“ศักดิ์ชัย ตันอริยะมีศิริกุล” ต้นแบบเกษตรกรเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าการคัดเลือกเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านการประมง เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีศักยภาพและความสามารถโดดเด่นในภาคการเกษตร พร้อมเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกรรายอื่นทั่วประเทศ โดยกรมประมงได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านการประมงในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการคัดกรองจากระดับจังหวัด สู่ระดับเขต และคัดเลือกจนถึงระดับประเทศอย่างรอบคอบและเข้มข้น เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐกับเกษตรกรในพื้นที่บนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านการประมง สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2568 คือนายศักดิ์ชัย ตันอริยะมีศิริกุล ที่เริ่มต้นประกอบอาชีพจากจุดเริ่มต้นที่ยากลำบาก จนประสบความสำเร็จอย่างสูงในปัจจุบัน มีผลผลิตรวมทั้งปีถึง 912,000 ตัว คิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการพัฒนาธุรกิจ และยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ ช่วยผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำการส่งออกปลาสวยงามในเวทีโลก ถือเป็นผู้นำและเกษตรกรดีเด่นอย่างแท้จริง
นายศักดิ์ชัย ตันอริยะมีศิริกุล เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านการประมง สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2568 เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในครั้งนี้ว่า เดิมครอบครัวมีฐานะไม่มั่นคง และได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตปี 2540 แต่ด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ นำเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทมาลงทุนเลี้ยงปลาสวยงาม เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและได้รับคำแนะนำ รวมถึงองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ จากกรมประมง จนได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม (GAP) การขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3) และการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4) จากกรมประมง นอกจากนี้ ยังมีการคิดค้นนวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาฟาร์มของตนเอง ในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน ด้วยการใช้ผ้ายางปูพื้นกับตาข่ายไนล่อนสองชั้น เพื่อป้องกันศัตรูของปลาทอง และให้เป็นที่สะสมอาหารธรรมชาติของปลา การติดตั้งระบบควบคุมน้ำในบ่อดินอัตโนมัติ เพื่อระบายน้ำเสียและเติมน้ำใหม่ให้ปลาได้เจริญเติบโตเร็วขึ้น รวมทั้งการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลดค่าไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันทางฟาร์มดำเนินธุรกิจในนาม บริษัท เอสซี.กรุ๊ป อควาเรี่ยม จำกัด พัฒนาสายพันธุ์ปลาทองสีสันแปลกใหม่ เช่น ปลาทองสามสี และปลาทองสีขาว-ดำ (แพนด้า) เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้เลี้ยงปลาสวยงาม สามารถผลิตปลาทองคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังกว่า 10 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยใช้ช่องทางตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ผ่าน TikTok, Instagram และ Facebook ในชื่อ Sakchaifarm มีรายได้สูงสุด/เดือนถึง 220,000 บาท พร้อมขยายกำลังการผลิตกำหนดเป้าหมายมูลค่าโดยประมาณมากกว่า 20 ล้านบาท/ปี และพัฒนาฟาร์มให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ในอนาคตต่อไป