โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮ่องกงแทรกแซงค่าเงินในรอบ 5 ปี สกัดดอลล์ฮ่องกงแข็งค่า หลังเทรดวอร์กดดันอัตราแลกเปลี่ยน-นลท.แห่แลกเตรียมเทรดหุ้นฮ่องกง

efinanceThai

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 07.23 น.

ฮ่องกงแทรกแซงค่าเงินในรอบ 5 ปี สกัดดอลล์ฮ่องกงแข็งค่า หลังเทรดวอร์กดดันอัตราแลกเปลี่ยน-นลท.แห่แลกเตรียมเทรดหุ้นฮ่องกง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 68 14:23 น.

ธนาคารกลางฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority - HKMA)เข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐ เป็นวงเงิน 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (60,500 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง) เพื่อสกัดการแข็งค่าของดอลลาร์ฮ่องกงไม่ให้เกินกรอบบนของอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ (7.757.85 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อดอลลาร์สหรัฐ) โดยเป็นการเข้าแทรกแซงตลาดเงินเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2020

ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค.) HKMA ได้ขายดอลลาร์ฮ่องกงไปแล้ว 56,100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อควบคุมการแข็งค่าของดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่สกุลเงินในเอเชียแข็งค่าเหนือความคาดหมาย ท่ามกลางความหวังว่า จีนและสหรัฐฯ สองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า และจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะที่เป็นข้อยกเว้นของเศรษฐกิจอเมริกา (US Exceptionalism) ซึ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์

การที่ HKMA เทขายดอลลาร์ฮ่องกงออกมาเป็นจำนวนมาก ช่วยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในฮ่องกงซึ่งเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อจองซื้อหุ้นของบริษัท Contemporary Amperex Technology Co. Ltd (CATL) ผู้ผลิตและพัฒนาแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน ซึ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO เข้าเทรดในฮ่องกง โดยคาดว่าจะเป็นการเทรดที่ระดมทุนได้มากที่สุดของฮ่องกงในรอบหลายปี

ความต้องการดอลลาร์ฮ่องกงในตลาดทุนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากนักลงทุนจีนย้ายเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ นอกจากนี้ การแปลงสกุลเงินเพื่อจ่ายเงินปันผลของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงยังเป็นปัจจัยที่หนุนความต้องการดอลลาร์ฮ่องกงด้วย

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...