โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย - นั่นแหละ Fake News โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ส.ค. 2566 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2566 เวลา 10.10 น.
วัดพนัญเชิง สมัยอโยธยา (สร้างก่อนมีกรุงศรีอยุธยา) บริเวณเมืองอโยธยา (ต้นกำเนิดประเทศไทย) ที่เก่าแก่กว่าเมืองสุโขทัย แต่ถูกด้อยค่าจากชนชั้นนำไทย เพื่อให้สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ซึ่งเป็นเฟกนิวส์

เยาวชนคนรุ่นใหม่มีปัญหาทางความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของไทย ดังนี้ (1.) ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องแท้จริง และ (2.) รู้แต่เฟกนิวส์

เหล่านี้เป็นความเห็นของนักประวัติศาสตร์อาวุโส จะคัดจากข่าวที่พบในสื่อโซเชียล ดังนี้

“ประวัติศาสตร์ทำให้คนไทยเกิดความสำนึกรู้รักกตัญญูในแผ่นดินเกิด

การรู้จักกตัญญูในแผ่นดินเกิดก็จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่าต้องทำให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง

ไม่ใช่มาทำกิจกรรมแบบเยาวชนบางส่วนที่ทำให้รู้สึกว่ามันน่าเศร้าใจ เพราะเขาไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องแท้จริง”

“คนรุ่นใหม่บางพวกรู้แต่ Fake News แล้วตีความด้านเดียว”

ในเนื้อข่าวไม่ได้บอกว่า “ประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องแท้จริง” เป็นอย่างไร? และประวัติศาสตร์ “เฟกนิวส์” เป็นแบบไหน?

แท้จริงแล้วประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องเรื่องความถูกต้อง หรือใกล้เคียงความถูกต้องเสมอมา เช่น คนไทยเป็นใคร? มาจากไหน? เป็นต้น

แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เคยชี้แจงอธิบาย หรือปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี มีแต่ควบคุมบังคับถึงขั้นขู่เข็ญให้เชื่อตามตำรา “แห่งชาติ” ใครไม่เชื่อถูกใส่ร้ายไม่รักชาติ ไม่รักศาสนา และไม่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์

ครั้นนักค้นคว้านักวิชาการรุ่นใหม่เสนอข้อมูลหลักฐานใหม่ แต่ชนชั้นนำและนักวิชาการกระแสหลักไม่รับรู้ และไม่มีหลักฐานหักล้าง

เยาวชนรุ่นใหม่รู้ข้อมูลหลากหลาย แล้วตัดสินใจเชื่อถือข้อมูลใหม่ แนวคิดใหม่ ซึ่งตรงข้ามกับประวัติศาสตร์กระแสหลัก บรรดานักประวัติศาสตร์อาวุโสไม่พอใจ พากันกล่าวร้ายป้ายสีเยาวชนคนรุ่นใหม่ตามที่ยกมา

นักประวัติศาสตร์อาวุโสกับเยาวชนคนรุ่นใหม่มีประวัติศาสตร์คนละสำนวน มีข้อมูลคนละอย่าง และมีแนวคิดคนละชนิด ที่นักประวัติศาสตร์อาวุโสควรพิจารณาว่าในโลกนี้ไม่มีประวัติศาสตร์ถูกต้องแท้จริง แม้พระไตรปิฎกยังต้องสังคายนาหลายครั้ง

จะยกกรณีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

(1.) ประวัติศาสตร์กระแสหลักใส่ร้ายการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ว่าคณะราษฎร “ชิงสุกก่อนห่าม”

แต่นักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่พบหลักฐานในหอสมุดแห่งชาติและจากท้องถิ่นทั่วไทยว่าราษฎรจำนวนไม่น้อยเรียกร้องการปกครองแบบประชาธิปไตยมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ดังนั้นหลัง 24 มิถุนายน 2475 จึงแสดงความชื่นชอบด้วยการสร้างอนุสรณ์สถานรูปแบบต่างๆ จำนวนไม่น้อย เป็นพยานแสดงว่า “ห่าม” มานานแล้ว แต่ถูกกดทับไม่ให้ “สุก”

