โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง ถก บีโอไอ ปรับเงื่อนไข แก้ อีวี ล้นตลาด คาดไม่ถึงแข่งดุ-สงครามราคารุนแรง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 23.05 น.

คลัง ถก บีโอไอ ปรับเงื่อนไข แก้ อีวี ล้นตลาด คาดไม่ถึงแข่งดุ-สงครามราคารุนแรง

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อหาแนวทางการปรับเงื่อนไขมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 3.5 เนื่องจากปัจจุบันสงครามราคารถอีวี ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในประเทศจีน ที่เป็นแหล่งผลิตรถอีวีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการใช้กลยุทธ์การตัดราคา จนทำให้บริษัทผู้ผลิตรถอีวีขนาดเล็กหรือที่อ่อนแอกว่าในจีนต้องล้มละลาย เพราะต่อสู้ในสงครามราคาไม่ได้ ซึ่งกลยุทธ์ในการทำสงครามราคาอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้คือการทำให้รถยนต์อีวีป้ายแดงเป็นรถมือสอง โดยนำรถยนต์ใหม่ไปจดทะเบียน แล้วนำออกขายในตลาดรถยนต์มือสองซึ่งเลขไมล์ของรถยนต์ยังเป็น 0 ไมล์ หรือใกล้เคียง 0 ไมล์ ซึ่งราคาจะถูกกว่ารถยนต์ป้ายแดงมาก ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตสามารถเคลมยอดขายได้ ขณะเดียวกันก็ได้สภาพคล่องกลับมา

แหล่งข่าวกล่าวว่า บีโอไอเป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตรถอีวีมองอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ในซัพพลายเชนกว่า 2,000 บริษัท และมีการจ้างงานกว่า 9 แสนคน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-67) ความนิยมในรถอีวี ไม่ว่าจะเป็นรถอีวีประเภทแบตเตอรี่ (BEV) รถอีวีปลักอิ๊นไฮบริจ (PHEV) และรถอีวีไฮบริด (HEV) ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากยอดจดทะเบียนรถอีวี 8.45 หมื่นคัน ในปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 2.06 แสนคัน ในปี 2567 โดยในส่วนของการลงทุนในช่วง 3 ปีดังกล่าว มีการขอรับส่งเสริม การลงทุนในการผลิตรถอีวีและชิ้นส่วน จำนวน 644 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะที่การกำหนดมาตรการการผลิตในประเทศชดเชยการนำเข้าดังกล่าว ภาครัฐคาดไม่ถึงว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตรถอีวีจะรุนแรง จนกระทั่งรถอีวีออกมาท่วมตลาด และก่อให้เกิดสงครามราคา ทั้งนี้ มาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี โดยที่รัฐให้เงินอุดหนุนแก่ค่ายรถยนต์อีวีที่นำเข้ามาขายในประเทศ เพื่อให้ค่ายรถยนต์นำไปเป็นส่วนลดให้กับผู้ซื้อนั้น ได้กำหนดเงื่อนไขที่สำคัญคือ จะต้องมีการสร้างโรงงานผลิตรถอีวีภายในประเทศ เพื่อชดเชยการนำเข้า เช่น กรณีมาตรการอีวี 3.5 ที่กำหนดว่า ภายในปี 2569 จะต้องผลิตชดเชยการนำเข้าในอัตรา 2 เท่าของจำนวนที่นำเข้า และภายในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 3 เท่า หากไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขนี้เงินที่ได้รับการอุดหนุนจะต้องคืนแก่รัฐ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ดังนั้น ในการปรับเงื่อนไขครั้งนี้ คือประเด็นการผลิตชดเชยการนำเข้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหารถอีวีล้นตลาด จนนำไปสู่สงครามราคา และกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้ ประเด็นหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาหารือก็คือ เรื่องสูตรการคำนวณจำนวนการผลิตชดเชยการนำเข้า เช่น กรณีมาตรการอีวี 3.5 ที่กำหนดให้ผลิตชดเชยการนำเข้าในปี 2569 ในอัตรา 2 เท่าของจำนวนนำเข้า หากค่ายรถยนต์อีวีนำเข้าอีวีมา 100 คัน แล้วผลิตภายในประเทศในปีนี้ได้เพียง 50 คัน เมื่อโอนย้ายจากมาตรการอีวี 3.0 มาเป็นอีวี 3.5 ซึ่งกำหนดให้ภายในปี 2569 จะต้องผลิตชดเชย 2 เท่า เป็นการคิด 2 เท่าของ 100 คัน หมายความว่าต้องผลิตชดเชยรวม 200 คัน แล้วหัก 50 คันที่ผลิตแล้ว ดังนั้น ต้องผลิตชดเชยอีก 150 คัน, ไม่ใช่ 2 เท่าของจำนวนที่ยังไม่ได้ผลิตชดเชย คืออีก 50 คัน ซึ่งคำนวณได้ 100 คัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า สำหรับกรณีค่ายรถยนต์ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ไม่สามารถผลิตรถ EV ภายในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าตามเงื่อนไขของอีวี 3.0 นั้น ทางเนต้าได้แจ้งมาขอเข้ามาตรการอีวี 3.5 เพื่อขยายระยะเวลาการผลิตชดเชยแล้ว ซึ่งจะต้องนำเข้าบอร์ดอีวีเพื่ออนุมัติ เนื่องจากบริษัทเนต้าได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทใหม่ เป็นเนต้า ไทยแลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นคนละคู่สัญญาที่เคยทำไว้กับกรมสรรพสามิตในการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี ดังนั้น จำเป็นต้องให้บอร์ดอีวีอนุมัติ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บีโอไอก็มีความเป็นห่วงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทยในปัจจุบันที่อาจมีความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ บอร์ดอีวีเมื่อปลายปีที่แล้ว จึงมีมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการอีวี 3 ที่เดิมกำหนดให้ต้องผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน 1:1 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 1 คัน) ภายในปี 2567 หรือ 1:1.5 เท่า ภายในปี 2568 โดยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาผลิตชดเชยตามมาตรการอีวี 3 ไปผลิตชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการอีวี 3.5 ได้ (ผลิตชดเชย 2 เท่า ภายในปี 2569 หรือ 3 เท่า ภายในปี 2570)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลัง ถก บีโอไอ ปรับเงื่อนไข แก้ อีวี ล้นตลาด คาดไม่ถึงแข่งดุ-สงครามราคารุนแรง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...