โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[อ่านฟรีวันละตอน] หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 08.20 น. • enjoybook
หลังจากอยู่บนภูเขามานานนับปี แต่ทันทีที่เห็นภาพลูกสาวผู้น่ารักที่เกิดกับภรรยาที่พรากจากกันไป ใจของเขาก็ละลายจนอยากทำหน้าที่ ‘ป๊ะป๋า’ ขึ้นมา!

ข้อมูลเบื้องต้น

หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า [超级奶爸]
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
เผยแพร่ครั้งแรกใน SHANGHAI SEVENCAT CULTURE MEDIA CO., LTD.
การแปลนี้จัดร่วมกับ SHANGHAI SEVENCAT CULTURE MEDIA CO., LTD.
ลิขสิทธิ์แปลไทย ⓒ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็นจอยบุ๊ค
---------------------------------------
นิยายแปลเรื่อง หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า [超级奶爸]
ผู้แต่ง : 火娃娃 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook

จำนวน 2214 ตอนจบ

เรื่องย่อ:
โจวอี้ ชายหนุ่มอัจฉริยะแพทย์แผนจีนและอาศัยอยู่บนภูเขาชางหลางมานานตัดสินใจลงจากเขาทันทีที่รู้ว่าตัวเองมีลูกสาวตัวน้อยน่ารักกับศรีภรรยาคนสวย แต่เมื่อพบกับทั้งภรรยาและลูกแล้ว ดูเหมือนภรรยาจะไม่ต้อนรับเขาสักเท่าไหร่เนี่ยซิ!
นอกจากนี้ เขายังได้ค้นพบว่าการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มันช่างต่างกับอยู่บนภูเขานัก แต่โจวอี้ก็ไม่ยอมแพ้ เขาจะใช้สารพัดวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดจากสุดยอดปรมาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนจีน การวาดภาพและเขียนพู่กันมาสร้างความมั่งคั่ง และทำให้ภรรยาของเขาและลูกยอมรับและภูมิใจให้ได้!!
โจวอี้จะทำสำเร็จหรือไม่? โปรดติดตามได้ใน หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า ทาง EnjoyBook!

**อ่านฟรีทุกวัน วันละ 1 ตอน**

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

บทที่ 1 ลงจากเขาไปหาลูกสาว (รีไรท์)

บทที่ 1 ลงจากเขาไปหาลูกสาว (รีไรท์)
สายลมหนาวพัดผ่าน หิมะโปรยปรายไปทั่วท้องฟ้า
ร่มกระดาษน้ำมันสีเหลืองคันโทรมปรากฏขึ้นที่หน้าประตูโรงเรียนอนุบาลนานาชาติเหิงปินในเมืองจินหลิง ผู้ถือร่มเป็นชายหนุ่มผมยาวยุ่งเหยิงคิ้วทรงดาบ
เขามีรูปร่างทั้งสูงและผอมเพรียว สวมชุดเสื้อคลุมจีนโบราณ ถือไม้เท้ามังกรสีทองแดงอยู่ในมือ ทั้งยังสะพายเป้ใบใหญ่
ริมฝีปากได้รูปกำลังคลี่ยิ้ม
เมื่อมองไปที่ป้าย ‘โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเหิงปิน’ ฟันขาวสะอาดของเขาเผยประกายเล็กน้อยภายใต้รอยยิ้มสดใส
“สหาย ความสงบคือสิ่งสำคัญที่สุด ทำไมคุณถึงต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ?” โจวอี้ถอนสายตาพลางเหลือบมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งทั้งสี่ซึ่งขดตัวอยู่ในหิมะรอบตัวเขา ชายหนุ่มเก็บเข็มเงินสองเล่มที่เหลืออย่างเงียบเชียบ
เขาออกจากภูเขาชางหลางที่อยู่อาศัยมานานถึง 22 ปี
นี่เป็นการเดินทางที่แสนยาวนาน…
เขามาที่นี่เพื่อตามหาลูกสาว

แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่เคยเห็นลูกสาวของตัวเองมาก่อน แต่เมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับเธอเมื่อสองสามวันก่อนและได้รูปถ่ายของเธอมา รอยยิ้มอ่อนโยนและสดใสของเธอก็หลอมละลายหัวใจของเขาได้ในพริบตา
“ผมจะถามคุณอีกครั้ง ลูกสาวของผมเรียนอยู่ที่นี่หรือเปล่า?” โจวอี้ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่กลับหยิบเข็มอีกเล่มออกมา

