เปิดปมพิพาท หลัง 'จอย ไกอา' ไลฟ์สดถูก พนง.รีสอร์ตขู่ ด้าน จนท.เข้าช่วยเหลือแล้ว
‘จอย ไกอา’ ไลฟ์สดถูก พนง.รีสอร์ตขู่ จนท.เร่งช่วยเหลือ เปิดปมพิพาท
เมื่อวันที่ 30 เมษายน จากกรณีที่นักร้องสาว “จอย ไกอา-ณัฐฐานิตา วิชัย” อดีตสมาชิกวง Rania วงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี ออกมาไลฟ์สดผ่านไอจีเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 29 เมษายน 2565 ระหว่างที่ไปเที่ยวพักผ่อนที่ จ.พังงา ขณะอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ระบุว่าถูกพนักงานข่มขู่ว่า “เดี๋ยวมึงเจอกูแน่” ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุใด แต่การข่มขู่ดูรุนแรงทำให้ตัวเองห่วงความปลอดภัย หากเกิดอะไรขึ้นมาหรือหายไปจากโซเชียลเกิน 24 ชั่วโมง ขอให้ไปแจ้งความด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชนาวุธ บุญเมธี ประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา ได้โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอขณะมีการไลฟ์สด ใช้ชื่อ joynattanita ผ่านสื่อโซเชียล IG Story โดยทางประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงาได้โพสต์ลงผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ในกลุ่มต่างๆ แจ้งว่า ว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดินันท์ นายอำเภอเกาะยาว เปิดเผยว่า กรณีปรากฏข่าวสารทางหน้าสื่อโซเชียลว่า“จอย ไกอา ไลฟ์ บอกถูกพนักงานรีสอร์ต ขู่ฆ่า ที่เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา ฝากคลิปนี้ไว้ถ้าหายไปฝากแจ้งตำรวจ”
ดูโพสต์นี้บน Instagram
จากการสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้รู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ในวันที่ 29 เมษายน เวลาประมาณ 13.00 น. คณะของจอย ไกอา ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 4 ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา จำนวนคนที่เข้าพัก 14 คน 7 ห้อง หลังจากเข้าพักแล้วได้ทำการสั่งอาหาร ซึ่งร้านแจ้งให้ทราบว่าโรงแรมในช่วงนี้ไม่มีแม่ครัว เนื่องจากอยู่ในช่วงถือศีลอด จึงได้รับออเดอร์เพื่อไปสั่งอาหารจากร้านภายนอกก่อนนำมาส่งให้
ภายหลังจากที่ไปสั่งอาหารจากร้านอาหารภายนอกแล้ว ได้นำอาหารมาส่งให้คณะดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 4 ถึง 5 โมงเย็น จึงทำให้คณะผู้มาพักไม่พอใจและมีการต่อว่า พนักงานว่า สั่งตั้งนานแล้ว ไม่เอาและได้ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งพนักงานแจ้งให้ทราบว่าไม่ทราบว่ามีการยกเลิก ค่าอาหารที่สั่งมารวมประมาณ 1,700 บาท ใครจะเป็นคนจ่าย ในการโต้เถียงดังกล่าวพนักงานโรงแรมแจ้งว่ามีผู้หญิงหนึ่งคนใช้กิริยาวาจาก้าวร้าว พนักงานจึงได้แจ้งให้เจ้าของกิจการทราบทางโทรศัพท์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มา
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะยาว ได้มาระงับเหตุ และเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวทั้งสองฝ่ายไปที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเกาะยาว ทำการไกล่เกลี่ย โดยทางโรงแรมได้คืนค่าเช่าที่พักทั้งหมดให้กับกลุ่มดังกล่าวและได้เช็กเอาต์เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนวันเดียวกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะยาว ได้พากลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวไปพักที่โรงแรมอื่นในบริเวณข้างเคียง ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวรู้สึกปลอดภัยและมีความพอใจ จึงได้ลงคลิปขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลา
สำหรับกระแสข่าวในกรณีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกล่าวหาที่เกินความจริงทำให้ธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ตำบลเกาะยาวน้อยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง