อินโดเตรียมตีตลาดจีน หลังจีนพบทุเรียนไทยมีปัญหา ‘พาณิชย์’ แนะรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาทุเรียนปนเปื้อน เพื่อความเป็นผู้นำในตลาดทุเรียนโลก
The Structure
อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 18.30 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 09.38 น. • The Structureกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่าอินโดนีเสียอาศัยจังหว่ะจากการที่จีนปฏิเสธ ตู้คอนเทนเนอร์ทุเรียนจากไทยกว่า 100 ตู้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากพบการปนเปื้อนของ สารสีย้อมก่อมะเร็ง “Basic Yellow 2” (BY2) ทำให้ทางการจีนตัดสินใจส่งคืนสินค้าดังกล่าว และประกาศขึ้นบัญชีดำผู้ส่งออกไทยบางราย
โดยลิเฟอร์ดี ลุกมาน (Liferdi Lukman) ผู้อำนวยการฝ่ายพืชสวนดอกไม้ กระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ระบุว่า “สถานการณ์นี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับอินโดนีเซียในการส่งออกทุเรียนไปยังจีนโดยตรง” โดยขณะนี้ อินโดนีเซียกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการเจรจาเพื่อเปิดตลาดส่งออกทุเรียนไปยังจีน
และกล่าวว่ากระบวนการเข้าถึงตลาดจีนยังคงต้องผ่านการลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ เกี่ยวกับการส่งออกทุเรียนในรูปแบบแช่แข็ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในเดือนหน้า
ซึ่งนอกจากการส่งออกทุเรียนแช่แข็งแล้ว อินโดนีเซียยังเตรียมความพร้อมที่จะส่งออกทุเรียนสดไปยังประเทศจีนด้วย โดยสำนักงานศุลกากรจีนมีกำหนดการตรวจสอบสวนทุเรียนและโรงคัดบรรจุในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568
ลุกมานกล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2566 อินโดนีเซียมีผลผลิตทุเรียนสูงถึง 1.83 ล้านตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตทุเรียนเพื่อรองรับความต้องการของตลาดจีน
DITP รายงานว่า แม้จะมีอุปสรรคและความท้าทาย แต่ไทยยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาดทุเรียนโลก โดยมีสัดส่วนการผลิตและการส่งออกที่สูงที่สุด ในขณะที่อินโดนีเซียและเวียดนามกำลังก้าวเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามที่ใช้ข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและความนิยมของพันธุ์หมอนทองในการขยายส่วนแบ่งตลาด
แต่ถึงแม้ว่าอินโดนีเซียจะมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดทุเรียน แต่การส่งออกทุเรียนสดของอินโดนีเซียไปยังจีนยังคงเผชิญกับอุปสรรคด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากระยะทางที่ไกลกว่าเมื่อเทียบกับไทยและเวียดนาม อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซียยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตข้าวและน้ำตาลมากกว่า ทำให้โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมทุเรียนยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก
แต่ถึงแม้ว่าการสนับสนุนจากภาครัฐยังมีจำกัด แต่ในบางภูมิภาคของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะ จังหวัดสุลาเวสีกลาง ได้เริ่มปลูกและส่งออกทุเรียนหมอนทองไปยังจีนแล้ว
DITP ให้ข้อคิดเห็นว่า อินโดนีเซียเร่งขยายการส่งออกทุเรียนไปยังจีน หลังไทยเผชิญปัญหาการปนเปื้อนสาร Basic Yellow 2 (BY2) ด้วยศักยภาพการผลิตทุเรียนของอินโดนีเซียที่สูงถึง 1.83 ล้านตันในปี 2566 อินโดนีเซียจึงดำเนินการเจรจากับจีนอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันข้อตกลงด้านการส่งออกทุเรียนแช่แข็ง ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามภายในเดือนหน้า
อีกทั้งยังเตรียมรับการตรวจสอบโรงบรรจุสินค้าในจังหวัดสุลาเวสีกลาง (Central Sulawesi) จากศุลกากรจีน (GACC) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 อย่างไรก็ตาม การส่งออกทุเรียนของอินโดนีเซียไปจีน ยังคงเผชิญกับอุปสรรคด้านโลจิสติกส์รวมถึงความรู้ด้านการเก็บรักษา ส่งผลให้ทุเรียนสดมีอายุการเก็บรักษาเพียง 5 วัน ทำให้แข่งขันกับไทยและเวียดนามได้ยาก
ซึ่งมีความได้เปรียบในด้านนี้ รวมถึงระยะทางที่ใกล้กับจีนมากกว่า อินโดนีเซียจึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเก็บรักษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันด้านการส่งออก
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกหลักในการส่งออกทุเรียนไปทั่วโลก คิดเป็นร้อยละ 63 ของการค้าทุเรียนโลก ปี 2567 ไทยส่งออกทุเรียนไปจีน 859,183 ตัน มูลค่า 3,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 13 จาก 991,577 ตัน มูลค่า 4,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า
สถานการณ์ดังกล่าวมีผลจากการปนเปื้อนสาร ส่งผลให้จีนเพิ่มมาตรการด้านคุณภาพสินค้าอย่างเข้มงวดต่อการนำเข้าทุเรียนจากไทย
อย่างไรก็ตาม ไทยยังได้เปรียบในด้านโลจิสติกส์และการเก็บรักษา แต่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาและการขนส่งให้ดียิ่งขึ้น เพื่อคงสถานะความเป็นผู้นำในตลาดทุเรียนโลก เหนือกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีความสามารถในการผลิตทุเรียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น
รายงานฉบับเต็มของ DITP – https://www.ditp.go.th/post/195682