โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อย่าหันหลัง’ ให้ประชาธิปไตย ย้อนบทเรียนราคาแพง ปูพรมแดง ‘รัฐประหาร’

VoiceTV

อัพเดต 22 พ.ค. 2566 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2566 เวลา 08.43 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

‘การรัฐประหารแฝด’ ในปี 2549 และ 2557 ยังคงมีผลกระทบมาจนปัจจุบัน การรัฐประหารทั้งสองครั้ง มี ‘ปีศาจทักษิณ’ เป็นตัวละครหลัก และเป็นโจทย์หลักในการออกแบบรัฐธรรมนูญจนบิดเบี้ยวอย่างยากจะปฏิเสธ

แต่รัฐประหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากประชาชนไม่ให้การยอมรับ ในวาระครบรอบ 9 ปี รัฐประหารโดย คสช. เส้นทางการยอมรับ การให้ ‘ความชอบธรรม’ ต่อการรัฐประหารเกิดขึ้นได้อย่างไร เราเองมีส่วนร่วมแค่ไหน และสำคัญกว่าคือ จะสรุปบทเรียนนั้นอย่างไร

หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ไม่นาน พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2554 ผลคือ พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ พร้อมพ่วงมากับคำวิจารณ์ว่า นี่คือการสืบทอดอำนาจผ่านตระกูลการเมือง และเป็นร่างทรงของพี่ชาย ‘ทักษิณ ชินวัตร’

ข้อกล่าวหาข้างต้น ก็ยังไม่ใช่ปัจจัยที่สั่นคลอนรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ได้เท่ากับการยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง เมื่อปลายปี 2556 โดยหวังจะสร้างความสมานฉันท์ให้แก่ทุกฝ่าย แต่มันกลับสร้างความขัดแย้งสูงจนถูกขนานนามว่า ‘พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเหมาเข่ง’ หรือ ‘นิรโทษกรรมสุดซอย’

เสียงคัดค้านเกิดขึ้นในวงกว้าง ทั้งจากกลุ่มสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บางส่วน ภาคประชาสังคม และกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดการลุกฮือประท้วงต่อต้านของกลุ่มที่ชื่อว่า ‘คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)’ นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ กปปส. โดยใช้ ‘นกหวีด’ เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้าน

การประท้วงเริ่มขยายตัวกว้างขวาง ในที่สุดรัฐบาลของยิ่งก็ยอมถอย โดยการถอนร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม และ พ.ร.บ. ปรองดอง ทั้งหมดรวม 6 ฉบับ ออกจากระเบียบวาระการประชุม เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2556

ถึงแม้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่การชุมนุมของ กปปส. กลับเดินหน้าต่อการชุมนุมยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดแล้ว ‘ยิ่งลักษณ์’ นายกรัฐมนตรี จึงออกมาแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ด้วยการประกาศยุบสภาในวันที่ 9 ธ.ค. 2556 และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ. 2557

“ดิฉันได้ฟังมาตลอดกับการร้องขอของผู้ชุมนุม การที่กล่าวถึงทั้งตระกูลนั้น ดิฉันก็ถือว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน จะถึงขนาดไม่ให้อยู่บนแผ่นดินไทยเลยหรือ เราจะเป็นกันอย่างนี้หรือ ดิฉันก็ถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว ก็ขอความเป็นธรรมด้วย ขอบคุณคะ” ยิ่งลักษณ์ กล่าวในงานแถลงข่าว เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2556 ณ สโมสรทหารบก

ปฏิบัติการพิเศษของผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2557 สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำมวลชนบุกปิดสถานที่ราชการ 7 แห่ง คือ

  • สวนลุมพินี
  • แยกอโศก
  • แยกราชประสงค์
  • อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • ห้าแยกลาดพร้าว
  • ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
  • แยกปทุมวัน

โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในปี 2554 ต้อง ‘ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’ ตั้งสภาประชาชนขึ้นมาเพื่อปฏิรูปประเทศ

