โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธรรมนัสขีดเส้น 10 วัน สรุปปัญหายางพาราเถื่อน ราคาในประเทศตกต่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ย 2566 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 07.52 น.

“ธรรมนัส” รมว.เกษตรฯสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามยางพาราเถื่อน 10 วันเร่งสรุปผลรายงานกลับมาที่กระทรวง เร่งหาทางแก้ไข พร้อมย้ำกรมวิชาการเกษตร ต่อยอดผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ให้เกษตรกรนำไปใช้ได้จริง เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่สากล

วันที่ 20 กันยายน 2566 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิด “งานแถลงผลงานกรมวิชาการเกษตร 2566 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี กรมวิชาการเกษตร” ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการวิจัย มุ่งสู่เศรษฐกิจใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ว่า ตนได้สั่งให้หน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ติดตามปัญหาการลักลอบนำเข้ายางพาราจากต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ถึงปริมาณและผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมไปถึงแนวทางการแก้ปัญหาโดยให้เวลา 10 วันในการติดตามสรุปผล ข้อเท็จจริงทั้งหมดมาเสนอกระทรวง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

โดยต้องยอมรับว่าปัญหาการลักลอบนำเข้ายางพาราตามชายแดน ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับยางพาราในประเทศให้มีราคาที่ตกต่ำ เนื่องจากว่าราคายางพาราในต่างประเทศถูกกว่าราคายางพาราในไทย และการลักลอบนำเข้ามาส่วนใหญ่นำเข้ามาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ทั้งนี้ ตนจะมีการหารือกับผู้ประกอบการที่ใช้ยางพารา เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า โดยจะขอความร่วมมือให้ใช้ยางพาราภายในประเทศ โดยจะมีการหารือกันในเร็ว ๆ นี้ พร้อมทั้งยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น ว่ามีการลักลอบนำเข้าในแต่ละปีปริมาณเท่าไร สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางต่อไป

ปรับมิสเตอร์เกษตร

สำหรับการพิจารณามิสเตอร์เกษตร ตนได้หารือกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการพิจารณาและทบทวนเพื่อสรุปมิสเตอร์เกษตร โดยคาดว่าในต้นเดือนตุลาคม 2566 จะมีความชัดเจน ซึ่งมิสเตอร์เกษตรจะรวมไปถึงพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องด้วย

ส่วนงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากชุดก่อน ที่ผ่านมาประมาณ 2,500 ล้านบาท ที่ใช้ในงานพืชสวนโลก กรมวิชาการฯได้รับจัดสรร 130 ล้านบาท สำหรับเตรียมภาคเกษตร ใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน เบื้องต้นอาจจะมีการพิจารณานำงบประมาณไปปรับปรุงพืชสวนโลกที่เชียงใหม่และอุดรธานี ส่วนจะมีการใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาและพิจารณาให้อย่างรอบคอบ เป้าหมายเพื่อที่จะปรับปรุงพืชสวน เพื่อก่อประโยชน์และสร้างรายได้สูงสุด

เน้นวิจัยไปใช้ได้จริง

ตนได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นหน่วยงานนำทางในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยในยุคที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จึงเน้นย้ำให้นำผลงานวิชาการที่กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาขึ้น ในฐานะผู้นำในการพัฒนาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปต่อยอด ใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง สร้างคุณค่าให้กับองค์กรให้เติบโต เข้มแข็งขึ้น ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับการพัฒนาการเกษตรของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ และยั่งยืนต่อไป

“กรมวิชาการเกษตรถือว่าเป็นหน่วยงานสำคัญ ที่ทำการศึกษาทั้งในเรื่องของสภาพอากาศ โรคในพืชพันธุ์ พร้อมกับงานวิจัย แนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งงานนั้นจะต้องนำไปใช้ได้จริง ตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และมอบหมายว่างานวิจัย ต้องสามารถนำไปใช้ได้ประโยชน์กับทุกหน่วยงานและเกษตรกร สำหรับงบประมาณของกรมวิชาการเกษตร ที่ได้จัดสรร 130 ล้านบาท ยังมองว่าน่าเป็นห่วงยังไม่เพียงพอ

ดังนั้น เห็นว่าจำเป็นอาจจะต้องมีการปรับโครงสร้าง เพื่อเพิ่มงบประมาณเข้ามาช่วยในงานวิจัยให้มากขึ้น แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการของบประมาณเพิ่มแน่นอน อาจจะต้องมีการจัดสรรจากงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากงบฯเดิม ส่วนจะดำเนินการอย่างไรก็ขอไปศึกษาก่อน”

ด้านนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้จัดเวทีการเสวนา “การขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม แบบมุ่งเป้าสู่การใช้ประโยชน์ทุกมิติ” พร้อมทั้งนิทรรศการงานวิจัย นวัตกรรม องค์ความรู้ของกรมวิชาการเกษตร

อาทิ รู้ทัน รู้จริง การผลิตทุเรียนคุณภาพ เพื่อการส่งออก, นวัตกรรมพืชสวนพันธุ์ดี, วิจัยและพัฒนาข้าวโพด เพื่อการผลิตที่ตอบสนองต่อภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคในประเทศ, พืชตระกูลถั่วเพื่อความมั่นคงทางอาหาร, การพัฒนาพืชอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร,

โครงการวิจัยและพัฒนาพืชสกุลกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม, การขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิต กับการสร้างรายได้สู่เกษตรกร เป็นต้น จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าชมงานได้ตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ระหว่างกรมวิซาการเกษตร กับ หน่วยงานภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งมอบรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปี 2565 รางวัลโครงการพระราชดำริ และโครงการพิเศษดีเด่น ประจำปี 2566 รางวัลนักวิจัยดีเด่นรุ่นอาวุโส และรางวัลนักวิจัยดีเด่นรุ่นเยาว์ ประจำปี 2566 และมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สร้างคุณูปการแก่กรมวิชาการเกษตรอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...