โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'อดีตนายกสมาคม รพ.เอกชน' เผยผู้ป่วยกัมพูชา ไม่ลด - อาหรับพึงระวัง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.15 น.

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการปิดด่าน รวมถึง มีการระบุว่ากัมพูชาจะส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาพยาบาลในประเทศอื่นแทนประเทศไทย และอาจจะมีการเรียกแรงงานกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย กลับประเทศ รวมถึง การสู้รบระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยCLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ถือเป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มหลักที่เข้ามารับบริการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2568 นพ.เฉลิญ หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) และอดีตนายกสมาคม รพ.เอกชน ให้สัมภาษณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยกัมพูชาที่เข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย อยู่ที่เครือรพ.ว่ามีฐานลูกค้าเท่าไร ซึ่งตั้งแต่มีสถานการณ์ชายแดน ผู้ป่วยไม่ได้ลดลง คนที่มีกำลังจ่ายก็สามารถบินเข้ามารับการรักษาได้ ยังมีการเดินทางมารับการผ่าตัดหัวใจอย่างปกติ เพราะเรื่องเทคโนโลยีการรักษาเป็นเรื่องชีวิตที่ต้องพิจารณามารับการรักษาตัวเอง และเรื่องผู้ป่วยเป็นข้อยกเว้นในสถานการณ์ระหว่างประเทศต่างๆ

ภาคเฮลท์แคร์ไม่กระทบ

“เรื่องคนไข้ ภาคเฮลท์แคร์ไม่มีประเด็น เหมือนกับช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการปิดด่านก็สามารถข้ามแดนมารักษาได้ เนื่องจากเรื่องของผู้ป่วยเป็นเรื่องมนุษยธรรม และเท่าที่ติดตามมาตั้งแต่มีสถานการณ์ปิดด่าน เรื่องผู้ป่วยไม่มีผลตกกระทบ การเจ็บป่วยสามารถข้ามแดนมารักษาได้ ไม่ว่าเวลาไหน มาได้ 24 ชั่วโมง”นพ.เฉลิม กล่าว

กรณีหากมีการเรียกแรงงานกัมพูชากลับประเทศจะกระทบกับผู้ป่วยแรงงานกัมพูชาในไทยหรือไม่ นพ.เฉลิม กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัว คนที่มาทำงานในประเทศไทย หากมีการเรียกกลับประเทศ ต้องดูว่าในงานรองรับในประเทศหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่โดนประเทศในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ตัดสิทธิประโยชน์ หากกลับไปแล้วไม่มีตำแหน่งงานมารองรับชาวบ้านก็จะลำบาก จึงเชื่อว่าคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง หากได้ค่าตอบแทนสูงอยู่แล้วคงจะไม่กลับ

แนวโน้มอาหรับ รัฐช่วยจ่ายลดลง

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่าน นพ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นภาพใหญ่ที่พึงระวัง เนื่องจากเมื่อปี 2567 เกิดเหตุการณ์ที่ประเทศคูเวตสะสางไม่จบจนส่งผลต่อผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา ทั้งนี้ แนวโน้มกลุ่มประเทศตะวันออกกลางในอนาคต หากสามารถให้บริการได้ภายในประเทศก็จะไม่สนับสนุนไปต่างประเทศ ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไม่ได้

“หากมีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ไม่ได้ลามปามไปทั่ว ตอนนี้ยังเป็นเรื่องของอิสราเอล และอิหร่าน ส่วนที่ยังบริการภายในประเทศไม่มีและจำเป็นต้องรับบริการคงจะเข้ามารับบริการตามปกติ เพียงแต่เรื่องของค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น รัฐบาลก็จะเกิดการระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม การเจ็บป่วยของผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลางในช่วงหลัง จะเป็นการจ่ายเงินเอง หากผู้ป่วยยังต้องการเข้ามารับบริการรักษาพยาบาลในประเทศไทย” นพ.เฉลิม กล่าว

ผู้ป่วยCLMV ราว 48 %

กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติของเครือ รพ.เกษมราษฎร์ นพ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า เครือฯ มีเงินได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติทั้งกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ช่วงปลายปี 2567 ประมาณ 14% ซึ่งเดิมมีบิลล์ใหญ่กับประเทศคูเวตแต่หายไป

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2568 ลูกค้าผู้ป่วยต่างชาติโต 13-14% และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ป่วยCLMV ราว 48% มากที่สุดเป็นชาวเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามลำดับ และตะวันออกกลาง 28% ซึ่งในไตรมาส 1 เป็นช่วงเดือนรอมฎอนด้วย

รพ.เกษมราษฎร์อรัญฯ ผู้ป่วยไม่ลดลง

“เครือ รพ.เกษมราษฎร์ มีสาขา รพ.ที่ประเทศลาว ,ด่านแม่สาย จ.เชียงราย และ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งในส่วนของกลุ่มผู้ป่วยกัมพูชา ที่เข้ามารับการรักษาในเครือรพ.เกษมราษฎร์ นั้น ผมดูตัวเลขทุกวัน ไม่ได้ลดลง ชัดเจนที่ รพ.เกษมราษฎร์ สาขาอรัญประเทศ จากชาวกัมพูชา น่าจะอยู่ที่ประมาณ 30-35 %ของภาพรวม เพราะการเจ็บป่วยสามารถผ่านแดนได้” นพ.เฉลิม กล่าว

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...