ชัยภูมิเร่งรับฟังแนวทางสะท้อนปัญหาชาวไร่มันสำปะหลังสกัดโรคใบด่างระบาด!
ชัยภูมิ – หากทุกฝ่ายยังไม่เร่งช่วยกันแก้ปัญหาในทุกพื้นที่ให้ถูกจุด-สร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนในการพัฒนาต้นพันธุ์ที่ปลอดเชื้ออย่างจริงจังก่อนนำไปเพาะปลูกให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ได้!
( 25 มิ.ย.68 ) ขณะที่ จ.ชัยภูมิ หลังเกิดปัญหาโรคใบด่างยังระบาดหนักในไร่มันสำปะหลังในพื้นที่จำนวนมาก ที่ล่าสุดในพื้นที่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ที่มีชาวไร่ฯในพื้นที่ฝากร้องเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอีกหลายจังหวัดในทั่วประเทศที่ยังมีความเสี่ยงที่ยังพบการเกิดปัญหาการแพร่ระบาดหนักในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกในปีนี้อีกจำนวนมากนับหลายแสนไร่
ซึ่งในส่วนล่าสุดในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องเกษตรจังหวัดชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ออกเยี่ยมเยียนชาวไร่ในพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้การจัดการปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาด และเร่งขับเคลื่อนโครงการธนาคารท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ที่ปลอดภัยปลอดเชื้อก่อนนำไปปลูก เพื่อกำจัดโรคใบด่างในไร่มันสำปะหลังให้หมดจากจังหวัดชัยภูมิ จากนี้เป็นต้นไปที่มีแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนให้ได้ต่อไปภายในปี 2572 นี้
ที่ล่าสุดวันนี้( 25 มิ.ย.68) ทางด้าน นางสาวกังสดาล ชาตกุล เกษตรจังหวัดชัยภูมิ หลังทราบว่ามีการการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนว่ามีการพบการระบาดของโรคใบด่างในไร่มันสำปะหลังในพื้นที่แล้วมาต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.68 ที่ผ่านมาแล้ว จึงพร้อมด้วย นายโพยม ศรวิชัย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต นายบุญพร้อม วงค์ษา หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเกษตรอำเภอหนองบัวระเหว ลงพื้นที่ประชุมชี้แจงแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาโรคใบด่างในไร่มันสำปะหลัง ดังกล่าวแล้ว
โดยจังหวัดชัยภูมิ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคใบด่างมันสำปะหลัง พร้อมจัดทำธนาคารท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง (อิทธิ 1,2 และ 3) ให้ทั่วจังหวัดชัยภูมิ จากนี้ไปเป้าหมายคือโรคใบด่างมันสำปะหลังจะต้องหมดไปจากชัยภูมิภายใน ปี 2572 นี้ให้ได้ และลงพื้นที่ติดตามให้คำแนะนำ ณ แปลงที่เกิดการพบปัญหาโรคใบด่างระบาดของ นายสุดตา สุริย์ ชาวไร่มันสำปะหลังบ้านกระจวน ม.4 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ แล้ว
ซึ่งให้มีการเร่งช่วยกันทำลายต้นมันในไร่มันสำปะหลังเพื่อตัดวงจรการระบาดออกไปจากพื้นที่ใกล้เคียงได้ และมอบต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่ปลอดเชื้อโรคใบด่างนำไปช่วยกันเพาะปลูกใหม่ทดแทน ที่จะเป็นการช่วยจะสร้างเครือข่ายในการเป็นเกษตรกรต้นแบบการจัดทำธนาคารท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในครั้งนี้ได้
ซึ่งปัญหาที่ยังมีการระบาดที่ผ่านมาจนปัจจุบัน เนื่องจากมีการไปหาซื้อท่อนมันสำปะหลังมาเพาะปลูกเองในพื้นที่ตามแหล่งต่างๆ รวมทั้งมาจากระบบออนไลน์ ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบว่ามีเชื้อของโรคใบด่างมาด้วยหรือไม่
ซึ่งจากนี้ไปในการแก้ปัญหาโรคใบด่างระบาดในทุกพื้นที่ ก็จะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องนี้มากขึ้น และนำไปสู่การจัดสร้างเครือข่ายภาคเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังในการให้เกิดมีธนาคารท่อนพันธุ์มันสำปะหลังปลอดภัยที่มีคุณภาพในการนำไปก่อนเพาะปลูกที่เป็นต้นเหตุของปัญหาการระบาดมาต่อเนื่องในทุกปี เกิดจากต้นพันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพไม่ปลอดเชื้อ และสร้างศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังจังหวัดชัยภูมิ ให้เกิดขึ้นคลอบคลุมทั้งหมดในทุกพื้นที่ทุกอำเภอในทั้ง 16 อำเภอ ของ จ.ชัยภูมิ ให้ได้อย่างต่อเนื่องต่อไปตามเป้าหมายให้ได้ภายในไม่เกินปี 2572 นี้ให้ได้
และยังมีรายงานจากภาคประชาชนในพื้นที่อีกว่า จากปัญหาโรคใบด่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มาตลอดแทบทุกปีที่ จ.ชัยภูมิ เองก็ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีการเพาะปลูกมันสำปะหลังมากเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยังมีปัญหาในด้านการจัดหาท่อนมันสำปะหลังที่ปลอดเชื้อโรคใบด่างที่มีในปัจจุบัน ยังมีไม่เพียงพอต่อการนำไปเพาะปลูกของกลุ่มเกษตรกรได้ ในช่วงของฤดูกาลเพาะปลูกให้ทัน
และต้องมีการหันไปหาซื้อท่อนมันสำปะหลังที่มีความเสี่ยงเกิดการระบาด เพื่อเร่งนำมาเพาะปลูกให้ทันช่วงฤดูกาล ที่มักเกิดปัญหามีเชื้อโรคระบาดโรคใบด่างตามมาด้วย ที่หลายฝ่ายของภาคกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่เองก็เห็นว่าทางรัฐบาลเอง ควรที่จะมีแนวทางที่เข้าช่วยมาส่งเสริมในการแก้ปัญหาโรคใบด่างระบาดในไร่มันสำปะหลังที่ชัดเจนจริงจังเพิ่มมากขึ้นมากกว่านี้ด้วย
“ไม่เฉพาะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดที่ขณะนี้เองในแต่ละพื้นที่ก็พยายามหาทิศทางลงมาช่วยแก้ปัญหาทั้งระบบการสร้างธนาคารเพาะต้นพันธุ์ท่อนมันสำปะหลังก่อนที่จะนำมาปลูกที่ก็อยากที่จะเพียงพอต่อการเพาะปลูกของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ได้ ควรที่จะมีแนวทางจากรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาช่วยเสริมจากหน่วยงานในระดับจังหวัดที่เพียงพอมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ชัดเจนให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ด้วย”
เพื่อนำไปสู่ยุทธศาสตร์นโยบายเร่งด่วนฟื้นฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรชาวไร่ชาวนาและด้านอื่นๆในทุกพื้นที่ในเร่งเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาต่างๆให้กับเกษตรกรให้มากขึ้นจากนี้ด้วย ที่หากจะรอเวลาการแก้ไขปัญหายาวนานไปจนถึงปี 2572 ก็ถือว่ายังยากที่จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศล่าช้ามากในขณะนี้ล่าช้าต่อไปอีกด้วย