โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: กลืนยาสีฟันเสี่ยงสมองเสื่อม จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 03.16 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 20.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

22 เมษายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประโยชน์ของฟลูออไรด์ต่อสุขภาพฟันเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในสหรัฐฯ โดยอ้างว่ายาสีฟันผสมฟลูออไรด์ไม่ปลอดภัย เพราะมีคำเตือนให้ระวังการใช้สำหรับเด็ก ส่วนขนาดที่ใช้สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งมีปริมาณฟลูออไรด์ถึง 5,000 ppm เพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ โดยการทดลองพบว่า ฟลูออไรด์ปริมาณสูงทำให้หนูทดลองเสียชีวิตมาแล้ว

บทสรุป :

1.ปริมาณฟลูออไรด์ที่เผลอกลืนจากการแปรงฟันในแต่ละวัน ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ
2.ยาสีฟันปริมาณฟลูออไรด์ 5000 ppm ใช้สำหรับผู้ป่วยฟันผุรากฟันเท่านั้น
3.ไม่มีงานวิจัยเชื่อมโยงฟลูออไรด์กับอาการสมองเสื่อม

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ไม่มีงานวิจัยเชื่อมโยงฟลูออไรด์กับอาการสมองเสื่อม

คริสตีน ทีล นักประสาทจิตวิทยา ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยยอร์ก ประเทศแคนาดา ยืนยันว่า ตั้งแต่ทำการศึกษาเกี่ยวกับฟลูออไรด์มาหลายปี ไม่พบว่าหลักฐานที่พบว่าการแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ มีความเกี่ยวข้องกับอาการสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์แต่อย่างใด

หน่วยงานสุขภาพช่องปากจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ก็ยืนยันเช่นกันว่า ไม่พบรายงานการใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างถูกวิธี กับปัญหาทางสุขภาพเช่นกัน

ส่วนการอ้างว่ามีหนูทดลองตายเพราะรับฟลูออไรด์ปริมาณสูง แท้จริงแล้วเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนูทดลองที่สัมผัสก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ไม่ใช่ฟลูออไรด์ที่ใช้เพื่อการทันตกรรม

ยาสีฟันปริมาณฟลูออไรด์ 5000 ppm ใช้สำหรับผู้ป่วยฟันผุรากฟัน

ส่วนการอ้างว่ายาสีฟันฟลูออไรด์สำหรับผู้ใหญ่ มีฟลูออไรด์สูงถึง 5000 ppm ก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากยาสีฟันฟลูออไรด์ที่จำหน่ายในท้องตลาดส่วนใหญ่มีปริมาณฟลูออไรด์ที่ 1,000-1,500 ppm เท่านั้น

โดยยาสีฟันฟลูออไรด์ 5000 ppm จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงฟันผุหรือฟันผุรากฟัน ซึ่งแพทย์ต้องสั่งจ่ายเท่านั้น ไม่สามารถซื้อได้เองตามร้านขายยา

ระดับฟลูออไรด์ที่ทำให้เสียชีวิต

ข้อมูลของ CDC อ้างอิงงานวิจัยที่ศึกษาการเสียชีวิตจากสัมผัสฟลูออไรด์ในปริมาณสูง โดยพบว่าระดับฟลูออไรด์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 32-64 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ระดับฟลูออไรด์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตสำหรับเด็กอยู่ที่ 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ระบุว่า การบีบยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,000 ppm หนึ่งครั้ง มีปริมาณเท่ากับ 1 ใน 4 ช้อนชา

เท่ากับว่าการแปรงฟัน 1 ครั้ง จะได้รับปริมาณ ฟลูออไรด์ 1.3 มิลลิกรัม

โดยพบว่าประชากรแต่ละช่วงอายุกลืนฟลูออไรด์จากการใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,000 ppm ในแต่ละวันแตกต่างกันตามช่วงวัย ดังนี้

เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 5 ขวบ กลืนฟลูออไรด์ในยาสีฟันเฉลี่ยวันละ 0.1-0.25 มิลลิกรัม
เด็ก 6-12 ขวบ กลืนฟลูออไรด์ในยาสีฟันเฉลี่ยวันละ 0.2-0.3 มิลลิกรัม
ผู้ใหญ่ กลืนฟลูออไรด์ในยาสีฟันเฉลี่ยวันละ 0.1 มิลลิกรัม

ดังนั้น ต่อให้มีการกลืนยาสีฟันฟลูออไรด์ 5000 ppm ร่างกายก็จะได้รับฟลูออไรด์เพียง 0.5 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยกว่าระดับฟลูออไรด์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตที่กำหนดโดย CDC อย่างมาก

วิธีปฐมพยาบาลเผลอกินยาสีฟันฟลูออไรด์

แม้จะเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยาสีฟันก็เป็นหนึ่งในยาที่มีข้อบ่งใช้ และส่งผลต่อสุขภาพหากใช้อย่างผิดวิธี

ข้อมูลของ CDC ระบุว่า ในกรณีที่เด็กเผลอกินยาสีฟันฟลูออไรด์ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณกระเพาะอาหารและระบบทางเดินอาหาร นำไปสู่อาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย

หากกินยาสีฟันฟลูออไรด์ในปริมาณมากอาจเป็นอันตราย เนื่องจากฟลูออไรด์จะทำให้ปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมในร่างกายลดต่ำลง วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือการให้เด็กดื่มนมหรือโยเกิร์ต ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยแคลเซียม โดยแคลเซียมจะเข้าไปจับตัวกับฟลูออไรด์ ลดอาการข้างเคียงจากฟลูออไรด์ในระบบทางเดินอาหารได้

ข้อมูลอ้างอิง :

https://apnews.com/article/fact-check-toothpaste-fluoride-dentist-dementia-337743031181
https://leadstories.com/hoax-alert/2024/03/fact-check-fluoride-in-toothpaste-is-not-proven-to-cause-brain-damage-in-adults.html
https://healthfeedback.org/claimreview/scientific-evidence-shows-fluoride-water-toothpaste-safe-at-recommended-levels/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...