โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวกัมพูชาถือป้าย "เคลมพยัญชนะไทย 44 ตัว" เปิดที่มารากฐานภาษาชาติไทย

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 05.32 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 07.50 น.

วันนี้ (20 กรกฎาคม 2568) สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณปราสาทชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่ากลุ่มชาวกัมพูชาได้รวมตัวกันที่ ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นข้อพิพาทและอ่อนไหว

กลุ่มชาวกัมพูชาได้จัดเตรียมป้ายผ้าไวนิลขนาดใหญ่ พร้อมใจกันถือเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยมีข้อความ "เคลมพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัว" สร้างความไม่พอใจให้คนไทยและตั้งคำถามถึงเจตนาของพฤติกรรมดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวและจับตาของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ย้อนรอยประวัติศาสตร์: ที่มา "พยัญชนะไทย" รากฐานภาษาชาติ

เหตุการณ์การเคลมพยัญชนะไทยในครั้งนี้ ทำให้หลายฝ่ายหันกลับมาทบทวนถึงรากเหง้าและประวัติศาสตร์ของภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ พยัญชนะไทยจำนวน 44 ตัว ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ มีรากฐานมาจาก "ลายสือไทย" ซึ่งเป็นอักษรไทยที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อมหาศักราช ๑๒๐๕ (พุทธศักราช ๑๘๒๖) ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นยุคที่รุ่งเรืองด้านอักษรศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม

ลายสือไทยได้มีการพัฒนาต่อยอดมาจากอักษรปัลลวะและอักษรขอมโบราณ โดยมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับระบบเสียงของภาษาไทยมากขึ้น โดยเพิ่มตัวอักษรบางตัวและจัดวางวรรณยุกต์ให้สามารถบ่งบอกเสียงวรรณยุกต์ได้อย่างชัดเจน ทำให้ภาษาไทยมีความสมบูรณ์ในการบันทึกเสียงพูด

หลังจากสมัยสุโขทัย อักษรไทยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเล็กน้อยตามแต่ละยุคสมัย ทั้งในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งกลายมาเป็นรูปแบบพยัญชนะ 44 ตัว และสระ วรรณยุกต์ รวมถึงตัวเลขไทย ที่เราคุ้นเคยและใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงวิวัฒนาการทางภาษาและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติไทย

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในลักษณะนี้ จึงนับเป็นการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และจุดชนวนประเด็นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีกครั้ง ซึ่งต้องจับตาดูท่าทีของทั้งสองฝ่ายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...