โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สะพัดโยก "งบกระตุ้นเศรษฐกิจ" อปท. 4 หมื่นล้าน รับมือภาษีทรัมป์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 11.41 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา ได้พิจารณาทบทวน "งบกระตุ้นเศรษฐกิจ" ล็อตที่ 2 ภายใต้วงเงินที่เหลืออีกกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท หลังพบข้อมูลคำขอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้งบประมาณ 157,000 ล้านบาท ของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. เทศบาล และอบต.) ที่เสนอเข้ามามีตัวเลขไม่ตรงกัน แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนแรกคือ คำขอจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ที่ส่งมายังสำนักงบประมาณ จำนวน 8,010 รายการ วงเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท อีกส่วนคือคำขอที่ผ่านการตรวจสอบระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง มีจำนวน 9,821 รายการ วงเงินกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งทั้งสองส่วนมีตัวเลขที่ไม่ตรงกันค่อนข้างมาก

แหล่งข่าว กล่าวว่า ในส่วนของข้อเสนอโครงการที่มีตัวเลขไม่ตรงกัน ที่ประชุมได้รับทราบรายงานข้อมูลว่า เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้ง มีการแก้ไขวงเงิน มีการแก้ไขหน่วยดำเนินการ มีการเปลี่ยนแปลงรายการ มีการแก้ไขชื่อรายการ และมีชื่อรายการซ้ำกันทั้ง อบต. ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบในรายละเอียดของแต่ละรายการอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตามมีการนำเสนอว่า ปัจจุบันสถานการณ์การเจรจาเรื่องภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่ยังไม่จบลงโดยเร็ว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจปี 2568 มีความเสี่ยงชะลอตัวลงจากที่ประเมินไว้ รัฐบาล จึงอาจต้องวางแผนสำรองด้วยการเสนอโครงการใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ตรงจุดจะมีผลดีมากกว่า

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณากรอบระยะเวลาของโครงการที่เสนอเข้ามาแล้ว ยังพบอุปสรรคสำคัญ นั่นคือการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของจังหวัดและท้องถิ่น อาจจะไม่ทันตามกำหนดภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน และยังทับซ้อนกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำ ปี พ.ศ. 2569 ในวาระที่ 2 และ 3 ในช่วงเดือนสิงหาคมด้วย

ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ทบทวนการใช้งบประมาณดังกล่าวที่เหลืออยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงเหตุผลด้านเศรษฐกิจ การตรวจสอบข้อเสนอโครงการ และกรอบระยะเวลา (Timeline) เป็นหลัก

โดยขอให้การดำเนินโครงการต้องปรับมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ และการพัฒนาทุนมนุษย์ด้วย

อย่างไรก็ตาม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงถึงกรณีดังที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (22 กรกฎาคม 2568) ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ยังไม่มีข้อสรุปออกมา โดยในช่วง 1-2 วันนี้ จะนัดประชุมกันอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...