โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เบื้องหลังเครือข่าย 5G กางแผน Ericsson หนุนแกนหลักเศรษฐกิจ AI

Techhub

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น.

ทุกคนรู้ไหมครับว่า เครือข่าย 5G ที่เราใช้งานกันอยู่ ไม่ได้พึ่งพาแค่คลื่นที่ค่ายมือถือประมูลได้จาก กสทช. แต่การจะเอาคลื่นนั้น ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานของเสาสัญญาณ 5G โดย Ericsson คือหนึ่งในบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการให้บริการดังกล่าว

5G Standalone ประสิทธิภาพขั้นสุดของ 5G

ข้อมูลจากคุณ แอนเดอร์ส เรียนผู้บริหารของ Ericsson บอกว่า ปัจจุบัน การใช้งาน 5G Standalone หรือ 5G SA นั้นยังมีไม่มากพอในประเทศไทย มีการใช้งานเป็นจุด ๆ โดยเฉพาะจุดที่มีคนหน้าแน่ ทำให้โอเปอเรเตอร์ ยังไม่สามารถใช้คลื่นที่มีอยู่ในเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้

โดยในไทย ส่วนใหญ่ยังมีการใช้งานเป็น 5G NSA หรือ Non – Standalone เป็น 5G แบบลูกผสม หรือการเกาะ 4G ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน ผู้ให้บริการจะติดตั้งเสาสัญญาณ 5G ใหม่ แต่ยังคงใช้ระบบประมวลผลกลางหรือเครือข่ายแกนหลัก (Core Network) ของ 4G อยู่ ผลที่ได้คือความเร็วในการดาวน์โหลดที่สูงขึ้น แต่ความสามารถอื่นๆ ของ 5G ยังไม่ถูกปลดล็อกออกมาเต็มที่

Mid brand คลื่นความถี่ทองคำสำหรับ 5G

จริงไทย ๆ ประเทศไทยถือว่ามีคลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid-Band) ที่นำมาให้บริการ 4G และ 5G หลากหลายย่านความถี่ โดยคลื่น 2600 MHz คือคลื่น Mid-Band ที่เป็นหัวใจหลักของ 5G ในประเทศไทยปัจจุบัน เพราะมีปริมาณความกว้างของคลื่นที่มากพอจะให้ความเร็วสูงได้ ซึ่งผู้ให้บริการทั้งสองรายก็นำมาใช้งาน
ถึงแม้เราจะมีหลายย่านความถี่ แต่ประเทศไทยยัง ไม่มี คลื่น 3500 MHz (หรือ 3.5 GHz) สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งคลื่นย่านนี้คือ คลื่น 5G หลักที่ทั่วโลกใช้งานกันมากที่สุด

โดยคลื่น 3.5 GHz เป็นคลื่นที่มี Ecosystem ของอุปกรณ์และเทคโนโลยีรองรับกว้างขวางที่สุด และมีคุณสมบัติที่สมดุลอย่างยิ่งในการทำ 5G ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การที่ไทยยังไม่มีคลื่นย่านนี้ ทำให้ศักยภาพ 5G ของเรายังไม่ถูกปลดล็อกเต็มที่เมื่อเทียบกับประเทศผู้นำ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ความเร็ว 5G เฉลี่ยของไทยยังตามหลังบางประเทศในภูมิภาคที่เปิดให้บริการคลื่นย่านนี้แล้ว ซึ่งภาครัฐกำลังอยู่ในกระบวนการเพื่อนำคลื่นย่านนี้มาจัดสรรสำหรับกิจการ 5G ในอนาคต

การมีย่านความถี่กลาง หรือ Mid-Band เพิ่มเติม ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้ 5G เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะกำหนดอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในทศวรรษหน้า

ภาพรวม 5G การใช้ข้อมูลจะสูงขึ้นอย่างมากในปี 2030 จากการมาของ AI โดยรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด ระบุว่า

– ใ0นปี 2030 คาดว่าจะมีบัญชีผู้ใช้ 5G ถึง 630 ล้านรายในภูมิภาคเอเซีย โดยคิดเป็น 49% ของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในภูมิภาค
– การใช้ดาต้าต่อคนเพิ่มขึ้น โดยปริมาณการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนจะเพิ่มจาก 19 GB/เดือน ในปี 2024 เป็น 38 GB/เดือน ในปี 2030
– สำหรับประเทศไทย เครือข่าย 5G ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการบริโภคข้อมูลและเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU)

โดย Ericsson พร้อมสนับสนุนด้านเทคโนโลยี 5G เพื่อทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับการนำเครือข่าย 5G Standalone (SA) และการสร้างฐาน ย่านความถี่กลาง (Mid-Band) เพิ่มเติม เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปลดล็อกศักยภาพของ 5G ได้อย่างเต็มที่

เทคโนโลยี 5G SA จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งสำหรับองค์กรและผู้บริโภค เช่น อุปกรณ์ AI, แว่นตาอัจฉริยะ และแอปพลิเคชันที่ต้องการการเชื่อมต่อคุณภาพสูงและมีความหน่วงต่ำ (Low Latency)


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...