โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตรัง พ่อเลี้ยงฉุนลูกเลี้ยงไม่ปิดไฟคว้ามีดดาบฟันถูกยิงสวนดับ

77kaoded

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 03.12 น. • 77 ข่าวเด็ด

พ่อเลี้ยงเมา ฉุนลูกเลี้ยงไม่ปิดไฟ คว้ามีดดาบฟันลูกเลี้ยงบาดเจ็บ กลับถูกลูกเลี้ยงถือปืนไทยประดิษฐ์ยิงสวนดับคาห้องนอน หลังท้าทายให้ลูกเลี้ยงยิง สารภาพถูกพ่อเลี้ยงขี้เมารายมายรายวัน พลิกแฟ้มประวัติพบลูกเลี้ยงเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาได้เพียงแค่ 8 เดือน

ฉุนลูกเลี้ยง : เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ส.ค.66 ร.ต.อ.สมพงศ์ ทองรอด รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยยอด รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 9 บ้านควนซาง ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.อิศราพงศ์ จินา ผกก.สภ.ห้วยยอด กำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง แพทย์เวร รพ.ห้วยยอด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างภักดีห้วยยอด และฝ่ายปกครอง

ถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว หลังคาและผนังกั้นด้วยแผ่นสังกะสี บางส่วนกั้นด้วยอิฐ อยู่ติดถนนซอยคอนกรีต ติดกับสวนยางพารา ภายในห้องนอนตัวบ้านพบศพนายอุดม สุขเลื่อง หรือลุงเมี้ยก อายุ 61 ปี อาชีพรับจ้างขับรถแทร็กเตอร์ นอนคว่ำหน้าลำตัวตะแคงเสียชีวิตจมกองเลือดจำนวนมาก อยู่ตรงมุมในห้องนอน มือซ้ายกำอาวุธมีดดาบยาวหัวตัดจำนวน 1 เล่ม นุ่งผ้าขาวม้า 1 ผืน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ หรือค้อนตราควาย จำนวน 1 นัด กระสุนเจาะเข้าบริเวณคางและลำคอเป็นกลุ่มใหญ่ และมีกระสุนไปทะลุใต้จักแร้ซ้าย ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายกริชษฎา จุ้งลก อายุ 24 ปี อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ถูกฟันด้วยอาวุธมีดเล่มดังกล่าวเข้าที่หลังมือซ้าย เป็นแผลฉกรรจ์ เย็บจำนวน 7 เข็ม ซึ่งได้ถูกนำตัวส่ง รพ.รัษฎาไปก่อนหน้าแล้ว

ต่อมาหลังจากทำแผลที่โรงพยาบาลเสร็จสิ้น ทางตำรวจได้คุมตัวลูกเลี้ยงที่ก่อเหตุมาสอบปากคำ พบที่กางเกงมีคราบเลือดติดอยู่ พร้อมกับรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ และได้บอกจุดทิ้งอาวุธปืน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ทางตำรวจจึงนำส่งพนักงานสอบสวนเป็นของกลาง พบมีปลอกกระสุนใช้งานแล้วจำนวน 1 ปลอกบรรจุอยู่ในรังเพลิง ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวตรวจเก็บเขม่าดินปืนจากมือผู้ต้องหา

นายกริชษฎา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังเข้านอน แต่ได้ยินแม่พูดว่าพ่อเลี้ยงชักดาบออกมา ก่อนที่ตนจะเห็นพ่อเลี้ยงชักดาบถือออกมาจากห้องนอน ตนจึงได้หยิบอาวุธปืนที่ตั้งเอาไว้ใต้หมอนมาถือไว้ และจะเดินออกไปหลังบ้าน แต่ไม่ทันได้เดินออกไป ตนจึงพูดให้พอเลี้ยงวางดาบตั้งไว้ แต่กลับมาท้าตนให้ยิงเลย ตนก็ยังยืนยันว่าตั้งเถอะ ตนไม่ยิง แต่พ่อเลี้ยงกลับฟันตน 1 ครั้งตนจึงเอามือรับไว้ตนเป็นแผล หลังจากฟันตนแล้วตนจึงเดินเข้าไปหา พ่อเลี้ยงก็เดินถอยหลังเข้าห้องนอน ตนจึงได้ไปจับดาบพ่อเลี้ยง แต่พ่อเลี้ยงกลับจะฟันตนอีกครั้ง พร้อมกับท้าให้ตนยิงอีกครั้ง ตนจึงยิงใส่เข้าไป 1 นัด

นายกริชษฎา ให้การต่ออีกว่า ก่อนเกิดเหตุพ่อเลี้ยงก็เมาสุราขาวมาจากข้างนอก และเมาแบบนี้เป็นประจำเกือบทุกวัน เมื่อเมาเหล้ากลับมาบ้านก็มักจะมาเอะอะโวยวาย และรายมาบ่อยครั้งเกือบทุกคืน แต่ทุกครั้งตนไม่ได้ตอบโต้อะไร ซึ่งตนก็เพิ่งมาอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงได้ประมาณ 5-6 เดือน เพราะตนก็เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมา

ด้านนางปรีดา จุ้งลก อายุ 57 ปี ภรรยาของนายอุดม แม่ของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกติดของตน ก่อนเกิดเหตุตนกำลังจะเข้านอนในห้อง สามีกลับมาจากดื่มสุราข้างนอก มาถึงบ้านก็กินข้าว หลังกินเสร็จก็บอกลูกเลี้ยงว่าให้ปิดไฟ โดยที่ถือมีดดาบในมืออยู่ด้วย ต่อมาสามีก็เข้าไปในห้อง ตนก็ได้ห้ามว่าอย่าถือดาบ เอามาให้ตน แต่สามีก็ไม่ให้ สามีก็เลยฟันลูกเลี้ยง ตนก็นั่งกอดขาสามีวอนว่าอย่าทำ โน้นก็ลูกนี่ก็แฟน แต่ปรากฏว่ามีเลือดไหลมาใส่ตัวตน ตนก็นึกว่าสามีฟันตน แต่ลูกกลับบอกว่าฟันลูกแล้ว สามียังกลับพูดอีกว่าจะฟันให้ตาย ลูกเลี้ยงก็เลยยิงใส่พ่อเลี้ยงทันที ที่ผ่านมาทั้งคู่ทะเลาะมีปากเสียงกันทุกคืนในเรื่องที่เปิดปิดไฟ ที่สามีพยายามให้ลูกเลี้ยงปิดไฟก่อนที่สามีจะนอน และบ่นว่าอย่าเปิดเปลืองไฟ

จากการพลิกแฟ้มประวัติคดีอาญาพบว่า นายกริชษฎา เคยถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด เมื่อปี 2565 โดยจำคุกได้ประมาณ 7 เดือน และพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2565 หรือประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น และ พ.ร.บ.อาวุธปืน และควบคุมตัวเตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...