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสี่ถึงกับตัวสั่นสะท้านเมื่อเห็นเข็ม
เข็มเงินสองสามเล่มสามารถแสดงทักษะอันโหดร้ายราวกับปีศาจได้อย่างไร?
แม้ว่าการถูกทิ่มแทงจะเจ็บปวด แต่ก็คงจะน่าสยดสยองมากกว่าหากสูญเสียการควบคุมร่างกาย!
ยามนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เกษียณจากกองทัพทหารทำได้เพียงนอนแน่นิ่งหมดสภาพอยู่ในหิมะ เขาเงยหน้าขึ้นแล้วถามด้วยรอยยิ้มขมขื่น “เราไม่รู้หนิว่าลูกสาวคุณเป็นใคร แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเรียนที่นี่รึเปล่า”
เมื่อได้ยินแบบนี้ โจวอี้ก็พลันตบหัวตัวเอง
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหุบลง เขาเอ่ยขอโทษทันที “ผมขอโทษจริง ๆ อาจารย์ของผมมักจะบอกว่าผมเป็นคนฉลาดแต่ก็มึน ๆ อยู่บ้าง เขาก็เลยยอมรับผมเป็นลูกศิษย์ของเขา ผมคิดว่าประโยคนี้ค่อนข้างเหมาะที่จะอธิบายตัวตนของผมนะ”
ขณะที่เขาพูดก็กระแอมในลำคอ จากนั้นเปลี่ยนท่าทางให้ดูเคร่งขรึมลงเล็กน้อย แต่คำพูดยังแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอันแรงกล้า “ลูกสาวของผมชื่อว่า ถังเหมียวเหมี่ยว”
“อะไรนะ?!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาวุโสตกตะลึง สีหน้าพลันครึ้มลง
ถังเหมียวเหมี่ยว?!
ลูกสาว?!
ชายคนนี้กำลังล้อเล่นหรือเปล่า?! หรือว่าสมองของเขาจะกระทบกระเทือน?!
ทุกคนในโรงเรียนอนุบาลนานาชาติแห่งนี้รู้ว่าถังเหมียวเหมี่ยวเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของดาราดังอย่าง ‘ถังหว่าน’

เธอเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยที่ทุกคนชื่นชอบที่สุดในโรงเรียน!
โจวอี้ส่ายเข็มเงินตรงหน้าแล้วถามเคล้ารอยยิ้มว่า “หูหนวกหรือเปล่าครับ? งั้นไม่เป็นไร ผมเป็นแพทย์แผนจีน การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาหูที่ดีที่สุดเลยนะครับ”
“อ่า ใช่ครับ! ใช่ครับ! ถังเหมียวเหมี่ยวเป็นนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลของเราเอง”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกคนตะโกนตอบด้วยความตกใจ
“โอ้เยี่ยม! ผมมาถูกที่แล้ว”
โจวอี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ทันใดนั้นก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก จึงหันกลับมาหยิบกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ขณะเดินเข้าไปข้างในก็พึมพำเสียงเบาว่า “เราอาจทำกระเป๋าหายได้ แต่จะลืมของขวัญที่เอามาให้ลูกสาวไม่ได้ ถุงนี่เต็มไปด้วยความรักของพ่อ…”
“เสี่ยวหลี่ โทร เอ่อ…แจ้งตำรวจ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาวุโสกระซิบบอก
โรงเรียนเอกชนแห่งนี้ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่ นอกจากอาคารสี่ชั้นแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิงทุกประเภทล้วนครบครัน
หลังจากโจวอี้เข้ามาก็เห็นเด็ก ๆ หลายคนใบหน้ายิ้มแย้มวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน และเด็ก ๆ หลายคนก็ออกกำลังกายและเต้นตามการนำของคุณครู
“กฎข้อที่ 3 ในการออกจากภูเขาของตระกูลโจว ‘จงอ้าปากถามถ้าไม่รู้’”
“กฎข้อที่ 4 ในการออกจากภูเขาของตระกูลโจว ‘เมื่อคุณสื่อสารกับผู้อื่น คุณควรยิ้มก่อน แล้วค่อยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ และแสร้งทำเหมือนว่าเป็นคนใจดี’”
โจวอี้ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามองหาครูคนหนึ่ง และในที่สุดก็จับจ้องไปที่ครูสาวคนหนึ่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นก็เดินไปหาเธอ
“สวัสดีครับ คุณครูคนสวย ผมเป็นผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่ง ขอถามอะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหมครับ?”
“สวัสดีค่ะ สวัสดี…” ฉู่ซือซือหันกลับมาเห็นใบหน้าของโจวอี้ หัวใจของเธอพลันเต้นเร็วขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาช่างทำให้เขาดูหล่อเหลาและหวานละมุน
เดี๋ยวนะ!
เขาพูดว่าอะไรนะ?
เขาเป็นผู้ปกครองเด็กงั้นเหรอ?!
แต่งงานแล้ว?!
ฉู่ซือซือไม่รู้ว่าหมูตัวดีตัวนี้ถูกล่อลวงด้วยกะหล่ำปลีชนิดใด และในขณะที่รู้สึกสับสนเล็กน้อย เธอก็ยังถามออกไปว่า “เกิดอะไรขึ้น? คุณช่วยพูดใหม่อีกครั้งได้ไหมคะ?”
“ผมเป็นพ่อของถังเหมียวเหมี่ยว คุณช่วยบอกผมได้ไหมว่าเธออยู่ที่ไหน?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ที่ด้านในสุดของชั้นสองของอาคารนั้น เป็นชั้นเรียนของถังเหมียวเหมี่ยวค่ะ!” ฉู่ซือซือชี้บอกทาง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีที่เธอพูดจบ
พ่อของถังเหมียวเหมี่ยวเหรอ?
ถังเหมียวเหมี่ยวมาจากครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เหรอ?
แล้วพ่อคนนี้มาจากไหน?
ฉู่ซือซือจ้องไปที่โจวอี้ด้วยดวงตาเบิกกว้าง พยายามค้นหาว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือไม่

