โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ แต่มนุษย์ถูกสร้างจากปรากฎการณ์จักลวาล

H.I.P Marketing Studio

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2565 เวลา 11.30 น. • H.I.P.Shout
พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ แต่มนุษย์ถูกสร้างจากปรากฎการณ์จักลวาล

ก่อนจะพูดถึงจุดกำเนิดของ “มนุษย์” ถูกสร้างจากอะไร ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ในช่วงกำเนิดเอกภพ และกาแลคซี่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจของต้นกำเนิดของสิ่งชีวิตทั้งหลาย

เชื่อกันว่า. . .จุดเริ่มต้นของ “เอกภพ” เกิดจากการรวบรวมมวลความหนาแน่นพลังงาน สสาร เวลา และกาล-อวกาศ จนเกิดปรากฏการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ ที่เรียกว่า “บิกแบง” การขยายตัวของเอกภพอย่างรวดเร็ว จำนวนแสนล้านแห่ง ที่มีจักรวาลเต็มไปด้วย ดาวเคราะห์ และกาแลคซี่มากมาย

แต่ในขณะเดียวกัน. . .ก็ได้เกิดอนุภาคตัวแรก ที่เรียกว่า “ควาร์ก” ซึ่งประกอบด้วย โปรตรอน และนิวตรอน ปฏิสัมพันธ์กับอิเล็กตรอน กลายเป็น “ไฮโดรเจน” ธาตุตัวแรก และ ฮีเลียม ตัวต่อมา ซึ่งไฮโดรเจน เป็นธาตุตัวสำคัญของการกำเนิดของเอกภพ และดาวเคราะห์มากมาย

หลังจากเกิดการระเบิดของ บิกแบง จักรวาลก็ยังขาดแสงสว่าง โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า ยุคมืด ต่อมาอีกหลายพันล้านปี “ไฮโดรเจน” และ “ฮีเลียม” ได้กระจายตัวไปอย่างกว้างขวางทั่วทั้งจักรวาล

และถือกำเนิดแรงโน้มถ่วงจักรวาลขึ้น เกิดการรวบตัวของแก๊ส และสสาร “ไฮโดรเจน” หลอมรวมกับ “ฮีเลียม” ที่ใจแกนกลางของดวงดาวอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น ปล่อยพลังงานความร้อน กลายเป็นดาวฤกษ์ดวงแรกของจักรวาล

ซึ่งดาวเคราะห์ทั้งหลาย ดำรงอยู่ด้วยธาตุ ฮีเลียมรวมกับ ไฮโดรเจน เผาผลาญพลังงานที่ใจแกนกลางของดาว และเกิดเป็นธาตุอื่นๆ ต่อมาอย่าง ธาตุลิเทียม ออกซิเจน เหล็ก และธาตุหนักอื่นๆ ใจกลางดาวเคราะห์ต่าง ๆ

และจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตเกิดจากปรากฏการณ์ของ “ซูเปอร์โนวา” การยุบตัวของดาวฤกษ์ดวงแรก ระเบิดตัวออกไปไกลหลายล้านปีแสง และทำให้เกิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ มีชื่อว่า ดาวอาทิตย์ และเศษวัตถุต่างๆ จากการระเบิดครั้งนี้ กลายเป็นดาวเคราะห์หลายล้านดวงรวมถึงโลก อยู่ในระบบสุริยะ

โดยสิ่งมีชีวิตที่รวมถึงมนุษย์ มาจากเศษวัตถุของการระเบิดซูเปอร์โนวา จากการพิสูจน์ของทางชีวภาพร่างกายของมนุษย์ มีส่วนประกอบของ ออกซิเจน คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซัลเฟอร์ โซเดียม คลอรีน และแมกนีเซียม ทั้งหมดล้วนเป็นธาตุที่ถูกค้นพบจากเหตุการณ์ระเบิด ซูเปอร์โนวา

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น “ไฮโดรเจน” คือส่วนประกอบสำคัญของเอกภพ และมนุษย์ก็มีไฮโดรเจนเป็นส่วนประกอบหลักกว่า 60% นั้นหมายความว่า มนุษย์นั้นมีอายุมากถึง 13.7 พันล้านปี โดยแมกนีแซมและเหล็ก ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

โลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีของมนุษย์อย่างมาก ทุกสิ่งทุกอย่างใช้วิทยาศาสตร์เป็นตัวพิสูจน์ข้อเท็จจริง จากการตั้งข้อสงสัย การสังเกต หาหลักเหตุและผลมากขึ้น

แท้จริงแล้ว!! พระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ แต่มนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากเศษระเบิดของซูเปอร์โนวา ซึ่งอ้างอิงจากหลักฐานชีวภาพมนุษย์ และทฤษฎีการกำเนิดของมนุษย์

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : https:/earthhow.com/history-of-the-universe/

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล :

https://www.nhm.ac.uk/discover/are-we-really-made-of-stardust.html

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : https://earthhow.com/we-are-made-of-stardust/

Read Me - We Shout l The Shout

Living Online Magazine

[Life, Culture, Creative, Spirit]

#ทฤษฎีกำเนิดมนุษย์ #ทฤษฎีบิกแบง #ระเบิดบิกแบง #ซูเปอร์โนวา #ธาตุแรกของจักรวาล #ไฮโดรเจน #ฮีเลียม #แร่ธาตุส่วนประกอบมนุษย์ #ควาร์ก #จักรวาล #กาแลคซี่ #อะตอม #การขยายจักรวาล #นิวเคลียร์ฟิวชั่น #อวกาศ #ดาวเคราะห์ #ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ #ฟิสิกส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

อาร์ทิมิส 2 ต่างจากอะพอลโลอย่างไร? ทำความรู้จักกับภารกิจที่พามนุษย์เยือนดวงจันทร์อีกครั้ง

SPACEMAN

เปิดตัวเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำภารกิจอาร์ทิมิส 2 ของนาซา ควบคุมการสำรวจดวงจันทร์เต็มรูปแบบ

SPACEMAN

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ พอร์ท เวล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday

ถ่ายทอดสด เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday

TAEMIN รู้สึกเป็นเกียรติที่จะเป็นศิลปินเดี่ยวชายเคป๊อปคนแรกที่ได้แสดงใน Coachella

THE STANDARD

Ruby Sauce รูบี้ซอสคาเฟ่ คาเฟ่ชนบทสไตล์ Ghibli นอกตัวเมืองเชียงใหม่ ที่คนรัก Ghibli ห้ามพลาด!

conomi
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...