Bitcoin ทะลุ $105,000 แรงซื้อจากอเมริกาดันพรีเมียม Coinbase พุ่ง!
Bitcoin ทะลุ $105,000 แรงซื้อจากอเมริกาดันพรีเมียม Coinbase พุ่ง!
ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium แตะระดับสูงสุดเป็นอันดับสองของปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่ยังคงแข็งแกร่งจากนักลงทุนฝั่งอเมริกา แม้ราคาจะผันผวนและความไม่แน่นอนในตลาดยังมีอยู่ก็ตาม
ขณะเดียวกัน Binance เองก็เห็นพฤติกรรมแปลกใหม่ โดยมีจำนวนเหรียญ BTC ขนาด 0–1 BTC ไหลเข้ากระดานสูงสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวจากนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นการเทขายหรือเก็งกำไร
ประเด็นสำคัญ:
- ดัชนี Coinbase Premium เป็นบวกต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน บ่งบอกถึงแรงซื้อจากสหรัฐ โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ลงทุนผ่าน Spot Bitcoin ETF
- ในฝั่ง Binance นักวิเคราะห์พบว่ามีการไหลเข้าของ BTC ปริมาณมากในกลุ่ม 0–1 BTC ซึ่งบ่งบอกถึงพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการเทรดหรือทำกำไร ไม่ใช่ถือยาว
- ข้อมูลนี้ทำให้เห็นภาพตรงข้ามกัน: ฝั่ง Coinbase เป็นแรงซื้อ ฝั่ง Binance เป็นแรงขาย ซึ่งบ่งบอกถึงตลาดที่ยังไม่ไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน
นักวิเคราะห์ Maartunn จาก CryptoQuant ระบุว่า การนำ BTC เข้า Binance มักหมายถึงการเตรียมเทรดมากกว่าจะถือยาว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณล่วงหน้าว่าราคากำลังจะปรับตัว ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
ราคาขึ้นจากการล้าง Short มากกว่าเปิด Long ใหม่
ราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นจาก $98,300 เป็น $105,000 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คิดเป็นการปรับขึ้น 6.7% ภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการลดลงของ Open Interest ถึง 10% ซึ่งหมายความว่า การดีดตัวของราคานี้เกิดจากการ "ล้าง Short" หรือการที่คนที่เดิมพันว่าราคาจะลงต้องซื้อคืน BTC เพื่อปิดสถานะ ไม่ใช่เพราะมีคนเปิด Long ใหม่
- วันที่ 23 มิถุนายน มีการล้างสถานะ Short มูลค่ากว่า $130 ล้าน
- Funding rate ที่เพิ่มขึ้นบน OI ที่ไม่ขยับมาก อาจสะท้อนถึงความร้อนแรงของตลาดที่ยังเปราะบาง
แนวโน้มต่อไป: ไปต่อหรือพักฐาน?
- หากมีแรงซื้อใหม่เข้ามาและ Open Interest เพิ่มขึ้น อาจเห็นการขึ้นต่อไปทดสอบแนวต้าน $108,500
- แต่ถ้า Funding rate เพิ่มต่อโดยไม่มีแรงซื้อรองรับ อาจเกิดแรงเทขายใหม่ ส่งผลให้ราคาลงไปที่ $102,000 หรือต่ำกว่านั้น
ขณะนี้ตลาด Bitcoin อยู่ในช่วงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าราคาจะพุ่งต่อจากการดันราคาของสถาบัน หรือจะโดนแรงขายจากฝั่งรายย่อยที่เก็งกำไรสั้นกดดันให้ปรับฐานลงอีกครั้ง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-rallies-to-105k-as-coinbase-premium-hits-another-2025-high
SEC เลื่อนพิจารณา Polkadot ETF ไปพฤศจิกายน แต่นักวิเคราะห์มั่นใจ “มีลุ้นอนุมัติปีนี้”
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ได้ประกาศเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับการอนุมัติ Spot ETF ของ Polkadot (DOT) ที่ยื่นโดยบริษัท 21Shares โดยเดิมทีคาดว่าจะมีคำตัดสินในวันที่ 24 มิถุนายน 2025 แต่ตอนนี้ถูกขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2025
การเลื่อนครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของ SEC ที่ระมัดระวังต่อผลิตภัณฑ์ลงทุนในคริปโต โดยก่อนหน้านี้ SEC ก็เคยเลื่อนการพิจารณา ETF ของ Polkadot จาก Grayscale เช่นกัน ซึ่งมีเส้นตัดสินใจเดิมในวันที่ 11 มิถุนายน
นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่า “มีลุ้นอนุมัติ”
แม้จะถูกเลื่อนออกไป แต่บรรดานักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Bloomberg อย่างEric Balchunas และ James Seyffart ยังคงเชื่อมั่นว่าโอกาสในการอนุมัติ ETF สำหรับ Polkadot ยังมีอยู่สูง โดยประเมินว่าอยู่ที่ "มากกว่า 90%" เนื่องจากพฤติกรรมของ SEC ที่แสดงความร่วมมือและเปิดรับมากขึ้นในช่วงหลัง
James Seyffart กล่าวว่า แม้การอนุมัติอาจล่าช้าไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 แต่รูปแบบการดำเนินงานของ SEC ในตอนนี้ถือว่า "เป็นมิตรและเปิดโอกาสมากขึ้น"
Altcoin ETF อื่น ๆ ก็ถูกเลื่อนเช่นกัน
ไม่ใช่แค่ Polkadot เท่านั้นที่ถูกเลื่อนออกไป ETF ของเหรียญอื่น ๆ อย่างXRP, Litecoin (LTC), Solana (SOL) และ Dogecoin (DOGE) ก็ถูกขยายระยะเวลาพิจารณาเช่นกัน โดยเหตุผลหลักคือ SEC ต้องการเวลามากขึ้นในการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะและประเมินความเสี่ยงของแต่ละเหรียญ
Memecoin อาจได้ลุ้น ETF ปี 2026
นักวิเคราะห์ยังเสริมว่ามีโอกาสที่ในปี 2026 จะได้เห็นการยื่นขอ ETF สำหรับ memecoin อย่าง Dogecoin และ Shiba Inu ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจาก SEC ก็อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโต
อ้างอิง : coingape.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/sec-postpones-decision-on-21shares-polkadot-etf
SharpLink ซื้อ ETH เพิ่มอีกกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ตั้งเป้าขึ้นแท่นบริษัทถือ Ether มากที่สุดในโลก!
SharpLink Gaming บริษัทจากมินนิโซตาที่ทำด้าน Affiliate Marketing ประกาศเข้าซื้อEthereum (ETH) เพิ่มอีก 12,207 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยราคาอยู่ที่ 2,513 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ในช่วงวันที่ 16–20 มิถุนายนที่ผ่านมา
การซื้อครั้งนี้ต่อยอดจากการเข้าซื้อ ETH ครั้งใหญ่เมื่อ 13 มิถุนายน ซึ่ง SharpLink ได้ซื้อไปแล้วกว่า 176,270 เหรียญ รวมมูลค่ากว่า 463 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตอนนี้บริษัทถือ ETH รวมทั้งหมด 188,478 เหรียญ กลายเป็นบริษัทที่ถือ ETH มากเป็นอันดับสองรองจาก Ethereum Foundation ซึ่งถืออยู่ 213,072 เหรียญ (ข้อมูลจาก Arkham)
นอกจากนี้ SharpLink ยังระดมทุนได้เพิ่มอีก 27.7 ล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นของบริษัท 2,547,180 หุ้น และวางแผนจะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อ ETH เพิ่มเติมช่วงกลางเดือนมิถุนายน
SharpLink นำ ETH ทั้งหมดไปเข้า "staking solutions" ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนก็ได้กำไรกลับมาแล้ว 120 ETH หรือราว 293,000 ดอลลาร์
Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Consensys และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด SharpLink กล่าวว่า
“การเพิ่มพอร์ต ETH ของ SharpLink แสดงให้เห็นถึงแนวคิดระยะยาวของเราที่ต้องการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น… เราเชื่อว่า ETH เป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของการเงินและเทคโนโลยี”
ก่อนหน้านี้ Consensys ได้เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบ private placement มูลค่า 425 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน เพื่อให้ SharpLink ใช้ซื้อ ETH และรุกเข้าสู่โลกของ staking, DeFi และโปรโตคอลอื่น ๆ ในเครือข่าย Ethereum
Lubin ยังได้เข้าร่วมเป็นประธานบอร์ดของ SharpLink ภายหลังการระดมทุนรอบดังกล่าว ซึ่งเน้นเป้าหมายการนำบริษัทไปเชื่อมโยงกับ blockchain และวงการ iGaming ยุคใหม่
อ้างอิง : theblock.co