“คุณผู้หญิง ขอบคุณนะครับ!” แววตาของโจวอี้เปล่งประกาย เขาพุ่งไปที่บันไดด้วยความเร็วสูง
ปัง…!
ประตูห้องเรียนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของโจวอี้ เมื่อเขาเห็นว่ามีเพียงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ บอบบางนั่งอยู่ในแถวที่สองของห้องเรียนและกำลังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ หัวใจของเขาก็พลันบีบรัด

นี่คือเธอ!
เธอเป็นลูกสาวของเขา!
เหมือนมาก!
ร่างกายของโจวอี้สั่นเทาเล็กน้อย สายตาของเขาดูเหมือนจะถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็ก จับจ้องมองไปที่ลูกสาวซึ่งเกือบจะเหมือนกับในภาพที่ได้มา ลำคอของเขาถึงกับตีบตัน ริมฝีปากของเขาเผยอออก แม้ว่าเขาจะเตรียมใจมาแล้วนับพันครั้ง แต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ในเวลานี้
“คุณเป็นใครคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวเงยหน้ามาถามเขา
“เหมียวเหมี่ยว พ่อคือพ่อของหนูไง” โจวอี้เดินไปหาถังเหมียวเหมี่ยวทีละก้าว เขาวางร่มและกระเป๋าเป้ลงแล้วย่อตัวนั่งลงช้า ๆ
นี่คือลูกสาวของฉัน!
เธอดูเหมือนเขา แต่เหมือนแม่ของเธอมากกว่า เป็นเด็กหญิงที่มีใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตา
“คุณโกหก พ่อของหนูเรียนอยู่บนภูเขา เขาจะไม่มาหาเหมียวเหมี่ยวจนกว่าหนูจะโต” ถังเหมียวเหมี่ยวขมวดคิ้วพลางส่ายหัว
“เหมียวเหมี่ยว พ่อเรียนรู้ทักษะล่วงหน้าก็เลยมาพบลูกเร็วขึ้น ให้พ่อกอดหน่อยได้ไหม?” โจวอี้ถามอย่างมีความหวัง
“คุณเป็นพ่อของหนูจริง ๆ เหรอคะ? คุณจะพิสูจน์ได้ยังไง?” ถังเหมียวเหมี่ยวถามอย่างไร้เดียงสา
“พ่อมีรูปถ่ายของลูก แม่ของลูกชื่อถังหว่าน อ้อ พ่อมีบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านด้วย พ่อจะโชว์ให้หนูดู” โจวอี้ดึงเอกสารออกมาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาแล้วยื่นให้ถังเหมียวเหมี่ยว
“คุณชื่อโจวอี้? ถ้าคุณเป็นพ่อของหนู งั้นทำไมแซ่ของหนูคือถัง แล้วแซ่ของคุณคือโจว?” ถังเหมียวเหมี่ยวเอียงศีรษะถามด้วยความสงสัย
“เพราะหนูใช้แซ่ของแม่ และเมื่อพ่อเจอลูกแล้ว พ่อจะให้ลูกใช้แซ่ของพ่อ… ไม่สิ ลูกควรใช้แซ่ของพ่ออยู่แล้วเนอะ” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“จริงเหรอคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว นี่เป็นความจริง” โจวอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
ถังเหมียวเหมี่ยวหัวเราะคิกคัก แม้ว่าเสียงของเธอจะฟังดูอู้อี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นหวัด แต่เธอก็มีความสุขมาก เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณลุง หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ อย่ามาโกหกหนู!”

