SOCIETY: ทำไมแม่ถึงอยากยกมรดกให้หมา แล้วถ้าเราเป็นแม่หมาเรามีสิทธิ์ในมรดกไหม?
ลองจินตนาการว่าคุณได้ยินข่าวเรื่องคุณแม่คนหนึ่งที่เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับสุนัขที่เธอรักมาก แทนที่จะให้ลูกหลานของตนเอง คำถามนี้ชวนให้เราฉุกคิดอย่างยิ่งว่า ทำไมใครบางคนจึงตัดสินใจมอบมรดกแก่สัตว์เลี้ยง? เรื่องนี้ฟังดูเหลือเชื่อ แต่บนโลกเคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นจริง และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเช่นนั้นก็ล้วนสะท้อนความผูกพันและปัญหาความสัมพันธ์ในชีวิตของผู้ยกมรดกอย่างลึกซึ้ง
เหตุการณ์การยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในต่างประเทศ ตัวอย่างหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากคือกรณีคุณยายชาวจีนแซ่หลิวท่านหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งประกาศว่าจะยกทรัพย์สินทั้งหมดราว 20 ล้านหยวน (ประมาณ 100 ล้านบาท) ให้แก่สุนัขและแมวที่เธอเลี้ยงไว้ และไม่ให้ลูกทั้งสามของตนเลย เหตุผลเบื้องหลังคือ ตลอดช่วงบั้นปลายชีวิต ลูกๆ แทบไม่มาเยี่ยมหรือดูแลเธอยามเจ็บป่วยและแทบไม่ติดต่อใดๆ ทำให้เธอรู้สึกถูกละเลย ในทางตรงข้าม สัตว์เลี้ยงคู่ใจกลับอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนยามแก่เฒ่า เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนพินัยกรรมใหม่ทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปดูแลสัตว์เลี้ยงของเธออย่างดีที่สุด นอกจากนี้ เนื่องจากกฎหมายจีนไม่อนุญาตให้ยกมรดกให้สัตว์โดยตรง คุณยายหลิวจึงแต่งตั้งคลินิกสัตวแพทย์ในท้องถิ่นให้เป็นผู้ดูแลจัดการทรัพย์สินก้อนนี้แทน โดยมีหน้าที่ใช้เงินมรดกเพื่อดูแลสุนัขและแมวของเธอต่อไปหลังเธอเสียชีวิต
อีกกรณีที่โด่งดังไม่แพ้กันคือเรื่องของ ลีโอนา เฮล์มสลีย์ มหาเศรษฐีนีชาวอเมริกัน เจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังในนิวยอร์ก ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเขียนพินัยกรรมยกเงิน 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 396 ล้านบาท) ให้แก่สุนัขพันธุ์มอลทีสสีขาวชื่อ ‘ทรับเบิล’ สุนัขตัวโปรดของเธอ โดยตัดหลานสองคนออกจากกองมรดก และมอบเงื่อนไขให้หลานอีกสองคนว่าถ้าได้รับมรดกคนละ 5 ล้านดอลลาร์ ต้องไปเยี่ยมหลุมศพพ่อของพวกเขาปีละครั้ง ซึ่งการกระทำของเฮล์มสลีย์สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งสมาชิกครอบครัวบางคนและชาวนิวยอร์กหลายคนต่างไม่เห็นด้วยที่เธอยกมรดกก้อนโตให้สุนัข แทนที่จะนำเงินไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ซึ่งยังมีอยู่มากมายทั่วโลก
กรณีเหล่านี้จึงกลายเป็นบทสนทนาใหญ่โตในสังคมถึงความเหมาะสมของการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยง ซึ่งประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากกรณีเหล่านี้มีทั้งมุมมองเบื้องลึกของเหตุผลดังกล่าว รวมไปถึงมุมมองในแง่กฎหมายที่ชวนคิดและน่าติดตามอยู่ไม่น้อย
[ทำไมบางคนถึงยกมรดกให้สัตว์เลี้ยง?]
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเจ้าของถึงเลือกยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงแทนที่จะยกให้มนุษย์คนอื่นๆ ในชีวิตของตนเอง สาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเช่นนี้มักเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านความรู้สึกและความสัมพันธ์ในชีวิต เราสามารถวิเคราะห์เหตุผลหลักๆ ได้ประมาณนี้
ความรักผูกพันดุจสมาชิกในครอบครัว: สำหรับคนรักสัตว์ สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์ แต่เปรียบเสมือนลูกหลานหรือเพื่อนที่รู้ใจ เจ้าของหลายคนจึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้สัตว์เลี้ยงได้รับการดูแลที่ดีที่สุดแม้ยามที่ตนจากไปแล้ว
ความไม่ไว้วางใจหรือความขัดแย้งกับทายาทมนุษย์:
ในบางกรณี สาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่การรักสัตว์มากเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรู้สึกเจ็บปวดหรือผิดหวังจากความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด เจ้าของสูงวัยบางคนอาจรู้สึกว่าลูกหลานหรือญาติพี่น้องของตนไม่ได้ดูแลเอาใจใส่หรืออาจเคยมีปัญหาขัดแย้งกัน เมื่อถึงวัยบั้นปลายความรู้สึกไม่ไว้วางใจเหล่านี้อาจฝังลึกจนทำให้พวกเขาไม่อยากยกทรัพย์สมบัติให้ทายาทเหล่านั้น ตัวอย่างชัดเจนคือกรณีคุณยายหลิวในจีนที่มอบมรดกให้สัตว์เลี้ยงทั้งหมดเพราะเชื่อว่าลูกๆ ‘ละเลย’ ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยเมื่อตอนป่วย
ความเหงาและสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายทุกข์:
สำหรับหลายๆ คน สัตว์เลี้ยงคือเพื่อนแท้ในยามเหงา ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ตามลำพังโดยไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้ชิด การมีสุนัขหรือแมวอยู่เคียงข้างสามารถเติมเต็มช่องว่างทางใจได้อย่างมหาศาล สัตว์เลี้ยงมอบความรักความซื่อสัตย์โดยไม่มีเงื่อนไข เจ้าของจึงรู้สึกผูกพันและเป็นหนี้บุญคุณทางใจ ในยามที่คิดถึงอนาคตหลังตนเองจากไป ความกังวลใหญ่หลวงของคนกลุ่มนี้คือ “ใครจะดูแลเพื่อนรักหลังจากที่ฉันจากไป?”
ทัศนคติส่วนบุคคลและความตั้งใจพิเศษ: ในบางกรณีที่ดูสุดโต่ง การยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงอาจเกิดจากทัศนคติส่วนตัวที่แตกต่าง เจ้าของบางคนอาจยึดมั่นว่าสัตว์เลี้ยงของตนควรได้รับการปฏิบัติทัดเทียมมนุษย์ หรืออาจมีเจตนาจะสั่งสอนบางอย่างแก่ญาติพี่น้องที่ทำให้ตนผิดหวัง จึงเลือกตัดพวกเขาออกจากมรดกและยกให้สัตว์เลี้ยงแทน
[แล้วในมุมมองทางกฎหมาย เรายกมรดกให้สัตว์เลี้ยงได้หรือไม่?]
