โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลพิพากษา ‘ฮีโร่สามนิ้ว’ คดี ม.112 ‘อานนท์ นำภา’ เจอคุกอ่วมอรทัย

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 16.24 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.18 น.

ศาลอาญาสั่งจำคุก "อานนท์ นำภา" 2 ปี 8 เดือน คดี ม.112 ไม่รอลงอาญา ปรับ 10,200 บาท "เพนกวิน-ไมค์-รุ้ง" หลบหนี ส่วน "ฮิวโก้" จำคุก 2 ปี ปรับ 10,200 บาท แต่ให้โอกาสกลับตัว โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 3 ปี

25 มิถุนายน 2568 - ที่ห้องพิจารณาคดี 714 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี อ.3476/2566 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำกลุ่มราษฎร ,นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ชิวารักษ์ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายภานุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก อดีตนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ,น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ,น.ส.จิรฐิตา หรือฮิวโก้ ธรรมรักษ์ นักกิจกรรมกลุ่มราษฎร, นายคริษฐ์ อร่ามพิบูลกิจ อดีตแกนนำกลุ่มราษฎร จำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาอื่น ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ

อัยการโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2563 จำเลยทั้ง 6 คน กับพวกได้ร่วมกันจัดการชุมนุม โดยประกาศชักชวนประชาชนมาร่วมชุมนุมทางการเมือง ที่มีชื่อว่า “ม็อบ 2 ธันวา ไล่จันทร์โอชาออกไป 16.00 น. ห้าแยกลาดพร้าว” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก และให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศและปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ เหตุเกิดที่ห้าแยกลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

โดยวันนี้มีเพียง นายอานนท์ จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ได้ประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และน.ส.จิรฐิตา หรือ ฮิวโก้ จำเลยที่ 5 มาฟังคำพิพากษา ส่วนจำเลยอื่นหลบหนี อย่างไรก็ตามการอ่านคำพิพากษาในวันนี้มีญาติ เพื่อน และบุคคลใกล้ชิดของจำเลยมาฟังคำพิพากษาจนแน่นห้องพิจารณาคดี

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 และ 5 เป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 3 ปี ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 คนละ 15,000 บาท

แต่ทางนำสืบจำเลยที่ 1 และ 5 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 5 คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ปรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 คนละ 10,000 บาท ส่วนความผิดฐานร่วมกันโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับเป็นพินัยคนละ 200 บาท

รวมโทษจำคุก นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และปรับ 10,200 บาท ส่วนน.ส.จิรฐิตา จำเลยที่ 5 รวมโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 10,200 บาท

ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 เคยรับโทษมาก่อน ประกอบกับกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้เพียงคดีเดียว เนื่องจากเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากความรุนแรงในการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่และต้องการเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อการกระทำเป็นความผิดและถูกดำเนินคดี จำเลยที่ 5 ก็เลิกกระทำการดังกล่าว ถือเป็นการรู้สึกถึงความผิด เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 5 กลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุกเห็นควรให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี คุมความประพฤติ 2 ปี และบำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวม มีกำหนด 36 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายอานนท์ ถูกพิพากษาจำคุกมาแล้ว 7 คดี ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ อ.2495/2564 ของศาลอาญา,หมายเลขดำ อ.2804/2564 ของศาลอาญา,หมายเลขดำ อ.1676/2564 ของศาลอาญากรุงเทพใต้,หมายเลขดำ อ.735/2564 ของศาลอาญา,หมายเลขดำ อ.1395/2565 คดีหมายเลขดำ อ.1629/2564 คดีหมายเลขดำ อ.910/2567 ของศาลอาญา จำคุก 2 ปี มีกำหนด 20 ปี 10 เดือน 20 วัน เมื่อรวมคดีนี้หมายเลขดำ อ.3476/2566 นายอานนท์ จึงโดนจำคุกแล้วทั้งหมด 8 คดี รวม 22 ปี 28 เดือน 20 วัน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก "อานนท์ นำภา" ระบุว่า โทษจำคุกของนายอานนท์ ในคดีที่ 9 จากทั้งหมด 14 คดีในมาตรา 112 รวมโทษจำคุกปัจจุบัน 24 ปี 33 เดือน 20 วัน (ราว 26 ปี 9 เดือน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...