“ThaiESG” ผลงานทรุดตามตลาด ปีนี้ติดลบเฉลี่ย -7.39%... Top5 เป็น “ตราสารหนี้” เขียวยกแผงเฉลี่ย +5.26% ส่วนใหญ่กว่า 75% ลงทุน “หุ้น” แดงถ้วนหน้า !!!
สาระ Fund วันละนิด: ในช่วง 2 เดือน (2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25) นี้ ยังคงอยู่ในช่วงของการเปิดให้ใช้สิทธิลงทุนใน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (Thai ESGX) ทั้ง “เงินลงทุนเดิม” (โอนมาจาก LTF) และ “เงินลงทุนใหม่” ซึ่งเซฟภาษีรวมกันปีนี้ได้สูงสุดถึง 6 แสนบาท เลยทีเดียว
แต่วันนี้ จะพามาส่องดูผลงานของ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ปีนี้กันบ้าง ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในกิจการที่เน้นความยั่งยืนและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นกัน เงินลงทุนส่วนนี้ในปีนี้ก็เซฟภาษีได้สูงสุดอีก 3 แสนบาท เช่นกัน (ลงทุนปี2524-2526)
นโยบายการลงทุนก็จะหลากหลายกว่ามีให้เลือกทั้งตราสารหนี้, กองผสม และหุ้น และยังลงทุนได้ตลอดทั้งปีนี้
จากภาพรวมของ “ตลาดหุ้นไทย” ที่ไม่เป็นใจ ปีนี้ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทย “SET TRI” ติดลบไปแล้ว -14.40% ทำให้ภาพรวมของกอง “ThaiESG” ปีนี้ผลงานทรุดไปตามๆ กันเฉลี่ยติดลบไป -7.39%
โดยกลุ่ม “ThaiESG-ตราสารหนี้”โชว์ผลงานเขียวยกแผงให้ผลตอบแทน 4 – 6% ส่วน “ThaiESG-หุ้น”แดงทั้งกระดานถ้วนหน้า
สำหรับ5 “ThaiESG” ที่มีผลงาน“ดีสุด-แย่สุด” ปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“ThaiESG” ปีนี้ผลงานทรุดตามตลาด ติดลบเฉลี่ย -7.39%…“KFGBTHAIESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +6.12% ส่วน “LHTHAIESG-D” ดิ่งหนักสุด -20.74%
สำหรับผลงานของกองทุน “ThaiESG” ทั้ง 53 กอง ปีนี้ผลงานทรุดตามตลาดหุ้นไทย ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -7.39% โดยมีเพียง 15 กอง คิดเป็น 25% ที่มีผลงานเป็น “บวก” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่ลงทุนใน “ตราสารหนี้” อีก 75% ที่เหลือยัง “ติดลบ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่ลงทุนใน “หุ้น”
โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +6.12% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลตอบแทนยังติดลบอยู่ -20.36% หรือต่างกันอยู่ 26.48%
สำหรับ 5 “ThaiESG” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) เป็นกลุ่ม “ตราสารหนี้” ทั้งหมด ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +5.26% นำมาโดย
“KFGBTHAIESG-A” ของบลจ.กรุงศรี +6.12%
“K-ESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย +5.19%
“KTESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กรุงไทย +5.13%
“B-SI-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง+4.94%
“SCBTB(ThaiESGE)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์+4.93%
ส่วน 5 “ThaiESG” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ เป็นกลุ่ม “หุ้น” ทั้งหมด ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -15.78% ประกอบด้วย
“LHTHAIESG-D” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์−20.74%
“ONE-THAIESG” ของบลจ.วรรณ −15.52%
“K-TNZ-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย −14.98%
“KWI ThaiESG-D” ของบลจ.เคดับบลิวไอ−14.56%
“ASP-ThaiESG” ของบลจ.แอสเซท พลัส −13.08%
“ThaiESG” 4 เดือนแรกปี25 AUM ทะยานแตะ 3.5 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น +17%…“ThaiESG-ตราสารหนี้” แชมป์โตสุด +38% พร้อมครองส่วนแบ่งมากสุด 55.66%
หันมาดูการเติบโตของกอง “ThaiESG” ในเวอร์ชั่นใหม่ หลังเพิ่มประโยชน์ทางภาษีให้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และลดเวลาการถือครองเพื่อลงทุนเหลือเพียง 5 ปี (นับวันชนวัน) โดยมีระยะเวลาลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีนี้ในช่วง 3 ปี (ปี2024-2026) ก็ทำให้ภาพรวมการเติบโตดูดีขึ้น
อย่างไรก็ตามเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่ “ตราสารหนี้” เป็นหลัก
โดยในช่วง 4 เดือนแรกปี25 ที่ผ่านมา กอง “ThaiESG” มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 34,744.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +17% จากสิ้นปี24 โดยกลุ่ม “ตราสารหนี้” โตสุด +38% ตามมาด้วย “กองผสม” +8% ในขณะที่ “หุ้น” โตลดลง -5%
“ทั้งนี้ ยังพบว่า ‘ThaiESG-ตราสารหนี้’ยังคงเป็นกลุ่มที่ครองส่วนแบ่งมากสุดเกินครึ่ง 55.66% ตามมาด้วย ‘หุ้น’ 32.31% และ ‘กองผสม’ 12.03% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่มองหาการลงทุนที่ได้ประโยชน์ทางภาษีแบบจัดเต็ม “3 in 1” ได้ทั้งการลงทุนอย่างยั่งยืน โอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี และยังช่วยเซฟภาษี เชื่อว่ากองทุน “ThaiESG” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และคุ้มยิ่งขึ้นในช่วง 2 เดือนนี้ (2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25) กับกอง “Thai ESGX” ที่จะช่วยให้คุณเซฟภาษีได้เพิ่มขึ้นอีกรวมสูงสุดอีก 6 แสนบาท ต่างหาก อันนี้ก็ลงทุนได้เลยไม่ต้องรอสิ้นปีแต่ประการใด
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต