นักเศรษฐศาสตร์ คาดบาทแข็งค่าชั่วคราว
ดร.อมรเทพ คาด เงินบาทแข็งค่าชั่วคราวแต่ไม่ลากยาว ห่วงอาจแข็งค่าแตะ 32 บาทต่อดอลลาร์ฯ เงินบาทแข็งค่ากว่าเพื่อนบาทจากราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น แนะเป็นจังหวะฝาก FCD
22 พ.ค.68 ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแข็ง แต่ไม่น่าลากยาว โดยเงินบาทแข็งค่าเทียบดอลลาร์ฯไปแตะระดับ 32.6 บาทต่อดอลลาร์ฯ และน่าห่วงว่าอาจไหลลงไปแตะตัวเลข 32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯหรือต่ำกว่านั้น
ส่วนเหตุผลทำไมบาทแข็ง นั่นเพราะดอลล่าร์อ่อน จากนักลงทุนไม่มั่นใจนโยบายภาษีทรัมป์ แห่ขายสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์ฯ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล คนขายมากยิลด์เด้งขึ้น ตอนนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปีไปเหนือระดับ 4.5% แถมยิ่งห่วงปัญหาหนี้สาธารณะที่มีแนวโน้มขึ้นสูง จะมีถูกลดอันดับความน่าเชื่อถืออีกไหม คนยิ่งเทขายดอลลาร์ฯ
“แต่บาทแข็งแรงกว่าเพื่อนบ้าน นั่นเพราะราคาทองคำพุ่ง ราคาทองขึ้นไปเหนือ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งมาจากคนไม่เชื่อดอลล่าร์ก็ไปหาสินทรัพย์อื่นถือแทน เช่น บิตคอย หรือทองคำ แต่ที่บาทแข็งกว่าเพื่อนเพราะไทยส่งออกทองคำช่วงราคาขึ้น เราเป็นประเทศ trader หรือขายทองตอนราคาสูง ซื้อทองตอนราคาลง ขายทองก็ขายเป็นดอลล่าร์ ได้เงินมาก็แลกเป็นบาท มีความต้องการบาทมากบาทก็แข็ง”
อย่างไรก็ดีทิศทางหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ดร.อมรเทพ ระบุว่าคงต้องตอบคำถามเหล่านี้ว่า
- คนจะเลิกเชื่อในดอลลาร์ฯเลยหรือ: ผมว่าไม่ แค่กังวลชั่วคราว
- คนแห่เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐต่อไหม : ผมว่าใกล้จบรอบ ยิลด์ที่สูงกระทบทุกคน และถ้าไม่ซื้อตัวนี้จะซื้ออะไร หลายประเทศยังไงก็ยังเกินดุลการค้า ต่อให้มีมาตรการภาษี
- ต้นกรกฎาคมนี้จะเห็นข้อตกลงเรื่องภาษีไหม: ผมว่าน่าเห็นการเก็บภาษีที่ 10% ไม่ใช่ ภาษีตอบโต้ ยกเว้นกับจีน
- สหรัฐจะลดดอกเบี้ยไหม: เฟดน่าลดดอกเบี้ยเดือนกันยายน และธันวาคม จบปีลดสองครั้งเหลือ 4.00% แต่ไทยน่าลดยาว จบปีที่ 1.25% ส่วนต่างขนาดนี้ ไม่สนับสนุนบาทแข็ง ยิ่งรายได้การส่งออกและการท่องเที่ยวไม่ได้ดีมาก
- ราคาทองจะไปไหน : ถ้าเคลียร์ความกังวลต่างๆได้ ราคาทองน่าปรับย่อลง หรือทรงๆ อย่าลืมว่าหากไม่เกิดสงคราม หรือความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง การถือทองคำมีต้นทุน เพราะทองไม่ให้ดอกเบี้ยหรือปันผล (แต่มีติดพอร์ตสัก 5%ก็ดี)
“ผมน่ามองสวนว่าบาทน่ากลับมาอ่อนค่าเทียบดอลลาร์ฯ ช่วงนี้น่าจับจังหวะลงเงินฝากเป็นดอลลาร์ฯ หรือ FCD ที่ดอกเบี้ยเหนือ 4% ใครฝากไว้ตั้งแต่ต้นปีแม้ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนไปราว 4.2% ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้”