โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชม “10 ซุ้มประตูชัย” สลักคาถาสุดขลัง ครั้งต้อนรับ ร.7 เสด็จฯ เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 07.46 น.
เจ้าแก้วนวรัฐ (เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย) ขี่ช้างนำเสด็จรัชกาลที่ 7 เข้าสู่เมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2469

รัชกาลที่ 7 พระเจ้าแผ่นดินในราชจักรีวงศ์พระองค์แรก ที่เสด็จฯ เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ ครั้งนั้นนครเชียงใหม่สร้าง “10 ซุ้มประตูชัย” พร้อมผูก 10 คาถาถวายพระพรเพื่อรับเสด็จ !

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สยามได้รวมประเทศราชทางตอนบน หรือที่เรารู้จักกันในนาม “อาณาจักรล้านนา” มาอยู่ในระบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลชื่อว่า “มณฑลลาวเฉียง” และต่อมาเปลี่ยนเป็น“มณฑลพายัพ”

มณฑลพายัพมีอาณาเขตครอบคลุมอดีตดินแดนล้านนา อันประกอบไปด้วย 6 หัวเมืองหลัก คือ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ และ เถิน

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) มีการจัดตั้งเทศาภิบาลขึ้นใหม่ แยกออกจากมณฑลพายัพเมื่อ พ.ศ. 2458 เพื่อความสะดวกและทั่วถึงในการปกครอง มีเมืองลำปาง แพร่ และน่าน ให้เรียกว่า “มณฑลมหาราษฎร์”

ทว่าตลอดระยะเวลาการปกครองที่ล้านนาหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสยาม ยังไม่เคยมีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดเสด็จพระราชดำเนินไปยังมณฑลฝ่ายเหนือเลย

กระทั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สยามพระองค์แรก ที่เสด็จฯ เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

ดังที่ปรากฏใน“จดหมายเหตุเสด็จพระราชดำเนิรเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พระพุทธศักราช ๒๔๖๙” ความว่า

“…นับว่ายังไม่มีสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินในกรุงรัตนโกสินทร์พระองค์ใดได้เสด็จพระราชดำเนิรไปเลย จริงอยู่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (บางทีพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยด้วย) และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปแล้วแต่เสด็จไปเมื่อยังมิได้ราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตราธิราช เพราะฉะนั้นหากครั้งนี้ได้เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นไปยังมณฑลพายัพ ก็ต้องนับว่าพระองค์เป็นสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินในกรุงรัตนโกสินทร์พระองค์แรกที่ได้เสด็จพระราชดำเนิรขึ้นไปยังมณฑลนั้น…”

เนื่องด้วยเป็นการเสด็จพระราชดำเนินครั้งแรก ทำให้เหล่าเจ้านายและข้าราชการในทุกหัวเมืองฝ่ายเหนือตระเตรียมการกันอย่างหนักในการรับเสด็จครั้งนี้ เพื่อให้ออกมาสมพระเกียรติมากที่สุด

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำและเตรียมการรับเสด็จ คือ เจ้าดารารัศมี พระราชชายา พระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 ด้วยทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ทำให้ความแม่นยำและวิจิตรในจารีตบ้านเมืองแบบล้านนามีอยู่ให้เห็นทุกส่วนของการรับเสด็จฯ ครั้งนี้

ส่วนเจ้านายจากกรุงเทพฯ ที่ขึ้นมาตระเตรียมการรับเสด็จฯ ร่วมกับเจ้าดารารัศมีคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเสด็จฯ ยังเมืองเชียงใหม่ก่อนเจ้านายคนอื่นๆ นานนับสัปดาห์

หนึ่งในการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติคือการที่ “นครเชียงใหม่”มีการจัดตกแต่งปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามเจริญหูเจริญตาทั่วเมือง โดยความรับผิดชอบของกองสุขาภิบาลอำนวยการ พร้อมทั้งความช่วยเหลือจากพ่อค้านายห้างต่างๆ ที่เข้ามาค้าขายในเมืองเชียงใหม่

“10 ซุ้มประตูชัย” เป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบที่เชียงใหม่สร้างขึ้นอย่างวิจิตร เพื่อใช้รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีเรียงรายตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่จุดต่างๆ ในเมือง บริเวณที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน

ตั้งแต่ซุ้มประตูชัยที่ 1 ไปจนถึงซุ้มที่ 10พระมหาเมฆ เปรียญเอก 9 ประโยค วัดกันมาตุยาราม” ได้ผูกคาถาขึ้นมาใหม่รวมกับคาถาดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วเป็นภาษาบาลี

จุดประสงค์หลักคือเพื่อใช้ถวายพระพรให้เกิดความเป็นสิริมงคล และแสดงถึงการยอมรับพระราชอำนาจของผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน หรือรัชกาลที่ 7 ที่เสด็จพระราชดำเนินมาในฐานะ “พระมหากษัตริย์”แห่งสยาม

แต่ละซุ้มจะมีความหมายและหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ เป็นผู้สมทบทุนร่วมสร้างขึ้น มีรูปแบบและการใช้ศิลปะในการสร้างสรรค์แตกต่างกันไปแต่ละซุ้มประตูชัย ดังนี้

ซุ้มประตูชัยแรก สร้างขึ้นโดยกองสุขาภิบาลอำนวยการเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณทางแยกริมที่พักกรมรถไฟ ทำเป็นรูปโขลนทวาร หุ้มด้วยผ้าแดงประกอบลายทองเป็นดาวกระจาย มีกรวยเชิงข้างบนและข้างล่างมีคาถาจารึกไว้ว่า สฺวาคตนฺเต มหาราช แปลว่า พระองค์เสด็จมาดีแล้ว

ซุ้มประตูชัยที่ 2 สร้างขึ้นโดยบริษัทบอมเบเบอร์ม่า บริษัทสัญชาติอังกฤษ ตั้งอยู่ระหว่างสะพานนวรัฐกับซุ้มแรก ความพิเศษของซุ้มนี้ได้มีการหยิบยกศิลปะแบบพม่ามาใช้เป็นหลัก มีคาถาจารึกไว้ว่า อโถ เต อทุราคตํแปลว่า มิได้เสด็จมาร้ายเลย

ซุ้มประตูชัยที่ 3 สร้างขึ้นโดยบริษัทบอร์เนียว ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของเชิงสะพานนวรัฐ ซุ้มนี้มีโครงสร้างหลักเป็นคอนกรีต ทำให้ดูมั่นคงและแข็งแรง มีคาถาจารึกไว้ว่า นวปุรํ ปโชเตสิแปลว่า ทรงยังเมืองเชียงใหม่ให้เจริญรุ่งเรือง

ซุ้มประตูชัยที่ 4 อยู่ในการดูแลของบริษัทพัฒนากร ธุรกิจสื่อบันเทิงและภาพยนตร์รายใหญ่ในเชียงใหม่ ณ เวลานั้น ตั้งอยู่เยื้องกับสี่แยกวัดอุปคุต เป็นซุ้มที่ใช้ไฟฟ้าเพิ่มความตระการตาในเวลากลางคืน มีคาถาจารึกไว้ว่า ชเนสิ ปีติปามุทํ แปลว่า ทรงยังความปลาบปลื้มบันเทิงใจให้เกิดแก่ชาวเชียงใหม่

ซุ้มประตูชัยที่ 5 สร้างขึ้นภายใต้การควบคุมของบริษัทอิชเอเชียติ๊กฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนย่านเศรษฐกิจสำคัญของเชียงใหม่อย่างถนนท่าแพ ลักษณะของซุ้มเป็นทรงโค้งกลม มีคาถาจารึกไว้ว่า สุคโต โหหิ สพฺพตฺถแปลว่าขอพระองค์จงเสด็จไปด้วยดีในสถานที่ทั้งปวง

ซุ้มประตูชัยที่ 6 สร้างขึ้นจากกลุ่มคนในอาณัติของอังกฤษทุกเชื้อชาติ ที่พำนักอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ประตูท่าแพแบบพอดิบพอดี มีการนำสถาปัตยกรรมประตูเมืองแบบขอมโบราณมาใช้ ทำให้มีลักษณะแตกต่างจากซุ้มอื่นอย่างชัดเจน มีคาถาจารึกไว้ว่า สุขี ภว สราชินีแปลว่า ขอจงทรงพระสำราญพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี

ซุ้มประตูชัยที่ 7 คณะพ่อค้าชาวจีนที่เข้ามาค้าขายในเชียงใหม่เป็นเจ้าของ เห็นได้จากการสลักตัวอักษรจีนไว้บนซุ้มเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ชาวจีน ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนราชภาคิไนย เส้นที่เชื่อมต่อกับถนนท่าแพ มีรูปทรงจั่วแบบปราสาท มีคาถาจารึกไว้ว่าจีรญฺชีว มหาราช แปลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงทรงพระชนมายุยืนนาน

ซุ้มประตูชัยที่ 8 บริษัทอิชเอเชียติ๊กเดนมาร์กเป็นผู้สร้างขึ้น ณ สี่แยกกลางเวียง มีรูปแบบเป็นประตูยอดประกอบป้อม มีคาถาจารึกไว้ว่า รชฺเช ติฏฺฐาหิ โสตฺถินา แปลว่าขอจงทรงประดิษฐานในราชัยโดยสวัสดิ์

ซุ้มประตูชัยที่ 9 บริษัท ดีลิโนเวนซ์ ลำปางเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่ ณ แนวกำแพงหน้าศาลารัฐบาล ประดับประดาไปด้วยไฟฟ้า และใช้การสร้างแบบซุ้มประตูของทางตะวันตก มีคาถาจารึกไว้ว่า สพฺพ เวรี วินสฺสนฺตุแปลว่า ขอสรรพไพรีจงพินาศ

ซุ้มประตูชัยลำดับสุดท้าย (ซุ้มที่ 10) สร้างขึ้นโดยบริษัทแองโกลสยาม ลำปาง ตั้งอยู่บริเวณแนวกำแพงหน้าศาลารัฐบาล ใกล้เคียงกับซุ้มที่ 9 และทั้งสองซุ้มนี้ก็มีลักษณะที่เหมือนกันเกือบทุกประการ มีคาถาจารึกส่งท้ายไว้อย่างทรงพลังว่า สทา อตฺถุ ชโย ชโยแปลว่า ขอชัยชำนะจงมีทุกเมื่อเทอญฯ

แม้ปัจจุบันจะไม่หลงเหลือร่องรอยสถาปัตยกรรมเหล่านี้ในเมืองเชียงใหม่แล้ว แต่ยังคงเหลือเป็นหลักฐานภาพถ่าย “10 ซุ้มประตูชัย” สุดอลังการ ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายพระพรและรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีอย่างสมพระเกียรติ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ล้านนาเป็นส่วนหนึ่งของสยามโดยสมบูรณ์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ (กรมศิลปากร).จดหมายเหตุ เสด็จพระราชดำเนิรเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พระพุทธศักราช ๒๔๙๖. เข้าถึงเมื่อ 19 พฤษภาคม 2568. https://www.finearts.go.th/storage/contents/file/zHI8MwDWqoUOpLSU18BZms5Z8mmVIfU55IHt5TJv.pdf

ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันประปกเกล้า. การเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือและมณฑลพายัพในสมัยรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2469.” เข้าถึงเมื่อ 19 พฤษภาคม 2568.https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=การเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือและมณฑลพายัพในสมัยรัชกาลที่7_พ.ศ.2469

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชม “10 ซุ้มประตูชัย” สลักคาถาสุดขลัง ครั้งต้อนรับ ร.7 เสด็จฯ เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...