โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อี้-แทนคุณ ชี้ ภาวะผู้นำนายกฯ ทำให้เกิดวิกฤต

INN News

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.07 น. • INN News

อี้-แทนคุณ ชี้ภาวะผู้นำของนายกฯ ทำให้เกิดวิกฤต วอนประชาธิปัตย์ทบทวนสถานะให้ชัด อย่าให้คนเขามองเป็นพรรคอะไหล่

วันนี้ ( 24 มิ.ย 68) นาย แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ในฐานะอดีตสมาชิคพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นสถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ หลังแสดงจุดยืนร่วมรัฐบาล เข้าใจสถานการณ์ เพราะมุมมองแต่ละคนที่ทำงานการเมืองถ้าเป็นอุดมการณ์จะคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม แต่ในความเป็นจริงก็จะมีความทับซ้อนกันระหว่างสิ่งที่คนมองเห็นกับสิ่งที่คนคิด เขาคิดว่าจะทำเพื่อส่วนรวม แต่คนคิดว่าทำเพื่อส่วนตน

นาย แทนคุณ จิตต์อิสระ กล่าวว่า ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์วิกฤติในเรื่องของภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี โดยอาจจะมีปัญหาหลักคือ ความมั่นคง ในแง่ของคนที่จะมองในแง่ว่าใช้ความสัมพันธ์ ส่วนตัวไปแก้ปัญหาประเทศชาติไปพูดในลักษณะที่ว่าจะนำผลประโยชน์ของชาติไปตอบแทนบุญคุณส่วนตัวหรือไม่ ซึ่งประเด็นตรงนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว

แล้วการที่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในการที่จะให้นายกรัฐมนตรีลาออกก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยรู้สึกว่าเป็นการแก้ปัญหาในประเทศด้วยเพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้ว่านายกรัฐมนตรีจะรักษาอุดมคติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติได้จริงๆหรือไม่เนื่องจากว่าเราได้เห็นความสัมพันธ์จากที่ผ่านมา และเราก็ไม่รู้ว่าจะมีคลิปเสียงที่สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประธานวุฒิสภากัมพูชา เคยประกาศไว้แล้วว่าจะมีการปล่อยเพิ่มอีก ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อความไม่ไว้วางใจ ความมั่นคง ของพี่น้องประชาชนก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยน

เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์เองก็ต้องทบทวนตัวเองว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์นี้ในสถานะไหนหากจะทำประโยชน์จริงๆก็ต้องแสดงให้เห็นว่าได้ทำประโยชน์จริงๆ หรือสถานะที่ทำประโยชน์เพื่อตัวเองกอดเก้าอี้ไว้รักษาเก้าอี้ไว้แล้วก็ได้เก้าอี้เพิ่มหรือไม่อย่างไรอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ส่วนตัวตนคิดว่ามันไม่ใช่แค่กระบวนการประชาธิปไตยในพรรคที่เค้าอ้างเรื่องโหวต แต่สำคัญต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติด้วย ถ้าไม่ใช้จังหวะนี้ ในการสื่อสารกับประชาชนว่าเรารักประเทศชาติมากกว่ารักตัวเอง รักพรรค รักพวก ก็จะทำให้สังคมเค้าครหาเราไปตลอด

ส่วนตัวเชื่อว่าบทเรียนครั้งนี้เป็นตราบาปสำคัญของทุกพรรคการเมืองที่กำลังตัดสินใจเล่นเกมกับความมั่นคงและความรู้สึกของประชาชนรวมไปถึงความรักชาติบ้านเมืองเพราะเราไม่รู้เลยว่ามีการดิวอะไรกันมากกว่า 17 นาทีที่ปรากฏในคลิปหลุดการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับประธานวุฒิสภาของกัมพูชาหรือไม่ นอกจากนี้ในเรื่องของกลไกทางการทำงานที่มันไม่ได้ผลในแง่ของความมั่นคงมันเกิดจากการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวไปเอื้อประโยชน์กันหรือไม่

นายอี้แทนคุณระบุว่ามีประโยคหนึ่งที่จำได้ว่านายกรัฐมนตรีได้พูดว่า ไอ้ที่บอกจะตัดน้ำตัดไฟตัดเน็ตเนี่ยมันเป็นแค่ขั้นตอนของกระทรวงการต่างประเทศเราไม่ได้คิดจะทำหรอกนี่คือตัวแปรหนึ่งที่ขายความลับของชาติในการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ เอาไปบอกกับฝ่ายศัตรูโดยชัดเจน

ส่วนตัวมองว่าเป็นความสุ่มเสี่ยง และสิ่งที่ทำให้คนไทยเจ็บปวดคือมีการไปด้อยค่าทหารเป็นทหารเป็นแม่ทัพที่กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูมีการด้อยค่าว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามอันนี้ถือว่าอันตรายมากเพราะจะทำให้การไปเอาใจคนที่เป็นศัตรูของชาติโดยการด้อยค่าตำหนิแม่ทัพ ที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ของตัวเองอยู่กลับกลายเป็นปัญหาซึ่งส่วนตัวมองว่าประชาธิปัตย์ควรจะต้องทบทวนสถานการณ์ทั้งหมดและดูบริบททั้งหมดและพิจารณาด้วยตัวเองอย่าให้เขามองว่าเป็นพรรคอะไหล่ เป็นพรรคสำรอง เป็นพรรคที่ไม่มีตัวเลือกของใครเขา

สุดท้าย เรื่องการเมืองมันมีกลไก ทางการเมืองได้อย่างเช่นเช่นใช้การร้องเรียนผ่านกลไกของปอปอชอแล้วปอปอชอมีมติเป็นเอกฉันท์ในการรับเรื่องพิจารณาและจะมีการไต่สวนภายใน 10 วันนี้ ส่วนตัวตน ไม่อยากให้รีบร้อนเร่งเร้าเพราะสถานการณ์สังคมในประเทศไทยค่อนข้างเปราะบางและเห็นด้วยว่าคนไทยมีใจรักชาติ รักแผ่นดินรักทหารมากขึ้น และเข้าใจการทำงานของความมั่นคงมากขึ้นอยากให้ฝ่ายการเมืองทบทวนว่าไม่อยากให้ตัวเองตัวแปรหนึ่งที่ทำให้คนไทยแตกแยกกันเพราะคนไทยสามัคคีกันดีอยู่แล้ว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...