจึงอาจจะหันไปที่สหราชอาณาจักร และอาจรวมถึงเยอรมนีด้วย ส่วนสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของอิสราเอล ดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ว่าจะในยุคทรัมป์หรือไม่ก็ตาม

2. สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ การตัดสินใจของฝรั่งเศสอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในทันที

ฮามาสออกมาระบุว่าการประกาศของฝรั่งเศสเป็นก้าวที่ดี แต่สำหรับผู้นำอิสราเอล การประกาศนี้ไม่ได้เป็นที่ต้อนรับเลย

จามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีเบนอิสราเอล ซึ่งต่อต้านแนวคิดรัฐปาเลสไตน์มาอย่างยาวนาน กล่าวในคืนวันพฤหัสบดีว่า“การรับรองนี้คือการให้รางวัลแก่ผู้ก่อการร้าย” ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่น ๆ ระบุว่าการเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสครั้งนี้ยิ่งทำให้การผนวกเวสต์แบงก์อย่างเป็นทางการเป็นสิ่งที่มีเหตุผลชอบธรรม

และถึงแม้การรับรองระหว่างประเทศจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริง ๆ ในกาซา เดดไลน์ในเดือนกันยายนก็จะมาช้าเกินไปสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่กำลังอดอยากภายใต้การปิดล้อมที่อิสราเอลควบคุม

ฟิลิปป์ ลาซซารินี หัวหน้าองค์การบรรเทาทุกข์และการทำงานของสหประชาชาติ (UNRWA) ซึ่งดูแลผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ ระบุในวันพฤหัสบดีว่าผู้คนในกาซาตอนนี้ดูเหมือนศพเดินได้ ขณะที่ความอดอยากกำลังลุกลามอย่างรุนแรง โดยประชากร 2.1 ล้านคนในกาซาทั้งหมดอยู่ในภาวะไม่มั่นคงทางอาหาร และกระทรวงสาธารณสุขของกาซารายงานว่า เด็กกว่า 900,000 คนกำลังขาดสารอาหาร โดยมีเด็กอย่างน้อย 70,000 คนแสดงอาการของภาวะทุพโภชนาการแล้ว

การทูตที่เสี่ยงสูง?

การประกาศของฝรั่งเศสโดยลำพังนี้ ยังสะท้อนถึงความรู้สึกสิ้นหวังในบางแง่ของมาครงด้วย เขาเป็นผู้นำที่มักให้ความสำคัญกับพันธมิตรระดับนานาชาติ มองว่าการรวมพลังกันหลายประเทศคือยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว ฝรั่งเศสเตรียมจัดการประชุมร่วมกับซาอุดีอาระเบียในกรุงริยาด ระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายน เพื่อหารือเกี่ยวกับการรับรองรัฐปาเลสไตน์ร่วมกัน แต่เมื่อความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน แผนนี้จึงต้องล้มเลิก

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่าฝรั่งเศสและซาอุฯ จะโน้มน้าวพันธมิตรให้ร่วมกันรับรองรัฐปาเลสไตน์ เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งต่ออิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ว่าทางออกแบบสองรัฐ (two-state solution) และสันติภาพคือสิ่งที่นานาชาติเรียกร้อง

มาครงอาจยังมีโอกาสที่จะชนะทางการทูต หากชาติพันธมิตรหันมาร่วมรับรองรัฐปาเลสไตน์ในเดือนกันยายน แต่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเขาก็ต้องแลกมาด้วยการทุ่มทุนทางการทูตของฝรั่งเศส และความพยายามชักชวนพันธมิตรที่ลังเลใจ

ฝรั่งเศสอาจจุดประกายโดมิโนการรับรองรัฐปาเลสไตน์ในชาติตะวันตก

ในยุโรป หลายประเทศยังลังเลที่จะรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ แม้จะพูดสนับสนุนแนวทาง two-state solution มานานก็ตาม สาเหตุเพราะเคารพความสัมพันธ์กับอิสราเอล ไม่ไว้วางใจรัฐบาลฮามาสในกาซา ไม่พอใจกับประสิทธิภาพของทางการปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ และชินชากับสถานะที่เป็นอยู่มาหลายสิบปี จนปฏิกิริยาต่อการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลหรือความรุนแรงที่ชาวปาเลสไตน์เผชิญนั้นมักเบาบาง

สำหรับภายในประเทศฝรั่งเศสเอง การรับรองรัฐปาเลสไตน์ไม่น่าจะก่อให้เกิดข้อขัดแย้งรุนแรง เพราะฝรั่งเศสมีประวัติที่เห็นอกเห็นใจชาวปาเลสไตน์มาอย่างยาวนาน อดีตผู้นำอย่างชาร์ล เดอโกล หลังสงครามปี 1967 ก็เคยประกาศจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างชัดเจน ฝรั่งเศสเองก็มีความสัมพันธ์กับองค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) มาหลายทศวรรษ แม้จะเคยมีเหตุการณ์ก่อการร้ายในฝรั่งเศสที่อ้างชื่อ PLO ก็ตาม

ในปี 2014 รัฐสภาฝรั่งเศสเคยเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองรัฐปาเลสไตน์ และรัฐบาลฝรั่งเศสก็สนับสนุนข้อเสนอนี้ในการลงมติที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แม้สุดท้ายจะไม่ผ่าน

ฝรั่งเศสสนับสนุน two-state solution บนฐานพรมแดนปี 1967 มาโดยตลอด แม้ครั้งนี้ แหล่งข่าวจากทำเนียบประธานาธิบดีจะย้ำว่า “การรับรองของฝรั่งเศสจะไม่ระบุพรมแดนอย่างเป็นทางการ”

แม้มาครงเคยสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการตอบโต้เหตุสังหารหมู่เมื่อ 7 ตุลาคม แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มวิจารณ์การทำสงครามของเนทันยาฮูมากขึ้นเรื่อย ๆ

เขาเคยแสดงความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลามเข้ามาในฝรั่งเศส ซึ่งมีชุมชนชาวยิวและมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

แต่เมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตในกาซาเพิ่มขึ้น ฝรั่งเศสก็เริ่มดำเนินมาตรการแข็งกร้าวมากขึ้น เช่น การระงับการส่งออกอาวุธให้กับอิสราเอล การทิ้งเสบียงช่วยเหลือจากอากาศเข้าไปในกาซา และการเรียกร้องหยุดยิงพร้อมเปิดทางให้สื่อและองค์กรมนุษยธรรมเข้าไปได้

การตัดสินใจรับรองรัฐปาเลสไตน์ในครั้งนี้อาจเป็น“การเดิมพันครั้งสุดท้าย” ของฝรั่งเศส เพื่อหวังให้โลกตะวันตกเดินตาม และเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนกาซาที่ยังทุกข์ทรมานอยู่

อ้างอิง : edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...