ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตลาดคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 32.69/71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (27/5) ที่ระบ 32.75/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคืน (27/5) ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักหลังนักลงทุนมีการคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25/5)
นอกจากนี้ นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประกาศข่าวดีเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับหลายประเทศในสัปดาห์นี้ ในขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
รวมทั้งการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 6-7 พ.ค. ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนหลังผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้น 12.3 จุด สู่ระดับ 98.0 ในเดือน พ.ค. จากระดับ 88.7 ในเดือน เม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 86.0
โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการปรับลดอัตราภาษีศุลกากร ส่งผลให้นักลงุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก
อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 6.3% ในเดือน เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 7.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 7.6% ในเดือน มี.ค. ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ลดลง 1.3% ในเดือน เม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน มี.ค.
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทรวงการคลัง ได้เสนอเรื่องแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ โดยขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยด่วนนั้น โดยล่าสุด นายเศรษฐพุฒิ สุุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำหนังสือเสนอความเห็นส่งกลับมายังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
โดยมีสาระสำคัญว่า ธปท.เห็นด้วยกับการทบทวนแผนการใช้งบประมาณให้สอดรับกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ทันท่วงที และไม่ขัดข้องกับหลักการของแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มผลิตภาพการผลิต และการรักษาระดับการจ้างงาน โดยเฉพาะในภาคการผลิตและการส่งออกที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการประกาศนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ของประเทศมหาอำนาจ
ทั้งนี้ ธปท.เห็นว่าควรให้น้ำหนักกับการบรรเทาผลกระทบ และสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวกรอบระหว่าง 32.61-32.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 1.1325/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (27/5) ที่ระดับ 1.1355/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยสหภาพยุโรป (EU) ตกลงที่จะเร่งการเจรจากับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ EU ว่า เอาเปรียบสหรัฐ และดำเนินการเจรจาอย่างล่าช้า
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรแข็งค่าระหว่างวันหลังคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยข้อมูลว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนในเดือน พ.ค. ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 94.8 จุด จากระดับที่มีการปรับปรุงใหม่ที่ 93.8 จุดในเดือน เม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 94 จุด
ส่วนผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก GfK และสถาบันนูเรมเบิร์กเพื่อการตัดสินใจด้านตลาด ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีมีทิศทางดีขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่องก่อนย่างเข้าสู่เดือน มิ.ย. แต่ความลังเลที่จะใช้จ่ายของภาคครัวเรือนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ -19.9 จุด จาก -20.8 จุดในเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ -19.8 จุด
ในขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ (28/5) ว่า ราคาสินค้านำเข้าของเยอรมนีในเดือน เม.ย.ปรับตัวลง 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 0.1% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวกรอบระหว่าง 1.1294-1.1407 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1336/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 144.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (27/5) ที่ระดับ 144.10/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดประชุมประจำปีร่วมกับสถาบันวิจัยในเครือเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งคือเมื่อวาน (27/5) และวันนี้ (28/5) ที่สำนักงานใหญ่กรุงโตเกียว
โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางแคนาดา และธนาคารกลางออสเตรเลีย รวมถึงนักวิชาการจากภูมิภาคเอเชียและยุโรปเข้าร่วม นอกเหนือจากนี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐกำลังเตรียมการเพื่อเจรจารอบที่ 4 เกี่ยวกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐที่กรุงวอชิงตันในวันศุกร์นี้ (30/5)
ซึ่งเรียวเซ อาคาซาวะ หัวหน้าทีมเจรจาภาษีของญี่ปุ่นและผู้ช่วยคนสนิทของนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ คาดว่าจะพบปะกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหัฐ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาครั้งนี้ การเจรจาในวันศุกร์นี้จะเป็นการเจรจาต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองของนายอากาซาวะ หลังจากที่เขาเพิ่งพบปะกับเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนหลังคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ออกโรงเตือนว่า ราคาอาหารที่พุ่งสูงอาจผลักดันเงินเฟ้อที่แท้จริง (Underlying Inflation) ให้ขยับสูงขึ้นไปอีก จากที่ปัจจุบันก็เข้าใกล้เป้าหมาย 2% อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ พร้อมเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งความกังวลดังกล่าวยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หลังข้อมูลล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อวาน บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Coew Inflation) ของญี่ปุ่นเดือน เม.ย. พุ่งแตะ 3.5% สูงสดในรอบกว่า 2 ปี โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาอาหารที่แพงขึ้น 7% ทำให้ตลาดมองว่ามีโอกาสที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 142.10-144.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 144.15/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. จาก Conference Board ของสหรัฐ (27/5), ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางแห่งประเทศนิวซีแลนด์ (RBNZ) (28/5), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ค. จาก Fed สาขาริชมอนด์ (28/5), รายงานการประชุมวันที่ 6-7 พ.ค. 2568 ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (28/5),
ตัวเลขประมาณการดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2568 ของสหรัฐ (29/5), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน เม.ย. ของสหรัฐ (29/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์หรัฐ (29/5), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน เม.ย. ของสหรัฐ (30/5), และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (30/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง(Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.8/-7.87 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ตลาดคลายกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net