โจวอี้พูดไม่ออก ปรากฏว่าคำอธิบายของเขาไร้ประโยชน์เสียแล้ว
ในเวลานี้เอง ครูใหญ่ของโรงเรียนอนุบาลได้ทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถูกคนทำร้ายพร้อมกับบุกเข้ามาในโรงเรียน ทั้งยังต้องการจะพบกับถังเหมียวเหมี่ยว
ดังนั้น ในขณะที่เธอเร่งจัดเตรียมครูผู้ชายราว ๆ หกถึงเจ็ดคน เธอก็กดต่อสายหาดาราชื่อดังอย่างถังหว่าน

บทที่ 2 ช่วยชีวิต (รีไรท์)

บทที่ 2 ช่วยชีวิต (รีไรท์)

ณ อาคารหมิงติ้ง
ภายในห้องรับรองของเม่ยอิงเอนเตอร์เทนเมนต์

ถังหว่าน เจ้าของใบหน้างดงามกำลังเผยสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย ชุดสูทเข้ารูปดูจะไม่สามารถซ่อนสัดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบของเธอได้

“พี่หว่าน คุณเว่ยไม่ยินดีที่จะช่วยเขียนเพลง งั้นเราหาคนอื่นดีไหมคะ?” ซุนเหมิง ผู้ช่วยตัวน้อยถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

"ฉันคงต้องหาคนอื่นเท่านั้นแหละ"

ถังหว่านถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ ราวกับว่าเธอหมดความสนใจต่อภาพหิมะตกที่คนทั้งโลกชื่นชอบแล้ว

เว่ยซินหมินเป็นนักแต่งแนวหน้าของประเทศ ทั้งยังเป็นปรมาจารย์ด้านดนตรีที่นักร้องนับไม่ถ้วนต่างให้ความเคารพนับถือ ลือกันว่าใครก็ตามที่ได้เพลงใหม่ของอาจารย์เว่ยไปจะต้องดังเป็นพลุแตกแน่นอน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถังหว่านกลายเป็นนักร้องที่ขึ้นอยู่ไปแนวหน้าของประเทศด้วยเพลงฮิตมากมาย

น่าเสียดายที่เธอไม่ได้ออกเพลงใหม่ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ชื่อเสียงของเธอลดลงเล็กน้อย ตรงกันข้าม คู่แข่งคนอื่นในบริษัทกลับปล่อยเพลงคุณภาพดีออกมาสองเพลงติดต่อกัน ทำให้พวกเขาแซงหน้าเธอไปแล้ว ทั้งยังได้รับทรัพยากรดี ๆ จากบริษัทมากยิ่งขึ้น

ติ๊ง!

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูหมายเลขที่แสดงบน ID ผู้โทร และพบว่าเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนที่ลูกสาวกำลังศึกษาอยู่

“สวัสดีค่ะคุณหลี่ ฉันถังหว่าน เหมียวเหมี่ยวกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?”

“คุณถัง คุณพอจะรีบมาที่โรงเรียนได้ไหม? มี…คนบ้ามาอ้างว่าเป็นพ่อของเหมียวเหมี่ยว ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนเราบาดเจ็บเท่านั้นนะ แต่เขายังไปที่ห้องเรียนของเหมียวเหมี่ยวด้วย ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนมากค่ะ” อาจารย์หลี่กล่าวอย่างเร่งรีบ

คนบ้า?

ใครกันที่กล้ามาอ้างว่าเป็นพ่อของเหมียวเหมี่ยว?

ถังหว่านรู้สึกตกใจทันทีที่ได้ยิน เธอหันหลังและรีบออกจากห้องรับรองไป

จะใช่เขาหรือเปล่า?

แต่มันเป็นไปไม่ได้!

คนคนนั้นอ้างเองว่านอกภูเขานั้นมีอันตรายอยู่มาก และเขาขอตายอยู่ในภูเขาชางหลางเสียดีกว่า มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนคนนั้นจะลงมาจากภูเขา ถ้าอย่างนั้นแล้ว คนบ้าที่อาจารย์หลี่ว่ามานั้นเป็นใครกัน? เขาต้องการทำอะไรกับลูกสาวของเธอ?

ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเหิงปิน

ภายในห้องเรียน โจวอี้หยิบขวดกระเบื้องเคลือบออกจากกระเป๋า ก่อนจะเทยาเม็ดสีขาวขุ่นออกมายื่นให้ลูกสาวของเขาแล้วพูดว่า "เหมียวเหมี่ยวเป็นหวัดมานานหรือยังลูก? พ่อมีน้ำตาลก้อนด้วยนะ ลองกินดูสิ รสชาติไม่แย่เสียทีเดียว"

“น้ำตาลแก้หวัดได้เหรอคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวไม่เชื่อ

“นี่คือขนมที่พ่อทำขึ้นเอง มันเรียกว่า 'ขนมรักษาโรค' ถ้ากินหนึ่งเม็ดก็สามารถทำให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงได้” ใบหน้าของโจวอี้เผยรอยยิ้มจริงใจออกมา รอยยิ้มนั้นอบอุ่นราวกับแสงแดดยามเช้า

“คุณลุงทำขนมยังไงเหรอคะ?” คำถามของถังเหมียวเหมี่ยวทำให้ดวงตาของเขาทอประกายระยิบระยับ ขณะที่เด็กหญิงหยิบเม็ดยาในมือของคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

"พ่อ…"

คำพูดของโจวอี้ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดประตู

เฉินเยว่ฉิน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเป็นผู้ที่วิ่งเข้ามาในห้องเรียนคนแรก ตามมาด้วยครูและเด็ก ๆ ในโรงเรียนอนุบาลอีกหลายสิบคน แต่ละคนถือไม้กวาด ไม้ถูพื้น และ ‘อาวุธ’ อื่น ๆ มาด้วย

“เหมียวเหมี่ยว อย่ากินมันนะ มันมีพิษ!” เฉินเยว่ฉินตะโกนลั่น

พิษ?

โจวอี้มองเฉินเยว่ฉินราวกับมองคนโง่คนหนึ่ง

นี่คือ ‘ยาบำรุง’ ที่เขาทำขึ้นเอง ใช้เวลาสามวันสามคืนในการสกัดจากยาสมุนไพรจีนอันล้ำค่า 36 ชนิด แต่ละเม็ดมีค่าและสามารถรักษาโรคทุกชนิด

โจวอี้หันกลับมาคว้าเม็ดยาในมือลูกสาวของเขา และทันทีที่เธออ้าปาก เขาก็โยนมันเข้าไปในปากของลูกสาวด้วยความแม่นยำ

ยาบำรุงสุขภาพซึ่งอยู่ในรูปเม็ดยาจีนโบราณพลันละลายในปากของเด็กหญิงตัวน้อย ทั้งยังมีกลิ่นหอมและรสหวานให้ได้กลิ่น

ลำคอของถังเหมียวเหมี่ยวขยับเล็กน้อย และเม็ดยาที่ค่อย ๆ ละลายก็ถูกเธอกลืนลงไป

“อ๊า! เหมียวเหมี่ยว…”

เฉินเยว่ฉินกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เธอรีบวิ่งไปอยู่ตรงหน้าถังเหมียวเหมี่ยวโดยไม่สนใจคำขู่ของโจวอี้ แล้วดึงเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะพูดว่า "ถุยออกมา คายมันออกมาเร็ว!”

"กลืนลงไปเรียบร้อยแล้วค่ะ!"

ถังเหมียวเหมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ และเลียริมฝีปากด้วยลิ้นเล็ก ๆ ของเธอ

มันทั้งหวานและอร่อยกว่าคิด

เฉินเยว่ฉินใจกระตุกอย่างรุนแรง เธอเอามือทาบอกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะตะโกนใส่โจวอี้ด้วยความไม่พอใจ

"คุณให้อะไรเหมียวเหมี่ยวกิน ไอ้สารเลว เธอยังเด็กอยู่นะ!"

ชายหนุ่มมองท่าทางโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่าย รู้สึกละอายใจขึ้นมาในทันใด

เป็นเพราะเขาเข้าใจโลก และเห็นได้ชัดว่าหญิงวัยกลางคนคนนี้เป็นห่วงลูกสาวเขา

แล้วยังร่างกายของเธอนั่นอีก…

“อาจารย์ท่านนี้ คุณกำลังป่วยอยู่ อย่าโกรธไปเลยครับ ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายลูกสาวของผมนะ” โจวอี้กล่าว

“นี่คุณ!…”

เฉินเยว่ฉินอยากจะด่าอีกฝ่าย แต่หัวใจของเธอเริ่มบีบแน่น และการหายใจก็เริ่มลำบากมากขึ้น

เธอล้มลงกับพื้นโดยที่ยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ

"ผู้อำนวยการ!…"

“แย่แล้ว ผู้อำนวยการตายเพราะคำพูดของชายคนนี้!”

“อย่าพูดเหลวไหลนะ อาจารย์ใหญ่เป็นโรคหัวใจ ช่วยกันค้นกระเป๋าว่ามียาแก้อาการหัวใจวายเฉียบพลันไหม!?”

กลุ่มครูชายหญิงรีบวิ่งเข้าไปหาเฉินเยว่ฉิน ก่อนจะพบว่าไม่มียาดังกล่าว

“โทร 120 เร็ว!” มีคนแนะนำขึ้นมา

“ใช่ ๆ 120!”

โจวอี้มองคนเหล่านี้ด้วยความแปลกใจ

ท่ามกลางความอลหม่านของพวกเขา ชายหนุ่มชี้ไปที่เฉินเยว่ฉินและถามว่า "เธอเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลของคุณงั้นเหรอ? เธอเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงสุดและมีเกียรติมากที่สุดใช่หรือเปล่า?"

“ใช่ เธอนั่นแหละ” ครูชายคนหนึ่งจ้องไปที่โจวอี้ด้วยความโกรธจัด

ดวงตาของโจวอี้วาววับราวกับว่าได้เห็นสมบัติล้ำค่า

เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หลีกทาง ผมเป็นหมอจีน ผมจะรักษาเธอเอง”

“อย่ามาตลก ทั้งหมดเป็นเพราะคุณทั้งนั้น อาจารย์เฉินถึงได้…”

“หุบปากแล้วออกไปซะ” โจวอี้ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ คว้าคอเสื้อของครูชายสองคนแล้วโยนไปที่ประตูห้องเรียน

เพียงแค่โบกแขนอีกครั้ง คนอื่น ๆ ก็ถอยออกไป

วินาทีถัดมา เขารีบเอากล่องไม้และหยิบเข็มเงินออกมา แม้ว่าเธอจะสวมเสื้อผ้า แต่เขายังคงแทงจุดฝังเข็มลงบนร่างของเฉินเยว่ฉินอย่างแม่นยำ

จากนั้นก็หยิบยาออกมาอีกครั้ง แม้จะลังเลเล็กน้อย แต่เขาก็ใส่มันเข้าไปในปากของเฉินเยว่ฉิน พลางพึมพำว่า "ลูกสาวของฉันยังต้องเรียนที่นี่ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเป็นอันตราย ยานี้ก็ไม่ควรเสียเปล่า!"

โจวอี้กดนิ้วลงบนจุดฝังเข็มของเฉินเยว่ฉิน และถูเบา ๆ ห้าวินาที จากนั้นเขาก็หยิบเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกมา แล้วแทงเข้าไปในจุดฝังเข็มนั้นอีกครั้ง

บิด ยก และแทง

หลังจากทำซ้ำสามครั้ง เขาก็รีบดึงเข็มเงินทั้งหมดที่ปักร่างกายของเฉินเยว่ฉินออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กดกระตุ้นจุดดังกล่าวให้

ครู่ต่อมา เฉินเยว่ฉินก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา

สายตาของเธอเริ่มกลับมาโฟกัสภาพ จากนั้นก็ยันแขนลุกขึ้นนั่ง

หัวใจไม่เจ็บแล้ว?

อีกอย่าง ทำไมร่างกายรู้สึกสบายมาก?

เธอหันมองรอบตัวไปมาอย่างงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ก่อนหน้านี้

เฉินเยว่ฉินลุกขึ้นด้วยสายตาตื่นตัวและดูเป็นปฏิปักษ์กับโจวอี้ จากนั้นก็รีบวิ่งไปหาถังเหมียวเหมี่ยว และกอดเด็กหญิงไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง

“นี่ ผมช่วยคุณแล้วนะ มาคุยกันก่อนเถอะ หยุดจ้องผมเหมือนคนบ้าได้ไหม?” โจวอี้ส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น

หมายความว่ายังไงนะ?

เขาช่วยฉัน?

เฉินเยว่ฉินมองบรรดาครูที่อยู่ตรงประตูห้องเรียน และพบว่าสีหน้าของพวกเขาดูตกตะลึง

บทที่ 3 พบคนรักเก่า (รีไรท์)

บทที่ 3 พบคนรักเก่า (รีไรท์)

เฉินเยว่ฉินรู้สึกสับสนขึ้นมา
แต่การแสดงออกของเพื่อนร่วมงานก็ตอบทุกความสงสัยแล้ว…

เธอพบว่ามันยากที่จะยอมรับว่าถูก ‘คนบ้า’ ช่วยไว้

นอกห้องเรียนมองเห็นเพียงรถตำรวจสองคันกำลังพุ่งเข้ามา โดยมีตำรวจหกถึงเจ็ดคนในชุดเครื่องแบบพร้อมอาวุธ พวกเขารีบออกจากรถและตรงเข้าไปในห้องเรียนด้วยการนำทางของครู

“ใครคือผู้ต้องสงสัย?” ตำรวจวัยกลางคนเลื่อนมือจับปืนที่เอว ขณะกวาดตามองที่เกิดเหตุในห้องเรียนด้วยแววตาดุดันและถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"นั่น…" เฉินเยว่ฉินยกแขนขึ้นชี้ไปที่โจวอี้ แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอจนเอ่ยอะไรไม่ออก

เมื่อโจวอี้เห็นตำรวจ แทนที่เขาจะตื่นตระหนก กลับเผยท่าทีมีความสุขออกมาเสียอย่างนั้น

‘กฎข้อที่ 5 ของตระกูลโจวในการออกจากภูเขา ตำรวจของประชาชนเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ หากพบปัญหาจงไปหาตำรวจ’

รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโจวอี้อีกครั้ง เมื่อเดินไปหาตำรวจผู้เป็นผู้นำ เขาก็พูดอย่างกระตือรือร้นว่า “โอ้ ๆ คุณตำรวจ ขอบคุณมาก ๆ นะครับที่มา ผมต้องการความช่วยเหลืออยู่พอดี”

"นี่คุณ…"

เจิ้งเจี้ยนหมิง ในฐานะรองผู้อำนวยการสถานีตำรวจในบริเวณใกล้เคียงเคยเจอคดีอาญาต่าง ๆ มามากมาย แต่สถานการณ์ตรงหน้านี้ทำให้เขาสับสนอย่างหนัก
นี่คือผู้ต้องสงสัย?
เขาเหมือนผู้ต้องสงสัยตรงไหนกัน?
แทนที่จะถืออาวุธจับตัวประกัน แต่กลับทำหน้าระรื่นและยังร้องขอความช่วยเหลือ!

“วางมือลงก่อน แล้วบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้น” เจิ้งเจี้ยนหมิงขมวดคิ้ว

“ครับ ครับ ผมยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับตำรวจของประชาชน” โจวอี้ลดมือลง แต่รอยยิ้มยังคงประทับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เขากล่าวต่อไปว่า “ผมคิดว่านี่เป็นความเข้าใจผิดกัน เพราะในฐานะพ่อแม่ ผมมาที่นี่เพื่อพบลูกสาว แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข้างนอกนั่นทุบตี แถมคุณครูพวกนี้ยังมองว่าผมเป็นคนบ้าด้วย ผมรู้สึกผิดเหลือเกิน…”

เฉินเยว่ฉินและครูคนอื่น ๆ มองหน้ากัน

นี่คือ… คนบ้าที่ชิงฟ้องตำรวจก่อนใช่ไหม?

เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แล้วเขากลายเป็นผู้ถูกกระทำได้อย่างไร

ครูกลุ่มหนึ่งไม่พอใจและเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ ในขณะที่เฉินเยว่ฉินรู้สึกอับอาย

เจิ้งเจี้ยนหมิงผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคดีย่อมไม่ฟังความคิดเห็นฝ่ายเดียว เขาค่อย ๆ ทำความเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด และเชิดหน้าขึ้นพูดด้วยความน่าเกรงขาม “คุณคือโจวอี้ใช่ไหม เรารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของคุณจริง ๆ นั่นก็เข้าใจได้ แต่ถ้าโกหก ก็ถือว่าเป็นอาชญากรรม”

“ผมไม่ได้ก่ออาชญากรรม พ่อแม่ของเด็กมีสิทธิ์มาเยี่ยมลูก ถึงแม้ว่าผมจะเคยอยู่บนภูเขามาก่อน แต่อาจารย์ขอให้ท่องบทบัญญัติกฎหมาย ผมก็เลยรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตามกฎวินัยต่าง ๆ มาอย่างดี” โจวอี้ยืดอกขึ้นและกล่าวเสริมว่า "ถังหว่านเป็นพยานได้ว่าผมเป็นพ่อของเด็ก"

ถังหว่าน …คือใคร?

ชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ ไหม?
เจิ้งเจี้ยนหมิงมองไปที่เฉินเยว่ฉินเป็นเชิงถาม

“คุณตำรวจคะ ถังหว่านเป็นแม่ของเด็ก!” เฉินเยว่ฉินกล่าวอย่างเร่งรีบ

เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว เจิ้งเจี้ยนหมิงก็พูดขึ้นทันที "ติดต่อถัง…เอ่อ ติดต่อแม่ของเด็กคนนี้และถามว่าเขาเป็นพ่อของเด็กใช่ไหม"

“เราติดต่อไปแล้ว …เธอน่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้” เฉินเยว่ฉินตอบ

ณ เขตซวนอู่ บ้านบรรพบุรุษของตระกูลหวง

ลึกเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีทางเข้าสี่ทางและทางออกสี่ทาง เสียงไอดังเล็ดลอดออกมาเป็นครั้งคราว

ภายในพื้นที่ลานบ้านที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ หวงไห่เทาสวมสูทเรียบง่าย เท้าสองข้างเดินย่ำหิมะไปมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล
แกรก…

ประตูไม้สีเข้มถูกเปิดออกจากด้านใน คนคนนั้นคือเฉินเจี้ยนหรง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวสะอาดก้าวเดินออกมาพร้อมกับกล่องยา ขณะที่สายตากวาดไปจับจ้องหวงไห่เทาซึ่งบนหัวมีแต่หิมะ ทั้งยังเผยสีหน้ากระวนกระวายใจ

“หมอเฉิน คุณปู่ของผม…” หวงไห่เทามองท่าทีของเฉินเจี้ยนหรง หัวใจเขาแทบหยุดเต้น

“ผมไม่สามารถรักษาให้หายจากโรคเดิมได้ ทำได้แค่ฝังเข็มให้ก่อน และสั่งยาเพื่อให้อาการของเขาคงที่ชั่วคราว” เฉินเจี้ยนหรงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า "ถ้าต้องการรักษาโรคของผู้อาวุโสหวง… คุณจะต้องเชิญปรมาจารย์แพทย์แผนจีนมา ไม่อย่างนั้นก็ทำได้แค่…"

"ผมทำอะไรได้บ้าง?" หวงไห่เทาเอ่ยอย่างร้อนใจ

“เราสามารถตามหาหมอที่เคยรักษาผู้อาวุโสหวงได้ คนคนนั้นเคยรักษาเขาได้ ถ้าจะกลับมารักษาตอนนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา” เฉินเจี้ยนหรงกล่าว

คนที่เคยรักษา….

หวงไห่เทาคล้ายกับมีความหวัง แต่ก็ขมขื่นยิ่งนัก

เป็นเรื่องยากที่จะเชิญปรมาจารย์แพทย์แผนจีนมา ไหนจะตาแก่นั่นอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าเขาจะลงจากภูเขา หรือถ้าเต็มใจลงมาละก็ หวงไห่เทาคนนี้จะมีหน้าไปเชิญได้อย่างไร?

จนถึงตอนนี้ ตระกูลหวงของเขายังคงเป็นหนี้อีกฝ่ายอยู่!

"หมอเฉิน…"

กริ๊ง…

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ
เขาส่งสายตาเป็นเชิงขอโทษให้เฉินเจี้ยนหรง จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาก็ตื่นตระหนกจนพึมพำชื่อที่คุ้นเคยออกมา

ครู่ต่อมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนอนุบาล?
แจ้งตำรวจ?

หลังจากที่หวงไห่เทาวางสายแล้ว เขาก็หันไปหาเฉินเจี้ยนหรง "หมอเฉิน ได้โปรดให้ยาคุณปู่ไปก่อนเพื่อให้อาการคงที่ แล้วผมจะคิดหาวิธีทีหลัง"

"อืม!" เฉินเจี้ยนหรงเองก็เห็นด้วย

เวลานี้รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ขับเข้าไปในโรงเรียนนานาชาติ ถังหว่านที่นั่งอยู่ในรถมองเห็นเหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าโรงเรียนได้อย่างชัดเจน

เมื่อลงจากรถ เธอก็รีบวิ่งเข้าไป

สีหน้าของถังหว่านเต็มไปด้วยความกังวลขณะวิ่งไปที่ประตูห้องเรียนลูกสาว เมื่อมองไปยังประตูห้องเรียนที่มีคนขวางอยู่ เธอจึงร้องเรียกลูกสาวอย่างคนเสียสติ ก่อนที่ทุกคนจะหลีกทางให้

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องเรียน เธอก็กวาดสายตามองหาลูกสาวทันที

“เหมียวเหมี่ยว ลูกเป็นไงบ้าง?” เมื่อเห็นบุตรสาว ถังหว่านก็รีบวิ่งเข้าไปกอดถังเหมียวเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขน
“แม่คะ หนูสบายดี” ถังเหมียวเหมี่ยวกล่าวเสียงค่อย
ถังหว่านโล่งใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทำให้เวลานี้เธอเริ่มสนใจคนรอบข้างขึ้นมา
แต่เมื่อหางตาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ม่านตาของเธอก็พลันหดเกร็ง คล้ายกับเห็นบางสิ่งที่เหลือเชื่อจึงกอดลูกสาวไว้แน่นยิ่งขึ้น

เป็นเขา!

ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม!

แต่ลงมาจากภูเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?

ไม่ได้บอกว่าจะขออยู่บนภูเขาแสนอันตรายอะไรนั่นหรือไง ทั้งยังบอกว่าจะไม่มีวันลงมา เฮอะ! นึกว่าจะตายอยู่ที่ภูเขาชางหลางนั่นซะอีก
เขามาเพื่อพรากลูกสาวของเธอไปใช่ไหม?

โจวอี้จ้องมองถังหว่าน เขารู้สึกคล้ายกับว่านี่เป็นถังหว่าน แต่ความงามนั้นเกินกว่าที่จะพรรณนาในยามที่ทั้งสองเคยแอบชิมผลไม้ต้องห้าม

พูดง่าย ๆ ก็คือยิ่งนานวันเข้า ความงามก็ยิ่งบานสะพรั่ง!

“คุณคือถังหว่านใช่ไหม แม่ของเด็กคนนี้?” เจิ้งเจี้ยนหมิงมองไปที่คนสองคนแล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังถามต่อไป

“ใช่ ฉันเป็นแม่ของเหมียวเหมี่ยวค่ะ” ถังหว่านตอบ

“แล้วคุณโจวเป็นพ่อของเด็กเหรอ?” เจิ้งเจี้ยนหมิงถามอีกครั้งโดยไม่รีรอ
ทุกคนในห้องเรียนต่างมองมาที่ถังหว่านทันที หูก็เงี่ยฟังคำตอบไปด้วย…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...