โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับ ผัวเมีย มนุษย์ร้อยชื่อ อ้างเป็นตำรวจ หลอกโอนเงิน เหยื่อกว่า2พันราย

Khaosod

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 08.49 น.
จับ ผัวเมีย มนุษย์ร้อยชื่อ อ้างเป็นตำรวจ หลอกโอนเงิน เหยื่อกว่า2พันราย

บุกจับ ผัวเมีย มนุษย์ร้อยชื่อ อ้างเป็นตำรวจ หลอกผู้ประกอบการโอนเงิน เหยื่อพุ่งกว่า 2,000 ราย แฉประวัติไม่เข็ดหลาบ พบฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้องแก่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มิ.ย.2568 ที่ห้องประชุม สภ.เกาะพะงัน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.ท.ชัยยุทธ คงแก้ว รอง.ผกก.ป.สภ.เกาะพะงัน

พร้อมผู้เสียหายนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ทั้งไทยและชาวต่างชาติหลายรายจากเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ที่ตกเป็นผู้เสียหาย ร่วมรับฟังข้อมูลจากผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อจากกรณีที่ นายสุชาติ หรือ หนุ่ม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ น.ส.สุพัตรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี

บุกจับ ผัวเมีย มนุษย์ร้อยชื่อ อ้างเป็นตำรวจ หลอกผู้ประกอบการโอนเงิน เหยื่อพุ่งกว่า 2,000 ราย แฉประวัติไม่เข็ดหลาบ พบฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้องแก่

บุกจับ ผัวเมีย มนุษย์ร้อยชื่อ อ้างเป็นตำรวจ หลอกผู้ประกอบการโอนเงิน เหยื่อพุ่งกว่า 2,000 ราย แฉประวัติไม่เข็ดหลาบ พบฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้องแก่

ซึ่งเป็นผู้ต้องหาสองสามีภรรยาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 154/2568 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2568 ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็น บุคคลอื่น โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสามารถจับกุมได้ที่ จ.หนองบัวลำภู พบว่า น.ส.สุพัตรากำลังตั้งท้องแก่ และนำตัวมาสอบปากคำที่เกาะพะงัน เนื่องจากที่เกาะพะงันมีผู้ประกอบการตกเป็นเหยื่อหลายราย

นายสุชาติ สามี และ น.ส.สุพัตรา มีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดต่าง ๆ ทั้งตำรวจภูธรภาคเกือบทุกภาค ตำรวจสันติบาล ตำรวจน้ำ ปคม. ตำรวจท่องเที่ยว และ ตรวจคนเข้าเมือง

โดยพฤติการณ์ จะใช้โทรศัพท์เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการ ร้านค้าต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีการโทรไปหลอกลวงผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ร้านค้าต่าง ๆ กว่า 2,000 ราย ซึ่งมีทั้งรายที่ไม่หลงเชื่อ และผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วโอนเงินไปให้

โดยใช้ชื่อว่า สารวัตรวัฒน์ หรือ สารวัตรศักดิ์ และ สารวัตรชาติ โดยจะใช้คำพูดหลอกล่อโน้มน้าวแจ้งเหตุ เพื่อขอรับเงินสนับสนุน เช่น มีการจัดเลี้ยงของหน่วย การเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่นั้น ๆ จึงขอสนับสนุนเงินเป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือค่าเดินทาง

รวมถึงขอยืมเงินแบบส่วนตัว หรือแม้กระทั่งในลักษณะเชิงข่มขู่ ทำนองว่าธุรกิจที่ทำอยู่มีความหมิ่นเหม่จะกระทำผิดกฎหมาย ทำให้ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนหลายรายที่หลงเชื่อเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจริง โอนเงินไปให้คนร้ายตามบัญชีธนาคารต่าง ๆ ที่คนร้ายแจ้งไว้ และใช้บัญชีม้า ซึ่งก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมา แล้วระยะหนึ่งมากกว่า 10 ปี

พล.ต.ต.ณัฐกร กล่าวว่า มีผู้เสียหายร้องเรียนว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปขอสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องงานกุศลต่าง ๆ เกี่ยวกับงานเลี้ยง เมื่อมาตรวจสอบก็พบว่าเกิดขึ้นหลายจังหวัดหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่พื้นที่ในเมืองท่องเที่ยว เกาะสมุย เกาะพะงัน ภูเก็ต พัทยา

จึงได้ทำการตรวจสอบบัญชีที่ผู้ประกอบการโอนเงินให้บัญชีปลายทางก็พบและนำตัวมาตรวจสอบ ก็ทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นคนโทรหาผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบการต่าง ๆ เพื่อของบประมาณในการจัดงานเลี้ยงกิจกรรมต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งทางโรงแรมและผู้ประกอบการก็หลงเชื่อว่า เป็นหน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็ให้ไปในการสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานราชการ แต่การตรวจสอบจริง ๆ แล้ว หน่วยงานที่ถูกอ้างอิงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการขอส่วนตัวของผู้ต้องหาเอง

ซึ่งหลักการจริง ๆ แล้วนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของตำรวจเอง ไม่มีการจะไปสร้างภาระ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงใด ๆ จะไม่มีการไปขอการสนับสนุนของภาคธุรกิจ หรือผู้ประกอบการต่าง ๆ เราสงสารอยู่แล้วว่าปัจจุบัน ธุรกิจค่อนข้างแย่ นักท่องเที่ยวจีนหายไป ต่างชาติหายไป เพราะฉะนั้นต้นทุนกิจการก็ต้องเพิ่มสูงขึ้น ฉะนั้นก็จะไม่มีการไปสร้างภาระในส่วนนี้เลย

พล.ต.ต.ณัฐกร กล่าวต่อว่า ยังมีหน่วยงานศุลกากร สรรพสามิตหลายส่วน ฝากถึงผู้เสียหาย ลักษณะคล้าย ๆ คอลเซ็นเตอร์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน หลักการเดียวกัน ถ้าได้รับโทรศัพท์ให้เช็กหน่วยงานที่เขาอ้าง ถ้าอ้าง ตม.6 ก็เช็กมายัง ตม.6 หรือกองกำกับพื้นที่

ถ้าอ้างไปที่ตำรวจภาค 8 ก็โทรไปที่ตำรวจภาค 8 อ้างศุลกากรก็โทรไปศุลกากร ซึ่งทุกหน่วยงานมีเซ็นเตอร์อยู่แล้ว สุดท้ายก็ขอเบอร์ขอรายละเอียดไว้ และนำมาโรงพักใกล้บ้าน หรือโทร 191 เพื่อตรวจสอบว่าเบอร์ดังกล่าวเป็นเบอร์หรือบัญชีของใคร จะได้ความชัดเจน

ถ้าเราไม่รีบโอนไป ตนคิดว่าทำไม่ได้ อย่างผู้ประกอบการรายหนึ่ง บอกว่าถ้าจะเอาให้มาเอาเลย จึงทำให้มิจฉาชีพก็ไม่กล้ามารับ กลัวถูกดำเนินคดี ความเสียหายรวม ๆ แล้วก็หลักล้าน แต่เขาจะได้รายละตั้งแต่ 5,000-20,000 แต่จำนวนปริมาณเยอะ บัญชีก็เป็นบัญชีม้า

สำหรับ นายสุชาติ ผู้ต้องหารายนี้ ประวัติปี 2561 ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา นำหมายศาลจังหวัดพัทยา ที่ 443/2561 ข้อหาจับกุมในคดีฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่น ในปีเดียวกัน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จับกุม นายสุชาติ ความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 456/2561

และผู้ต้องหารายนี้ ถูกดำเนินคดีในข้อกล่าหา ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่น มาแล้วหลายครั้ง พ้นโทษออกมา ก็จะก่อเหตุในลักษณะซ้ำซากแบบไม่เข็ดหลาบ

ล่าสุดในวันเดียวกัน ทางพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายกว่า 20 ปาก ในพี้นที่เกาะพะงัน จากนั้นได้นำตัว นายสุชาติและน.ส.สุพัตราที่ทั้งคู่ตกเป็นผู้ต้องหา นำตัวลงเรือจากกเกาะพะงัน ฝากขังศาลจังหวัดเกาะสมุยต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับ ผัวเมีย มนุษย์ร้อยชื่อ อ้างเป็นตำรวจ หลอกโอนเงิน เหยื่อกว่า2พันราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...