โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FINNIX ฉลองครบ 5 ปี เปิดฟีเจอร์ใหม่ อนุมัติไวสุด 5 วิ ลุยยอดสินเชื่อปีนี้แตะ 5.7 หมื่นล.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวถิรนันท์ อรุณวัฒนกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) เปิดเผยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แอปฟินนิกซ์ช่วยให้คนไทยผู้มีรายได้น้อยหลุดพ้นจากวงจรหนี้นอกระบบแล้วกว่า 1.2 ล้านราย ด้วยยอดปล่อยสินเชื่อรวมกว่า 46,000 ล้านบาท โดยมี อัตราหนี้เสีย (NPL) เพียงระดับเลขหลักเดียวมาโดยตลอด

โดยเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแรงควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่มีคุณภาพ ฟินนิกซ์ มุ่งเน้นช่วยสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อถูกกฎหมายได้ด้วยแนวคิด “แพลตฟอร์มที่สร้างโอกาส (The Platform of Opportunities)" และกลยุทธ์ F.I.R.E. อีโคซิสเต็ม” ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ เข้าถึงเงินทุนถูกที่กฎหมายและเป็นธรรม (Finance), เข้าใจพฤติกรรมการเงิน (Intel), สร้างวินัยทางการเงิน (Reward) และเสริมรายได้และความรู้ทางการเงิน (Empowerment) เพื่อเสริมสร้างสุขด้านการเงินแบบองค์รวมให้มั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลผู้ใช้งานแอปฟินนิกซ์ตลอด 5 ปี พบอินไซต์ที่น่าสนใจของกลุ่มคนทำมาหากินที่เป็นลูกค้าแอปฟินนิกซ์ ทั้งในแง่ของโครงสร้างประชากร พฤติกรรมการใช้งาน พฤติกรรมการชำระเงิน และผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 มิติสำคัญ ดังนี้

1.ข้อมูลกลุ่มลูกค้า ลูกค้าหลักของฟินนิกซ์คือกลุ่ม Gen Y คิดเป็น 67% เป็นเพศหญิง 64% โดยราว 58% มีอาชีพอิสระและเป็นลูกจ้างผู้มีรายได้น้อยที่มีอาชีพเสริม ซึ่งกว่า 57% มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 20,000 บาท นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้ากว่า 60% อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด และภาคอีสานเป็นภาคที่มีอัตราการเติบโตของฐานลูกค้าสูงที่สุด

2.พฤติกรรมการใช้งาน วันที่ 1 ของทุกเดือนหรือวันหวยออกเป็นช่วงที่มีลูกค้าขอสินเชื่อมากที่สุด โดยช่วงเวลาสมัครขอสินเชื่อยอดฮิตคือช่วงพักเที่ยง นอกจากนี้ ลูกค้าราว 50% ที่เป็นลูกค้าตั้งแต่ปีแรกยังคงใช้แอปฟินนิกซ์ต่อเนื่องมา 5 ปีจนถึงปัจจุบัน แสดงถึงความเชื่อมั่นในบริการของแอปได้อย่างชัดเจน

3.พฤติกรรมการชำระเงิน: ลูกค้ากว่า 70% มีคะแนนในฟีเจอร์รายงานฟินนิกซ์เครดิตอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งกลุ่ม Gen X มีวินัยในการชำระสินเชื่อที่ดีกว่ากลุ่มอื่น ส่วนจังหวัดที่มีลูกค้าซึ่งมีพฤติกรรมรักษาเครดิตดี เช่น ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และปทุมธานี เป็นต้น นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าลูกค้าใหม่มีพฤติกรรมการเงินดีกว่ากลุ่มเดิม แสดงถึงประสิทธิภาพของโมเดลอนุมัติสินเชื่อพลังไอเอที่ดีและชาญฉลาดยิ่งขึ้น

4.ศักยภาพทางการเงิน: ลูกค้ากว่า 40% ได้รับการเพิ่มวงเงินจากพฤติกรรมการเงินที่ดีและ 20% ในกลุ่มนี้ได้รับวงเงินใหม่ที่สูงกว่าวงเงินเดิมถึง 2 เท่า สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างและรักษาเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังพบว่าลูกค้าแลกฟินนิกซ์คอยน์ที่ได้รับเมื่อชำระสินเชื่อตรงเวลาเป็นส่วนลดดอกเบี้ยมากที่สุด โดยแลกไปแล้วรวมเป็นมูลค่ากว่า 8.3 ล้านบาท ช่วยลดภาระลูกค้าและเสริมสร้างวินัยได้เป็นอย่างดี

5.การเพิ่มรายได้และความรู้เรื่องเงิน: ผู้ใช้งานแอปว่า 157,000 คน มีโอกาสหารายได้เสริมจากการสมัครงานกับพันธมิตรต่างๆ ผ่านแอปฟินนิกซ์ โดยผู้ใช้งานอีกกว่า 62,000 คน มีโอกาสพัฒนาความรู้เรื่องเงินจากโครงการห้องเรียนออนไลน์ “เงินดีมีสุข รู้ทันหนี้ไม่มีทุกข์” ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำว่าแอปฟินนิกซ์เป็นมากกว่าแอปเงินกู้ ทำให้คนทำมาหากินได้ ‘เงินดี มีสุข’ อย่างแท้จริง

นางสาวถิรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) กล่าวต่อว่า ตลอด 5 ปี แอปฟินนิกซ์ได้อยู่เคียงข้างคนทำมาหากินทั่วประเทศในทุกช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ภัยธรรมชาติ หรือภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ย่อท้อที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตนเองและครอบครัวของคนกลุ่มนี้ จึงขอเรียกว่า “นักสู้ชีวิต” โดยทุกคนเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้แอปฟินนิกซ์ มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความประทับใจนี้ จึงยกระดับแอปฟินนิกซ์เป็น “แพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสให้นักสู้ชีวิตเงินดีมีสุข (The Platform of Opportunities for Life Fighters)” เพื่อเชิดชู สนับสนุน และเคียงคู่นักสู้ชีวิตทุกคน

นอกจากนี้ ฟินนิกซ์ยังได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ภายใต้ชื่อ “เคียงคู่นักสู้ชีวิต” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างคนทำมาหากินทั่วไทยอย่างแท้จริง โดยแคมเปญนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของนักสู้ชีวิตในรูปแบบเกมต่อสู้ มีฉากต่อสู้ที่สนุก เข้าถึงง่าย และสะท้อนถึงความท้าทายทางการเงินที่คนไทยต้องเผชิญในชีวิตจริง โดยมี “น้องฟินนี่” มาสคอตประจำแบรนด์ มาเคียงข้างร่วมเติมพลังใจให้กับนักสู้ทุกคน พร้อมฟีเจอร์เด็ด “อนุมัติไวสุดใน 5 วินาที” ช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ทันใจ พร้อมไปสู้ชีวิตได้ทุกที่ ทุกเวลา รับชมวิดีโอโฆษณาได้ที่ https://youtu.be/RoyIZZvLa1o

ขณะที่ หากถามถึงทิศทางการเติบโตในอนาคตนั้น ตามที่ SCBX เคยประกาศใน Analis Meeting ที่ผ่ามาเราทำได้ดีกว่าเป้าที่วางไว้ในปีที่แล้ว แต่สำหรับปีนี้ ต้องบอกว่าอยากรักษาความเป็น Dynamic หรืออัตราการเติบโตไว้ใกล้เคียงกับปีก่อน ไม่ถึงกับสูงกว่ามากนัก เพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ตั้งเป้าตัวเลขเป็นหลัก แต่ดูจากจำนวนลูกค้าและความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

“จุดแข็งของเรา คือ เราเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มดำเนินธุรกิจ ลูกค้าของเรามี historical data อยู่ในระบบเยอะมาก เราให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการใช้งานในแอปของลูกค้า เช่น การจ่ายล่าช้า การรับสาย ฯลฯ ซึ่งใช้ในการประเมินความเสี่ยงและวงเงินที่เหมาะสม” นางสาวถิรนันท์ กล่าว

