สิ่งที่ “ฟลอเรียน เวิร์ตซ์” จะมอบให้ “หงส์แดง”
ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ จอมทัพคนใหม่ ลิเวอร์พูล เปิดเผยความมุ่งมั่นว่า ต้องการคว้าแชมป์ทุกถ้วยในทุกฤดูกาลกับ “หงส์แดง” หลังย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ด้วยค่าตัวทำลายสถิติสโมสร 116 ล้านปอนด์ พร้อมกับเซ็นสัญญายาวจนถึงปี 2023
เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเยอรมัน ซึ่งทำไปแล้ว 57 ประตู จากการลงสนาม 197 นัด ในสีเสื้อ เลเวอร์คูเซน ถือเป็นเป็นแข้งใหม่รายที่สองของ ลิเวอร์พูล ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก เฌเรมี ฟริมปง แบ็คขวาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ย้ายมาจาก “ห้างขายยา” เมื่อเดือนก่อนด้วยค่าตัว 29.5 ล้านปอนด์
เวิร์ตซ์ กล่าวหลังการเปิดตัวกับ ลิเวอร์พูล ว่า “ผมอยากจะคว้าชัยชนะทุกรายการในทุกซีซัน ก่อนอื่นเลย เราต้องทำงานของเราให้ดี ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ดังนั้น เป้าหมายของผมคือการป้องกันแชมป์ และไปให้ไกลกว่านี้ใน แชมเปียนส์ลีก ผมมีความทะเยอทะยานมาก
“ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ผจญภัยครั้งใหม่ นี่เป็นประเด็นสำคัญในความคิดของผม ผมต้องการทำอะไรใหม่ ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อย้ายออกจากบุนเดสลีกา และไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ผมจะลองดูว่า จะทำผลงาได้ดีแค่ไหน ผมหวังว่าจะทำผลงานได้ดีที่สุด
“ผมได้พูดคุยกับผู้เล่นบางคนที่เคยเล่นที่นั่น และพวกเขาก็บอกผมว่าที่นั่นสมบูรณ์แบบสำหรับผม และสนามทุกสนามก็สมบูรณ์แบบ คุณสามารถสนุกกับทุกเกมได้ ผมตั้งตารอที่จะได้เล่นเกมแรกแล้ว”
เวิร์ตซ์ ลงเล่นในลีกสูงสุดครั้งแรกด้วยวัยเพียง 17 ปี กับ เลเวอร์คูเซน ในเดือนพฤษภาคม ปี 2020 และ 19 วันต่อมา เขาก็กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ที่ยิงประตูได้ ในเกมกับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นทีมที่พยายามจะเซ็นสัญญากับเขาเช่นกัน
บทบาทที่โดดเด่นที่สุดของ เวิร์ตซ์ คือ การยืนเป็นมิดฟิลด์เบอร์ 10 โดย ดาวเตะวัย 22 ปี เป็นผู้เล่นมากพรสวรรค์ที่ทำงานหนัก เต็มไปด้วยเทคนิค มีวิสัยทัศน์ในการผ่านบอล จบสกอร์เฉียบขาด และมีความสามารถในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ตามหามาโดยตลอด
ราฟาเอล โฮนิกสไตน์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟุตบอลเยอรมัน กล่าวว่า “เวิร์ตซ์ เป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบที่สุด และ ลิเวอร์พูล กำลังซื้อซูเปอร์สตาร์ที่จะมาพร้อมกับความสง่างาม และความมั่นใจ ไปร่วมทีม”
ขณะที่ คอนสแตนติน เอคเนอร์ นักข่าวฟุตบอลชาวเยอรมันอีกราย กล่าวเสริมว่า “ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพในศึก บุนเดสลีกา เขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำที่ดี แม้ว่าเขาอาจไม่ใช่คนที่พูดเสียงที่ดังที่สุดในห้องแต่งตัว แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำทีมีอยู่ในตัว”
มีความเป็นไปได้สูงว่า ในซีซันถัดไป อาร์เนอ สลอต กุนซือ ลิเวอร์พูล จะยังใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมอบหมายให้ เวิร์ตซ์ ยืนเป็นจอมทัพด้านหลังสามแนวรุก ซึ่งแข้ง “อินทรีเหล็ก” จะกลายเป็นอาวุธใหม่ที่สร้างความอันตรายให้กับแนวรับคู่ต้อสู้ได้อย่างแน่นอน
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : Liverpool FC