อาร์ทิมิส 2 ต่างจากอะพอลโลอย่างไร? ทำความรู้จักกับภารกิจที่พามนุษย์เยือนดวงจันทร์อีกครั้ง
นาซา (NASA) ภารกิจ "อาร์ทิมิส 2" (Artemis 2) ที่กำลังส่งมนุษย์อวกาศกลับไปใกล้ดวงจันทร์อีกครั้ง แม้ภารกิจนี้อาจดูเหมือนเป็นการทำซ้ำความสำเร็จของโครงการ "อะพอลโล" (Apollo) เมื่อกว่า 50 ปีก่อน แต่แท้จริงแล้ว อาร์ทิมิส 2 มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านวิถีโคจร เป้าหมายของโครงการ และหนทางสู่การตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืนบนดวงจันทร์ในอนาคต
หากย้อนกลับไปช่วงปี พ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2515 โครงการอะพอลโลได้ส่งมนุษย์อวกาศชาวอเมริกันจำนวน 24 คนเดินทางไปเยือนดวงจันทร์ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากยุคสงครามเย็นเพื่อแสดงศักยภาพทางอวกาศเหนือสหภาพโซเวียต เมื่อยานอะพอลโล 11 สามารถพามนุษย์ไปประทับรอยเท้าและปักธงชาติบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ เป้าหมายหลักของโครงการก็ถือว่าบรรลุผล หลังจากนั้นภารกิจจึงสิ้นสุดลงที่ยานอะพอลโล 17 แต่ว่าโครงการอาร์ทิมิสไม่ได้ต้องการเพียงกลับไปปักธงชาติอีกครั้ง แต่มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างยั่งยืน และใช้ทรัพยากรบนดวงจันทร์เพื่อการสำรวจห้วงอวกาศลึกต่อไป
ในด้านรูปแบบของภารกิจก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โครงการอะพอลโลใช้ลำดับขั้นตอนการทดสอบยานอวกาศทีละขั้น เช่น การส่งยานอวกาศที่มีนักบินอวกาศโดยสารไปด้วยเพื่อทดสอบในวงโคจรระดับต่ำของโลกในภารกิจอะพอลโล 7 ขณะที่โครงการอาร์ทิมิสได้ผ่านการทดสอบยานโอไรออน (Orion) แบบไร้คนบังคับในวงโคจรรอบดวงจันทร์มาแล้วในภารกิจอาร์ทิมิส 1 เมื่อปี พ.ศ. 2565 สำหรับอาร์ทิมิส 2 ซึ่งเป็นเที่ยวบินแรกที่มีมนุษย์อวกาศร่วมเดินทางไปด้วย จะไม่เพียงแค่โคจรอยู่ในระดับต่ำของโลก แต่ยานจะเดินทางเข้าสู่วงโคจรรูปวงรีรอบโลกที่มีความรีสูงมาก ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์
นักบินอวกาศทั้งสี่คนในภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะไม่ได้เข้าไปโคจรรอบดวงจันทร์เหมือนกับภารกิจอะพอลโล 8 แต่ยานจะบินโฉบผ่านและพุ่งออกไปไกลกว่าดวงจันทร์ โดยใช้เส้นทางที่เรียกว่า "วิถีโคจรกลับโดยอิสระ" ซึ่งเป็นการใช้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์เป็นแรงเหวี่ยงเพื่อพายานอวกาศกลับสู่โลกโดยอัตโนมัติ การเดินทางในลักษณะนี้คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภารกิจอะพอลโล 13 ซึ่งนักบินอวกาศต้องเปลี่ยนมาใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อความอยู่รอดหลังยานเกิดเหตุระเบิด และได้สร้างสถิติการเดินทางในห้วงอวกาศลึกที่ไกลจากโลกมากที่สุดกว่า 400,000 กิโลเมตร
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะทำลายสถิติเดิมนี้และกลายเป็นการเดินทางที่ไกลจากโลกที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยทำมา การเลือกใช้เส้นทางนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุฉุกเฉิน แต่เพื่อให้กัปตันและลูกเรือสามารถทดสอบระบบปฏิบัติการของยานอวกาศและควบคุมโครงสร้างส่วนบนของจรวดนำส่งได้อย่างปลอดภัย
ภารกิจอาร์ทิมิส 2 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไปที่สำคัญยิ่ง เป้าหมายระยะยาวของนาซาคือการส่งมนุษย์ไปตั้งฐานทัพบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีน้ำแข็งสะสมอยู่ ทรัพยากรเหล่านี้สามารถนำมาสกัดเพื่อใช้ในระบบสนับสนุนการดำรงชีพและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานอวกาศได้ ความสำเร็จของอาร์ทิมิส 2 จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจในเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การส่งมนุษย์กลับไปเดินบนพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งในภารกิจถัดไป และจะเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับการเดินทางที่ยาวนานขึ้นสู่ดาวอังคารในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง: Space.com
- How will Artemis 2 be different from NASA's Apollo moon missions?