อีกหนึ่งจุดเด่นของแพลตฟอร์ม คือ การใช้ AI สามารถประเมินวงเงินสินเชื่อโดยอิงจากความสามารถในการชำระคืนของลูกค้า ไม่ใช่จากความต้องการของลูกค้า กล่าวคือ ระบบจะไม่ถามว่าลูกค้าอยากได้เงินกู้เท่าไหร่ แต่จะเสนอวงเงินที่เหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระคืนได้จริง และอยู่กับแพลตฟอร์มในระยะยาว โดยวงเงินสินเชื่อเฉลี่ยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16,000 บาท และสูงสุดตอนนี้อยู่ที่ 50,000-100,000 บาท

รวมถึงจุดมุ่งหมายถึงของบริษัทคือการให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อที่ถูกต้อง และคู่แข่งที่แท้จริงของเราทุกวันนี้ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือ แต่คือ "หนี้นอกระบบ" ทุกข้อความที่เราสื่อสารออกไปจึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความตระหนักถึงหนี้นอกระบบอย่างแท้จริง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในเพจ Facebook ของฟินนิกซ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แพลตฟอร์มที่ให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การอธิบายลักษณะของแอปผิดกฎหมาย แอปที่ใช้วิธีทวงหนี้แบบรุนแรง

ในส่วนของแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ขณะนี้ บริษัทตัดสินใจชะลอแผนออกไปก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการเข้าตลาด ซึ่งอาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยแม้ว่าในด้านเกณฑ์ทางการเงินจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ที่เป็นอุปสรรค แต่การตัดสินใจว่าจะเข้าตลาดเมื่อใดนั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

นางสาวถิรนันท์ กล่าวเสริมว่า ไม่ใช่เพียงแค่มุมของลูกค้าเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่มุมของผู้ประกอบการเองก็เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับฟินนิกซ์แล้ว ผลตอบรับจากลูกค้าที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเรากำลังเดินมาถูกทาง และมีความมั่นใจว่าเรารู้จักลูกค้าและเข้าใจตลาดนาโนไฟแนนซ์ดี

ด้วยเหตุนี้ ปี 2568 ฟินนิกซ์จึงตั้งเป้าหมายที่จะช่วย "นักสู้ชีวิต" เพิ่มขึ้นจาก 1.2 ล้านคนในปีที่ผ่านมา เป็น 1.4 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกับตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อรวมให้ได้ถึงประมาณ 57,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มที่เรียกว่า job opportunity หรือกลุ่มที่มีโอกาสสร้างรายได้จากการร่วมอยู่ในระบบของเรา ไม่ว่าจะเป็นการมีอาชีพที่มั่นคงขึ้น หรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนจาก 160,000 คนในปัจจุบัน เป็น 200,000 คนในปีนี้

เรายังคงไม่ละทิ้งการพัฒนา (FIRE Ecosystem) ซึ่งเป็นระบบนิเวศของฟินนิกซ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในด้านการเงินและอาชีพ หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่เรากำลังเตรียมเปิดตัวภายในปีนี้ก็คือ “อนุมัติไวใน 5 นาที” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการยกระดับประสบการณ์การขอสินเชื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

“ขอขอบคุณลูกค้ากว่าล้านคนที่ช่วยสนับสนุนฟินนิกซ์มาตลอด 5 ปี ตั้งแต่วันแรกในชื่อ ‘ห้าให้มันนี่’ จนถึงวันนี้ ในก้าวต่อไป เราขอเป็นเพื่อนร่วมทางของนักสู้ชีวิตทุกคนในทุกวันที่ออกไปทำมาหากิน เพื่อตอบแทนความรักที่ลูกค้ามีให้กับแอปฟินนิกซ์ เราจะมุ่งมั่นพัฒนาแอปให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป โดยฟีเจอร์ ‘อนุมัติไวสุดใน 5 วิ’ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในวาระครบรอบ 5 ปีเท่านั้น เรายังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ เพื่อขอบคุณนักสู้ชีวิตทุกคนที่ร่วมเดินทางมากับเรา และเพื่อให้ทุกคนได้ ‘เงินดี มีสุข’ อย่างแท้จริง” นางสาวถิรนันท์ กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...