โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุลพันธ์มอง นายกฯ ตกเป็นเหยื่อการเมืองกัมพูชา ดีใจไม่มีพรรคร่วมฯ ถอนตัวเพิ่ม ติงบางพรรคการเมืองฉวยจังหวะเพิ่มความตึงเครียด

THE STANDARD

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.34 น. • thestandard.co
จุลพันธ์มอง นายกฯ ตกเป็นเหยื่อการเมืองกัมพูชา ดีใจไม่มีพรรคร่วมฯ ถอนตัวเพิ่ม ติงบางพรรคการเมืองฉวยจังหวะเพิ่มความตึงเครียด

วันนี้ (20 มิถุนายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอขอเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากไม่เปลี่ยนจะมีการถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมว่า รอฟังให้มีความชัดเจน เพราะที่ได้ยินมาไม่ตรงกัน ยอมรับว่ารัฐมนตรีในพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้

เมื่อวานนี้รัฐมนตรีมีการประชุมและนั่งคุยกันที่พรรคพร้อมติดตามการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรี และได้กล่าวขอบคุณกองทัพที่ให้ความร่วมมือในการทำงานของรัฐบาลให้เป็นปึกแผ่น ทุกคนต่างเข้าใจในเหตุและผล จากคลิปเสียงที่ออกมา ส่วนตัวเห็นว่าคนที่เป็นเหยื่อคือนายกรัฐมนตรีของเรา จากปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชาที่มีจุดประสงค์ชัดเจนต้องการเห็นความแตกแยกของประเทศ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไปในส่วนหนึ่ง วันนี้เราต้องกลับมาตั้งสติพิจารณา สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดในคลิปไม่ได้มีวัตถุประสงค์ร้ายใดกับประเทศ เป็นกลไกในการเจรจาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย

ณ วันดังกล่าวก็เกิดผล ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีอะไรเสียหายเพราะการที่ผู้นำประเทศคุยกัน ยกตัวอย่างตนเองก็มีเบอร์ของรัฐมนตรีของต่างประเทศที่ได้พบเจอกัน ซึ่งผู้นำหลายประเทศในระดับต่างๆ จะต่อสายหากัน ประสานงานกัน ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพื่อการขับเคลื่อนงานแต่ละส่วน ดังนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำเป็นไปตามกลไกปกติ ซึ่งหากดูด้วยใจเป็นธรรมก็ไม่ได้มีอะไร ทั้งคลิป 9 นาทีและ 17 นาที ซึ่งได้เห็นวัตถุประสงค์ของการเจรจาว่าสุดท้ายนายกรัฐมนตรีก็ขอมาปรึกษากับกองทัพ

จุลพันธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายมองด้วยใจเป็นธรรม หากสังเกตการเคลื่อนไหวในตอนนี้ จะเห็นว่ามีเป้าหมายเป็นวัตถุประสงค์ทางการเมืองเป็นหลัก และไม่เป็นผลดีกับประเทศใด ส่วนตัวเห็นว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองบางฝ่ายออกมาฉวยจังหวะทำให้สถานการณ์ดูตึงเครียดและเลวร้ายลงสำหรับประเทศไทย แต่กลายเป็นผลดีกับกัมพูชา เช่น บางพรรคเรียกร้องให้ยุบสภา มองว่าเป็นความได้เปรียบของตนในการเลือกตั้งและอีกหลายกลุ่มก็เรียกร้องให้มีการลาออก ซึ่งมองว่าหากลาออกแล้วมีโอกาสสำหรับคนของเขา ซึ่งหากใครได้อ่านหรือเรียนการเมือง 101 ก็รู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร

แต่นาทีนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาเรื่องประเภทนี้ มาสร้างแรงสั่นสะเทือนในรัฐบาล เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องยืนหยัดในการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ การเจรจากับสหรัฐอเมริกา ที่มีความคืบหน้าเปิดโต๊ะเจรจาแล้ว รวมถึงปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาที่จำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา เชื่อว่าจะมีมาตรการออกมาหลังจากนี้ที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรีประชุมกับเหล่าทัพเมื่อวานนี้

จุลพันธ์กล่าวถึงการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนพรรคภูมิใจไทยที่ลาออกไป 8 เก้าอี้ ว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีไม่ได้มีการพูดคุยต่อรอง หรือสอบถามอะไร เพราะว่าต้องให้ความเป็นอิสระแก่นายกรัฐมนตรีในการพิจารณา เชื่อว่าหลังจากที่นายกทำงานมาเกือบปีแล้วจะทราบดีว่าจุดไหนที่เป็นปัญหา หรือจะต้องมีการขับเคลื่อน ในฐานะคณะรัฐมนตรีเราจะไม่คุยกัน และรู้สึกดีใจหลังจากที่ติดตามข่าวเมื่อวานนี้ ไม่มีรัฐบาลพรรคใดไปพูดคุยต่อรอง ทุกคนเห็นประโยชน์กับการขับเคลื่อนของประเทศไปข้างหน้า จึงไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่ง ส่วนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรเป็นสิทธิ์ขาดของนายกรัฐมนตรีและ ผลออกมาเป็นอย่างไรต้องยอมรับ

จุลพันธ์เผยว่า ส่วนตัวได้ให้กำลังใจกับนายกรัฐมนตรี เราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลายวันที่ผ่านมาหนักจริงๆ ไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดี ตามอัตภาพที่ควรจะต้องเป็น โดยกล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีแข็งแกร่งขึ้น และประเทศไทยก็ยังต้องขับเคลื่อนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...