คุกคามสื่อ - บุกยึดสถานีโทรทัศน์

หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า การคุกคามสื่อในช่วงเวลานั้นก็เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งการเคลื่อนขบวนบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์ ทั้งช่อง 3, 5, 7, 9, 11 ไทยพีบีเอส และกรมประชาสัมพันธ์ หลักๆ แล้วเพื่อเชื่อมสัญญาณเพื่อถ่ายทอดสดการเคลื่อนไหวและแถลงการณ์ของกลุ่ม กปปส. และห้ามนำเสนอข่าวของฝ่ายรัฐบาล ยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญ ดังนี้

  • 25 พ.ย.2556 กปปส. ชุมนุมหน้าตึกมาลีนนท์ หรืออาคารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เรียกน้องให้สื่อนำเสนอข่าวอย่าง ‘เป็นกลาง’ และเลิกนำเสนอข่าวเกี่ยวกับระบอบทักษิณ ในวันนั้นมีการมอบดอกไม้และนกหวีดพร้อมเรียกร้องแกมกดดันให้ สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป่านกหวีดต่อหน้ามวลชน ในที่สุดสรุยทธก็ยอมเป่านกหวีด พร้อมกับประกาศว่า การเป่านี้ไม่ได้หมายถึงการตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะตนต้องทำหน้าที่สื่อ ก่อนที่จะกลับเข้าอาคารมาลีนนท์เพื่อจัดรายการ
  • 1 ธ.ค. 2556 สกลธี ภัทธิยกุล แกนนำ กปปส. นำมวลชนบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เรียกร้องให้มีการเกี่ยวสัญญาณกับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบูลสกาย เพื่อให้ฟรีทีวีทั้งหมดร่วมกันถ่ายทอดสดการชุมนุมของ กปปส. พร้อมทั้งขู่ว่า หากไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง จะให้ ‘จอดำ’ แต่ ไทยพีบีเอส ยืนยันว่าจะไม่ยอมอยู่ใต้บังคับของกลุ่มผู้ชุมนุม
  • 24 ก.พ. 2557 พุทธะอิสระ นำขบวนมวลชน กปปส.ปิดทางเข้า - ออก หน้าสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี หลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศว่าจะยกระดับการชุมนุมขั้นแตกหักไล่ทุบธุรกิจในเครือข่ายตระกูลชินวัตร โดยพระพุทธะอิสระขู่ว่าจะปักหลักนอนค้างคืน หากไม่ให้ชาวนาได้ชี้แจงผ่านรายการของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี หลังอ้างว่าวอยซ์ทีวี รายงานข่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงว่าชาวนาที่มาชุมนุมกับ กปปส.เป็นชาวนาปลอม ทันทีที่พระพุทธะอิสระ มาถึงสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ก็เรียกร้องให้ผู้บริหารสถานีนำดอกไม้ ธูปเทียนมาขอขมา
  • 20 พ.ค. 2557 ทหารได้ทำการบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์อย่างน้อย 10 แห่ง รวมทั้ง MV5, DNN, UDD TV, Asia Update, P&P Channel, 4 Channel, Bluesky TV, FMTV, T News และ ASTV สั่งห้ามไม่ให้ออกอากาศ
  • 21 พ.ค. 2557 ทหารบุกเพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ Voice TV,Hot TV, Rescue Satellite TV และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของเครือข่ายนักศึกษา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

ปฏิรูปหลังการเลือกตั้ง พรมแดงสู่รัฐประหาร

หลัง ยิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.พ.2557 ความร้อนแรงทางการเมืองก็ไม่มีทีท่าจะลดลง กลับกัน กลุ่ม กปปส. ได้ทำการยกระดับข้อเรียกร้องไปเรื่อยๆ และผลักดันไปสู่ ‘การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’ และตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน ได้แก่

  • ปฏิรูปการเมือง และกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อให้กฎเกณฑ์และกติกากฎหมายบริสุทธิ์
  • ปฏิรูปกระบวนการวิธีการ ในการแก้ไขป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน
  • ปฏิรูประบบราชการของไทย กระจายอำนาจจากส่วนกลางให้ถึงมือประชาชน กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
  • ปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม
  • ปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม

“พวกเราไม่ได้ต้องการช่วงชิงอำนาจรัฐบาล เพราะการตั้งรัฐบาลชั่วคราวผมก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ทำงานเสร็จก็กลับบ้านไม่ลงเลือกตั้งอีก และอาจเสนอว่าใครที่มาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลจะไม่ต้องลงเลือกตั้ง ให้เว้นวรรค 1-2 สมัย รวมทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติด้วยเพื่อความบริสุทธิ์ และเมื่อวางกฎเกณท์เสร็จก็จะพิมพ์เขียวต่างคนกลับไปทำอาชีพตนเอง สำหรับระบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าดี แต่ตอนนี้ก็คิดว่าไม่ใช่แล้ว เพราะมีทั้งเจ้าของบ่อน นักเลง มีคนดีน้อยมาก รวมทั้งพวกที่ร่วมลงหุ้นกับพรรคการเมืองก็มาอยู่ในบัญชีรายชื่อทั้งนั้น เชื่อว่าขณะนี้รัฐบาลไม่มีทางไป ไม่มีทางอยู่ได้แล้ว จะเอาหน้าหรือหัวลง หรือวิธีไหนก็เร็วๆ นี้” สุเทพ กล่าวเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2556 ในเวทีกิจกรรม สานพลังสู่การปฏิรูป

วิธีการสำคัญที่ กปปส.ใช้คือ ขัดขวางไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง จนเรียกได้ว่า ครั้งนั้นเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ทุลักทุเลที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย วิธีการก็คือ ‘ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง’ ดังนี้

9 ธ.ค. 2556 ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา โดยหวังว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. จะยุติลง

15 ธ.ค. 2556 สุเทพ ประกาศเตือนยิ่งลักษณ์ว่า “ไม่มีทางได้เลือกตั้ง”

21 ธ.ค. 2556 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศคว่ำบาตรการเลือกตั้ง และงดส่งผู้สมัครทุกเขต

26 ม.ค.2557 (วันเลือกตั้งล่วงหน้า) กลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้นกหวีดเป็นสัญลักษณ์จนได้รับการขนานนาม ‘ม็อบนกหวีด’ กระจายตัวปิดล้อมคูหาเลือกตั้งหลายแห่ง ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 440,000 คนไม่สามารถใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้

28 ม.ค. 2557 สุเทพ สั่ง กปปส. ทุกจังหวัด เตรียมการล้มเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ขณะเดียวกัน กปปส. สงขลา ได้ปิดล้อมไปรษณีย์หาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถกระจายบัตรเลือกตั้งใน 5 จังหวัดภาคใต้ได้

1 ก.พ. 2557 (ก่อนการเลือกตั้ง 1 วัน) ระหว่างที่ผู้ชุมนุม กปปส. ปิดกั้นการส่งหีบเลือกตั้งจากสำนักงานเขตหลักสี่ มีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลราว 200 คน มาชุมนุมเผชิญหน้าคัดค้านกลุ่ม กปปส. การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดความตึงเครียดถึงขั้นใช้อาวุธปืนยิงโต้ตอบกันหลายนัด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน เสียชีวิต 1 คน คือ ‘ลุงอะแกว’ วัย 72 ปี ที่ไปสังเกตการณ์อยู่บริเวณหลักสี่ เนื่องจากเป็นห่วงลูกสาวที่ทำงานขายอาหารอยู่ภายในห้างไอทีสเเควร์จึงเข้าไปในพื้นที่ปะทะ โดยอยู่ฝั่งผู้ชุมนุมสนับสนุนการเลือกตั้ง เขาถูกยิงจนกลายเป็นอัมพาตเกือบ 8 เดือนก่อนเสียชีวิตในที่สุด

2 ก.พ. 2557 (วันเลือกตั้ง) สามารถเปิดคูหาเลือกตั้งได้เพียง 83,813 หน่วย จาก 93,952 หน่วย คิดเป็น 89.2 % ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 20 ล้านคน จาก 48 ล้านคน และมีบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนถึง 3.4 ล้านใบ

(กกต. รายงานในภายหลังว่า สามารถจัดการเลือกตั้งได้ 68 จังหวัด มีผู้มาใช้สิทธิ 20,530,359 คน หรือ 47.72 % ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งของทั้ง 68 จังหวัด และมี 9 จังหวัด ที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้)

21 มี.ค. 2557 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ‘ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ’ เหตุเพราะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวได้ โดยมีมติ 6 ต่อ 3 ให้การเลือกตั้งเป็น ‘โมