โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: ทำไมแม่ถึงอยากยกมรดกให้หมา แล้วถ้าเราเป็นแม่หมาเรามีสิทธิ์ในมรดกไหม?

BrandThink

เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 05.30 น.

ลองจินตนาการว่าคุณได้ยินข่าวเรื่องคุณแม่คนหนึ่งที่เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับสุนัขที่เธอรักมาก แทนที่จะให้ลูกหลานของตนเอง คำถามนี้ชวนให้เราฉุกคิดอย่างยิ่งว่า ทำไมใครบางคนจึงตัดสินใจมอบมรดกแก่สัตว์เลี้ยง? เรื่องนี้ฟังดูเหลือเชื่อ แต่บนโลกเคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นจริง และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเช่นนั้นก็ล้วนสะท้อนความผูกพันและปัญหาความสัมพันธ์ในชีวิตของผู้ยกมรดกอย่างลึกซึ้ง

เหตุการณ์การยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในต่างประเทศ ตัวอย่างหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากคือกรณีคุณยายชาวจีนแซ่หลิวท่านหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งประกาศว่าจะยกทรัพย์สินทั้งหมดราว 20 ล้านหยวน (ประมาณ 100 ล้านบาท) ให้แก่สุนัขและแมวที่เธอเลี้ยงไว้ และไม่ให้ลูกทั้งสามของตนเลย เหตุผลเบื้องหลังคือ ตลอดช่วงบั้นปลายชีวิต ลูกๆ แทบไม่มาเยี่ยมหรือดูแลเธอยามเจ็บป่วยและแทบไม่ติดต่อใดๆ ทำให้เธอรู้สึกถูกละเลย ในทางตรงข้าม สัตว์เลี้ยงคู่ใจกลับอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนยามแก่เฒ่า เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนพินัยกรรมใหม่ทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปดูแลสัตว์เลี้ยงของเธออย่างดีที่สุด นอกจากนี้ เนื่องจากกฎหมายจีนไม่อนุญาตให้ยกมรดกให้สัตว์โดยตรง คุณยายหลิวจึงแต่งตั้งคลินิกสัตวแพทย์ในท้องถิ่นให้เป็นผู้ดูแลจัดการทรัพย์สินก้อนนี้แทน โดยมีหน้าที่ใช้เงินมรดกเพื่อดูแลสุนัขและแมวของเธอต่อไปหลังเธอเสียชีวิต

อีกกรณีที่โด่งดังไม่แพ้กันคือเรื่องของ ลีโอนา เฮล์มสลีย์ มหาเศรษฐีนีชาวอเมริกัน เจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังในนิวยอร์ก ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเขียนพินัยกรรมยกเงิน 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 396 ล้านบาท) ให้แก่สุนัขพันธุ์มอลทีสสีขาวชื่อ ‘ทรับเบิล’ สุนัขตัวโปรดของเธอ โดยตัดหลานสองคนออกจากกองมรดก และมอบเงื่อนไขให้หลานอีกสองคนว่าถ้าได้รับมรดกคนละ 5 ล้านดอลลาร์ ต้องไปเยี่ยมหลุมศพพ่อของพวกเขาปีละครั้ง ซึ่งการกระทำของเฮล์มสลีย์สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งสมาชิกครอบครัวบางคนและชาวนิวยอร์กหลายคนต่างไม่เห็นด้วยที่เธอยกมรดกก้อนโตให้สุนัข แทนที่จะนำเงินไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ซึ่งยังมีอยู่มากมายทั่วโลก

กรณีเหล่านี้จึงกลายเป็นบทสนทนาใหญ่โตในสังคมถึงความเหมาะสมของการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยง ซึ่งประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากกรณีเหล่านี้มีทั้งมุมมองเบื้องลึกของเหตุผลดังกล่าว รวมไปถึงมุมมองในแง่กฎหมายที่ชวนคิดและน่าติดตามอยู่ไม่น้อย

[ทำไมบางคนถึงยกมรดกให้สัตว์เลี้ยง?]

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเจ้าของถึงเลือกยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงแทนที่จะยกให้มนุษย์คนอื่นๆ ในชีวิตของตนเอง สาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเช่นนี้มักเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านความรู้สึกและความสัมพันธ์ในชีวิต เราสามารถวิเคราะห์เหตุผลหลักๆ ได้ประมาณนี้

ความรักผูกพันดุจสมาชิกในครอบครัว: สำหรับคนรักสัตว์ สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์ แต่เปรียบเสมือนลูกหลานหรือเพื่อนที่รู้ใจ เจ้าของหลายคนจึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้สัตว์เลี้ยงได้รับการดูแลที่ดีที่สุดแม้ยามที่ตนจากไปแล้ว

ความไม่ไว้วางใจหรือความขัดแย้งกับทายาทมนุษย์:

ในบางกรณี สาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่การรักสัตว์มากเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรู้สึกเจ็บปวดหรือผิดหวังจากความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด เจ้าของสูงวัยบางคนอาจรู้สึกว่าลูกหลานหรือญาติพี่น้องของตนไม่ได้ดูแลเอาใจใส่หรืออาจเคยมีปัญหาขัดแย้งกัน เมื่อถึงวัยบั้นปลายความรู้สึกไม่ไว้วางใจเหล่านี้อาจฝังลึกจนทำให้พวกเขาไม่อยากยกทรัพย์สมบัติให้ทายาทเหล่านั้น ตัวอย่างชัดเจนคือกรณีคุณยายหลิวในจีนที่มอบมรดกให้สัตว์เลี้ยงทั้งหมดเพราะเชื่อว่าลูกๆ ‘ละเลย’ ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยเมื่อตอนป่วย

ความเหงาและสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายทุกข์:

สำหรับหลายๆ คน สัตว์เลี้ยงคือเพื่อนแท้ในยามเหงา ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ตามลำพังโดยไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้ชิด การมีสุนัขหรือแมวอยู่เคียงข้างสามารถเติมเต็มช่องว่างทางใจได้อย่างมหาศาล สัตว์เลี้ยงมอบความรักความซื่อสัตย์โดยไม่มีเงื่อนไข เจ้าของจึงรู้สึกผูกพันและเป็นหนี้บุญคุณทางใจ ในยามที่คิดถึงอนาคตหลังตนเองจากไป ความกังวลใหญ่หลวงของคนกลุ่มนี้คือ “ใครจะดูแลเพื่อนรักหลังจากที่ฉันจากไป?”

ทัศนคติส่วนบุคคลและความตั้งใจพิเศษ: ในบางกรณีที่ดูสุดโต่ง การยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงอาจเกิดจากทัศนคติส่วนตัวที่แตกต่าง เจ้าของบางคนอาจยึดมั่นว่าสัตว์เลี้ยงของตนควรได้รับการปฏิบัติทัดเทียมมนุษย์ หรืออาจมีเจตนาจะสั่งสอนบางอย่างแก่ญาติพี่น้องที่ทำให้ตนผิดหวัง จึงเลือกตัดพวกเขาออกจากมรดกและยกให้สัตว์เลี้ยงแทน

[แล้วในมุมมองทางกฎหมาย เรายกมรดกให้สัตว์เลี้ยงได้หรือไม่?]

แม้ว่าการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงจะเกิดขึ้นจริงในบางประเทศ แต่ก็ต้องอาศัยช่องทางทางกฎหมายพิเศษ เพราะ โดยหลักกฎหมายทั่วไป ‘สัตว์เลี้ยง’ ไม่ถือเป็นบุคคลผู้มีสิทธิถือครองทรัพย์สิน ดังนั้นตามกฎหมายไทยเรา ไม่สามารถระบุยกทรัพย์สินในพินัยกรรมให้สุนัขหรือแมวโดยตรงได้ เนื่องจากผู้รับพินัยกรรมจะต้องมีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี มันไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะไม่สามารถจัดการมรดกเพื่อสัตว์เลี้ยงได้เลย วิธีแก้คือการจัดสรรผ่าน ‘บุคคลหรือองค์กรกลาง’ เช่น เจ้าของอาจเขียนพินัยกรรมมอบสัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินบางส่วนให้ ผู้ดูแล ที่ตนไว้วางใจ โดยระบุความประสงค์ว่าผู้ดูแลคนนี้จะได้รับเงินก้อนดังกล่าวต่อเมื่อรับหน้าที่เลี้ยงดูสุนัขหรือแมวของตนไปตลอดชีวิตของสัตว์

หรืออีกแนวทางหนึ่งคือ ตั้งกองทุนหรือมูลนิธิ สำหรับดูแลสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ โดยให้เงินมรดกนั้นตกเป็นของกองทุนและกำหนดให้กองทุนดูแลค่าใช้จ่ายของสัตว์เลี้ยงจนกว่าสัตว์จะหมดอายุขัย วิธีนี้คล้ายกับในกรณีของคุณยายหลิวในจีนที่เธอแต่งตั้งคลินิกสัตวแพทย์เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินให้สัตว์เลี้ยง แทนที่จะยกให้สัตว์โดยตรงนั่นเอง

สำหรับประเทศไทยเอง ปัจจุบันยังไม่เคยปรากฏกรณีการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยงโดยตรง เพราะข้อกฎหมายยังไม่อนุญาตและวัฒนธรรมไทยก็ไม่คุ้นเคยแนวคิดนี้เท่าโลกตะวันตก แต่ในอนาคตหากสังคมไทยมีผู้สนใจทำพินัยกรรมลักษณะนี้มากขึ้น ก็อาจเกิดการถกเถียงและพัฒนากฎหมายเพื่อรองรับการดูแลสัตว์เลี้ยงหลังเจ้าของเสียชีวิตต่อไป ในระหว่างนี้ สิ่งสำคัญคือผู้ที่รักสัตว์ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะให้ใครดูแลสัตว์เลี้ยงของตนหากวันหนึ่งตนไม่อยู่ และอาจเตรียมจัดสรรทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้เพื่อจุดประสงค์นี้ผ่านวิธีที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้

ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังพูดแซวกันเล่นๆ ในครอบครัวว่า “แม่รักหมามากไปหรือเปล่า ถึงกับจะไม่ยกมรดกให้เราเลย” อาจคลายใจได้บ้าง เพราะในหลายกรณี การที่ผู้ใหญ่เลือกจัดสรรทรัพย์สินไว้เพื่อสัตว์เลี้ยง ไม่ได้แปลว่าเขาตัดขาดจากลูกหลานเสมอไป

หากเรามีความสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจความห่วงใยของท่าน และพร้อมจะรับผิดชอบ เจ้าสี่ขาแสนรักของบ้านต่อไป เราอาจกลายเป็น ‘จัดการทรัพย์สินเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง’ ซึ่งได้รับความไว้วางใจที่สุดในสายตาแม่ก็เป็นได้

ในท้ายที่สุด บางที…สิ่งที่แม่อยากฝากไว้ อาจไม่ใช่แค่ทรัพย์สมบัติ แต่คือความรักที่อยากให้เราช่วยดูแลต่อจากมือของท่านต่างหาก

อ้างอิง

  • South China Morning Post. (2023). Fortune cats and dogs: elderly China woman leaves US$2.8 million assets to beloved pets instead of children who never visited even when she was ill.

https://bit.ly/3HcsnsX

  • Reuters. (2007). Leona Helmsley leaves $12 million to her dog.

https://bit.ly/44FjYbt

  • สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2564). ข้อควรรู้เกี่ยวกับพินัยกรรมและการยกมรดกตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.

https://bit.ly/4keWpKQ

  • ปัญญ์เพชร สุจริตสาธิต. (2560). สถานการณ์คุ้มครองสัตว์และสิทธิส่งรามในประเทศไทย: กรณีศึกษาการยกมรดกให้สัตว์เลี้ยง. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

https://bit.ly/4dfG1re

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...