โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภาษีทรัมป์ ดันทองคำช่วงที่เหลือปี 68 ออลไทม์ไฮ 3,800-4,000 ดอลลาร์

PostToday

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 00.59 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 07.19 น.

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand Investment Forum 2025: Great Depression พลิกเกมฝ่าวิกฤติ หัวข้อ Future Investment Trends ที่จัดขึ้นโดยกรุงเทพธุรกิจ ฐานเศรษฐกิจ และโพสต์ทูเดย์ ว่า แนวโน้มราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปี 2568 หากยืนและไม่หลุด 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ น่าจะมีโอกาสดีดตัวขึ้นไปทำออลไทม์ไฮแตะ 3,800-4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นผลจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ

“ทองคำระยะยาวยังเป็นขาขึ้น ส่วนระยะสั้นเห็นการแกว่งตัวไซด์เวย์ แต่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทองคำไม่ได้ทำนิวโลว์ ถ้ายืนได้ไม่หลุด 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มีโอกาสสูงที่จะดีดตัวขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ระยะสั้น แนะนำทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว 30-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
หลังจากในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน (YTD) ราคาทองคำปรับขึ้นกว่า 20% มาอยู่ที่ประมาณ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นผลจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

“ในปีนี้ทองคำเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 3 เดือนแรกปีนี้ ขึ้นมาแล้ว 30% ทำไฮหลาย 10 ครั้ง เนื่องจากภาษีทรัมป์ และการรับรู้จากข่าวสงครามบ้าง โดยขึ้นหนักๆ ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.2568 ปรับขึ้นอีก 10% ทำให้ภาพรวมเดือน เม.ย.2568 ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างมาก แต่ตอนนี้ปรับฐาน ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3,300ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

ส่วนราคาทองคำในประเทศจะปรับตัวขึ้นน้อยกว่าราคาทองคำในต่างประเทศ ประมาณ 2-3% จากเงินบาทแข็งค่า โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1 บาท กดดันราคาทองคำ 3,000 บาทต่อบาททองคำ โดยในปี 2567 ราคาทองคำในต่างประเทศปรับตัวขึ้น 30% ขณะที่ราคาทองคำในประเทศ ปรับตัวขึ้น 27%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...