แม้ว่าการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงจะเกิดขึ้นจริงในบางประเทศ แต่ก็ต้องอาศัยช่องทางทางกฎหมายพิเศษ เพราะ โดยหลักกฎหมายทั่วไป ‘สัตว์เลี้ยง’ ไม่ถือเป็นบุคคลผู้มีสิทธิถือครองทรัพย์สิน ดังนั้นตามกฎหมายไทยเรา ไม่สามารถระบุยกทรัพย์สินในพินัยกรรมให้สุนัขหรือแมวโดยตรงได้ เนื่องจากผู้รับพินัยกรรมจะต้องมีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมายเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มันไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะไม่สามารถจัดการมรดกเพื่อสัตว์เลี้ยงได้เลย วิธีแก้คือการจัดสรรผ่าน ‘บุคคลหรือองค์กรกลาง’ เช่น เจ้าของอาจเขียนพินัยกรรมมอบสัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินบางส่วนให้ ผู้ดูแล ที่ตนไว้วางใจ โดยระบุความประสงค์ว่าผู้ดูแลคนนี้จะได้รับเงินก้อนดังกล่าวต่อเมื่อรับหน้าที่เลี้ยงดูสุนัขหรือแมวของตนไปตลอดชีวิตของสัตว์
หรืออีกแนวทางหนึ่งคือ ตั้งกองทุนหรือมูลนิธิ สำหรับดูแลสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ โดยให้เงินมรดกนั้นตกเป็นของกองทุนและกำหนดให้กองทุนดูแลค่าใช้จ่ายของสัตว์เลี้ยงจนกว่าสัตว์จะหมดอายุขัย วิธีนี้คล้ายกับในกรณีของคุณยายหลิวในจีนที่เธอแต่งตั้งคลินิกสัตวแพทย์เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินให้สัตว์เลี้ยง แทนที่จะยกให้สัตว์โดยตรงนั่นเอง
สำหรับประเทศไทยเอง ปัจจุบันยังไม่เคยปรากฏกรณีการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงโดยตรง เพราะข้อกฎหมายยังไม่อนุญาตและวัฒนธรรมไทยก็ไม่คุ้นเคยแนวคิดนี้เท่าโลกตะวันตก แต่ในอนาคตหากสังคมไทยมีผู้สนใจทำพินัยกรรมลักษณะนี้มากขึ้น ก็อาจเกิดการถกเถียงและพัฒนากฎหมายเพื่อรองรับการดูแลสัตว์เลี้ยงหลังเจ้าของเสียชีวิตต่อไป ในระหว่างนี้ สิ่งสำคัญคือผู้ที่รักสัตว์ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะให้ใครดูแลสัตว์เลี้ยงของตนหากวันหนึ่งตนไม่อยู่ และอาจเตรียมจัดสรรทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้เพื่อจุดประสงค์นี้ผ่านวิธีที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้
ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังพูดแซวกันเล่นๆ ในครอบครัวว่า “แม่รักหมามากไปหรือเปล่า ถึงกับจะไม่ยกมรดกให้เราเลย” อาจคลายใจได้บ้าง เพราะในหลายกรณี การที่ผู้ใหญ่เลือกจัดสรรทรัพย์สินไว้เพื่อสัตว์เลี้ยง ไม่ได้แปลว่าเขาตัดขาดจากลูกหลานเสมอไป
หากเรามีความสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจความห่วงใยของท่าน และพร้อมจะรับผิดชอบ เจ้าสี่ขาแสนรักของบ้านต่อไป เราอาจกลายเป็น ‘จัดการทรัพย์สินเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง’ ซึ่งได้รับความไว้วางใจที่สุดในสายตาแม่ก็เป็นได้
ในท้ายที่สุด บางที…สิ่งที่แม่อยากฝากไว้ อาจไม่ใช่แค่ทรัพย์สมบัติ แต่คือความรักที่อยากให้เราช่วยดูแลต่อจากมือของท่านต่างหาก
อ้างอิง
- South China Morning Post. (2023). Fortune cats and dogs: elderly China woman leaves US$2.8 million assets to beloved pets instead of children who never visited even when she was ill.
- Reuters. (2007). Leona Helmsley leaves $12 million to her dog.
- สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2564). ข้อควรรู้เกี่ยวกับพินัยกรรมและการยกมรดกตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.
- ปัญญ์เพชร สุจริตสาธิต. (2560). สถานการณ์คุ้มครองสัตว์และสิทธิส่งรามในประเทศไทย: กรณีศึกษาการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยง. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.