(2.) “สุโขทัยราชธานีแห่งแรกของไทย” อยู่ในประวัติศาสตร์กระแสหลัก ซึ่งไม่มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุน

นักประวัติศาสตร์โบราณคดีรุ่นใหม่ซึ่งตรงข้ามกระแสหลัก พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีหนักแน่นว่าอโยธยามีความเป็นมาเก่าแก่กว่าสุโขทัย และอโยธยาอุดหนุนผลักดันให้เกิดสุโขทัยเป็นเครือข่ายทางการเมืองและการค้า

แต่เรื่องนี้ถูกรัฐราชการรวมศูนย์กดทับ-ด้อยค่าอโยธยา เพราะต้องการให้สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก

(3.) ประวัติศาสตร์กระแสหลักบอกว่าพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย แผ่อำนาจควบคุมตลอดแหลมมลายู และรวมทั้งรัฐปัตตานี ซึ่งไม่มีหลักฐานวิชาการรองรับ

การค้นคว้าของนักโบราณคดีและประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ พบว่าสุโขทัยเป็นรัฐขนาดเล็กที่มีดินแดนทางทิศใต้สุดแค่เมืองพระบาง (จ.นครสวรรค์) ต่ำจากนั้นเป็นดินแดนในอำนาจของรัฐละโว้, รัฐสุพรรณภูมิ ส่วนบริเวณแหลมมลายูเป็นดินแดนของรัฐปัตตานีกับรัฐไทรบุรี

หลังจากนั้นอีกนานมาก รัฐปัตตานีถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามเมื่อกรุงเทพฯ แผ่นดิน ร.1 ยกทัพลงไปตีได้ปัตตานี

(4.) ประวัติศาสตร์กระแสหลักบอกว่ากรุงศรีอยุธยาแตก พ.ศ. 2310 เพราะ “คนไทยขาดความสามัคคี”

นักประวัติศาสตร์ฝ่ายตรงข้ามกระแสหลัก พบว่ากรุงศรีอยุธยาแตก พ.ศ. 2310 เพราะความล่มสลายของระบบราชการ (ก่อนเสียกรุง) ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของชนชั้นนำสมัยนั้น

(5.) นักประวัติศาสตร์กระแสหลักสถาปนามาตรฐานการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีว่าหลักฐานชั้นต้น หรือหลักฐานปฐมภูมิเป็นสิ่งสำคัญมาก เรียก Primary source เชื่อถือได้อย่างยิ่ง ส่วนหลักฐานอื่นๆ ก็ได้รับความเชื่อถือรองลงไป

นักประวัติศาสตร์โบราณคดีกลุ่มตรงข้ามเห็นว่าหลักฐานทุกประเภทต้อง “ตรวจสอบ” และ “ประเมินค่า” ก่อนใช้งานเหมือนกันทั้งหมด ไม่ยกเว้นไม่ว่าปฐมภูมิ, ทุติยภูมิ, ตติยภูมิ

ประวัติศาสตร์กระแสหลักบอกว่าศิลาจารึกเป็นหลักฐานชั้นต้น หรือปฐมภูมิที่เชื่อถือได้อย่างไม่สงสัย

แต่นักประวัติศาสตร์โบราณคดีกลุ่มตรงข้าม เห็นว่าจารึกเป็นงานของราชการเพื่อสรรเสริญผู้สั่งให้ทำจารึก (เหมือนข่าวกรมประชาสัมพันธ์) เชื่อถือทั้งหมดไม่ได้

จารึกพ่อขุนรามคำแหงสมัยสุโขทัย พบพิรุธจำนวนมากที่เป็นพยานว่าทำสมัยรัตนโกสินทร์ แผ่นดิน ร.3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...