โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดแผล 'ฮุน เซน' คดีไหนโดนนานาชาติจับตา เขมรแดง-ฆ่าศัตรู-ล่าฝ่ายค้าน

Amarin TV

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 01.57 น.
เปิดแผล ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีคดีดังใดบ้างที่นานาชาติและสื่อต่างประเทศจับตา ทั้งร่วมเขมรแดง ขับไล่ผู้นำฝ่ายค้านและสั่งฆ่าศัตรู

แม้ว่า ‘ฮุน เซน’ จะส่งมอบตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกัมพูชา ให้บุตรชายอย่างฮุน มาเนต ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 26 กรกฏาคม พ.ศ. 2566 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอำนาจและอิทธิพลของเขายังมีอยู่เต็มทุกอณูการเมืองกัมพูชา เนื่องจากปัจจุบัน เขายังดำรงตำแหน่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ประธานพรรคประชาชนกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจ, ประธานองคมนตรี และประธานวุฒิสภา ซึ่งเขายังคงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายและควบคุมการเมืองของกัมพูชาอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ฮุน เซน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2528 เรียกได้ว่ากุมบังเหียนประเทศมาแล้ว 40 กว่าปี และก่อนหน้าที่จะก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำ เขามีเส้นทางการเมืองและทหารที่ยาวนานและซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่กัมพูชาเผชิญกับความวุ่นวายและสงครามกลางเมือง เขามักเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้กัมพูชาเกิดการเปลี่ยนแปง

Spotlight ชวนย้อนรอยเส้นทางผู้นำกัมพูชาของฮุน เซน ที่ทรงอิทธิพลสุด ๆ ในเวลานี้ ย่อมแลกกับอะไรมาบ้าง ที่เขาไม่อยากเปิดเผย ในบทความ “เปิดแผล ฮุน เซน คดีไหนโดนนานาชาติจับตา” โดยเริ่มต้นจากแผลเก่าที่ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไร ผู้คนก็ยังไม่ลืม

เข้าร่วม-แปรพักตร์ แผลช้ำหนักจาก “เขมรแดง”

Human Rights Watch เผยแพร่บทความ “30 ปีของฮุนเซน ความรุนแรง การปราบปราม และการทุจริตในกัมพูชา” โดยตอนหนึ่งบทความรายงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาต่อกลุ่มเขมรแดง ระบุว่า ฮุน เซน เข้าร่วมกับเขมรแดงหลังจากที่กองทัพกัมพูชาโค่นล้มเจ้าชายนโรดม สีหนุ ในปี พ.ศ. 2513 รายงานฉบับนี้ได้อธิบายบทบาทของเขาในฐานะผู้บัญชาการเขมรแดง ในพื้นที่ที่เกิดอาชญากรรมต่อมนุษยชาติกับชาวจามมุสลิมไปจนถึงการบังคับใช้แรงงานและการจำคุกผู้เห็นต่าง

แม้รายงานจากต่างประเทศฉบับอื่น ๆ จะบอกไว้อย่างชัดเจนว่า เขาเป็นถึงผู้บัญชาการ แต่เจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าทหารธรรมดาคนหนึ่ง BBC ไทย ระบุว่า ในสมัยการปกครองอันโหดร้ายของนายพอล พต อดีตผู้นำเขมรแดง ช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ซึ่งมีชาวกัมพูชาถูกสังหารไป 2 ล้านคนนั้น นายฮุน เซน หลบหนีไปเข้าร่วมกับฝ่ายที่ต่อต้านเขมรแดงในเวียดนาม และจากจุดที่เขาแปรพักตร์นี้เอง สร้างความชอบธรรมว่าเขาต่อต้านขบวนการสังหารหมู่อันเหี้ยมโหด เมื่อเวียดนามตั้งรัฐบาลใหม่ในกัมพูชา เขาถึงมีโอกาสกลับบ้านในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

การร่วมทัพเขมรแดง แม้จะในช่วงต้น แต่ก็ไม่อาจทำให้นานาชาติมองข้ามไปได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์ที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นแผลใหญ่ที่เขาพยายามปกปิด และจากการเข้าร่วมในครั้งนี้ยังสร้างแผลที่ตาซ้ายของเขา ซึ่งได้รับบาดเจ็บขณะสู้รบในสงครามกลางเมืองกัมพูชา ในวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นวันก่อนที่เขมรแดงจะยึดกรุงพนมเปญได้สำเร็จ บาดแผลนี้ทำให้ดวงตาซ้ายของเขาบอดสนิท

แผลเก่าจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนที่ 2” แห่งเดียวในโลก

ภายหลังการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไม่กี่ปี เมื่อนายกรัฐมนตรีจัน ซี เสียชีวิตในระหว่างดำรงตำแหน่ง รัฐสภาภายใต้ระบบพรรคเดียวของพรรคประชาชนปฏิวัติกัมพูชา ได้แต่งตั้ง ฮุน เซน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยอายุเพียง 33 ปี นับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น

หลังจากการลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีสในปี 1991 และการเข้ามาของสหประชาชาติ (UNTAC) เพื่อจัดการเลือกตั้งในปีพ.ศ. 2536 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรคฟุนซินเปกของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ชนะการเลือกตั้ง แต่ฮุน เซน ปฏิเสธผลการเลือกตั้งและใช้การบีบบังคับทางการเมืองและการทหาร จนในที่สุดมีการจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และ ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2

แผลปิดไม่มิด รัฐประหารทำทั่วโลกคว่ำบาตร

ในปี พ.ศ.2540 ฮุน เซน ใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ บีบให้สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ต้องเสด็จออกนอกประเทศ และรวมอำนาจไว้ในมืออย่างสมบูรณ์ แต่เหตุการณ์นั้น ได้รับการประณามอย่างกว้างขวางจากประชาคมระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ของกัมพูชากับโลกภายนอก

สหรัฐอเมริกาประณามการกระทำของฮุน เซน ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำลายประชาธิปไตยที่เพิ่งเริ่มก่อร่างสร้างตัวในกัมพูชาจากการสนับสนุนของสหประชาชาติ และยังตัดความช่วยเหลือส่วนใหญ่แก่กัมพูชาทันที ทั้งความช่วยเหลือด้านการทหารและด้านมนุษยธรรม ขณะที่ ASEAN ก็ลงโทษด้วยการเลื่อนรับกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมไปถึงสหภาพยุโรป สหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น Human Rights Watch, Amnesty International

ล่าฝ่ายค้าน-ไล่ถอดสัญชาติ แผลที่ยังคงกัดกิน

ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาที่สำคัญและถูกขับไล่ไปต่างประเทศในขณะนี้คือ สม รังสี (Sam Rainsy) เป็นอดีตผู้นำพรรคกู้ชาติกัมพูชา (Cambodia National Rescue Party - CNRP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักที่ถูกยุบโดยคำสั่งศาลในปีพ.ศ. 2560 และเขาเองก็เผชิญกับข้อหาทางกฎหมายมากมายในกัมพูชา ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการดำเนินคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ทำให้เขาต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งมีรายงานว่าส่วนใหญ่เขาใช้ชีวิตในประเทศฝรั่งเศส

ล่าสุด ในกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา สม รังสี ได้โพสต์ข้อความเย้ยหยันว่า การถอดสัญชาติพลเมืองกัมพูชาที่ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนั้น รวดเร็วกว่าการส่งคำร้องกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ไปที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เสียอีก เขายังย้ำว่า "การถอดสัญชาติชาวกัมพูชาผู้รักชาติอย่างแท้จริง ไม่สามารถถอดความรักชาติออกจากจิตใจของพวกเขาได้"

ประเด็นการถอดสัญชาตินี้เกิดขึ้นหลังรัฐสภากัมพูชาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการรับสัญชาติ-และสูญเสียสัญชาติได้ แม้รัฐบาลจะอ้างว่ากฎหมายนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและจัดการกับผู้ที่ทรยศชาติ แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและฝ่ายค้านเชื่อว่า กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาล

Amnesty International และองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ได้ออกแถลงการณ์เตือนว่า การออกกฎหมายเพิกถอนสัญชาติในลักษณะนี้เป็นการ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นคนไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

สั่งตาย ‘ลิม กิมยา’ ในกรุงเทพฯ แผลสดที่โดนเปิดโปง

คดีของลิม กิมยา อดีต ส.ส. ฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งถูกสังหารในประเทศไทย ได้รับการรายงานจากสำนักข่าวหลายแห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 นายลิม กิมยาถูกยิงเสียชีวิตจากกระสุนปืน โดยมือปืนเป็นอดีตทหารเรือไทย ตำรวจไทยได้ระบุตัวผู้บงการว่าคือ นายลี รัตนัค รัศมี ชาวกัมพูชา ที่ยังคงหลบหนีอยู่ในขณะนี้

คดีดังกล่าวถูกยกระดับว่าอาจเป็นการคำสั่งสังหารของผู้นำกัมพูชา หลัง Al Jazeera เผยแพร่สกู๊ปพิเศษ ภายใต้ชื่อ Cambodia: Was the killing of ex-MP Lim Kimya a political assassination? | 101 East Documentary พร้อมมีการปล่อยคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นเสียงสั่งตายของฮุน เซน ที่ให้ลอบฆ่าฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก ในภายหลัง รัฐบาลกัมพูชาพยายามปฏิเสธโดยอ้างว่าเป็นคลิปเสียงที่ทำจาก AI เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...