โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีอี ลุยพิษณุโลก เปิด “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” หวังลดความเหลื่อมล้ำ

อีจัน

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 15.30 น. • อีจัน

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.68 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ลงพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ระบบ e-Office นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเอกสาร ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการใช้กระดาษ และทำให้การบริการประชาชนสะดวก รวดเร็วขึ้น

กลไกการขับเคลื่อน ดีอีมีการขับเคลื่อนนโยบายนี้ใน 2 ส่วนหลัก

1.ส่วนภูมิภาค: กำหนดให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดนำร่อง “Digital Korat” ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารภาครัฐ ก่อนที่จะขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่น ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรสงคราม อุดรธานี และนครศรีธรรมราช

โดยสำนักงานสถิติจังหวัดจะทำหน้าที่ประสานงานการขอใช้งาน สำหรับจังหวัดพิษณุโลก มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 57 แห่งเริ่มใช้งานระบบ e-Office แล้ว โดยมีผู้ใช้งาน 1,046 คน คิดเป็น 55.3% ของหน่วยงานในจังหวัด และกำลังจะขยายไปสู่หน่วยงานราชการอื่น ๆ

2.ส่วนกลาง: ดีอีได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อขับเคลื่อนการใช้งาน e-Office กับหลายกระทรวงและหน่วยงานราชการส่วนกลาง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และล่าสุดคือกระทรวงคมนาคม

ความคืบหน้า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 กระทรวงดีอีได้สนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office ในหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศไปแล้วกว่า 70 หน่วยงาน มีผู้ใช้งานประมาณ 610,000 คน โดยยังคงเร่งขยายผลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่สังคมไทยไร้กระดาษ

นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่เปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กล่าวเสริมว่า ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อุปกรณ์ดิจิทัล การพัฒนาทักษะดิจิทัล และส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชุมชน เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลและให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการดิจิทัล และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้

ศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม

ศูนย์แห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนกว่า 4,000 คน และประชาชนในตำบลท่าทองกว่า 14,000 คน โดยให้บริการดังนี้:

* สืบค้นข้อมูลและอบรมความรู้ดิจิทัล: เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

* บริการรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์และบริการดิจิทัลภาครัฐ: เช่น บริการของสำนักงานศาลปกครองสูงสุด

* ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ e-Services ภาครัฐด้านสวัสดิการและบริการ

* ให้คำปรึกษาการสร้าง Page Facebook/TikTok: สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มแม่บ้าน เพื่อโปรโมทสินค้าชุมชนและจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทย (www.thailandpostmart.com)

การยกระดับและเป้าหมาย

ในปี 2566 – 2571 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้ยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 1,722 แห่ง โดยศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมเป็นหนึ่งในศูนย์ที่ได้รับอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ทันสมัยและหลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน สมาร์ททีวี โปรเจคเตอร์ และพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-working space) เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงดีอียังได้เยี่ยมชมการใช้งาน ระบบ e-Office ของเทศบาลเมืองพิษณุโลก และร่วมกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง Fake News แก่นักเรียนโรงเรียนวังทองพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐทุกระดับ (ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และสถานศึกษาของรัฐ) สามารถขอรับการสนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office พร้อม CA (Certification Authority) สำหรับผู้มีอำนาจลงนามภายนอกได้ฟรี โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mdes.go.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...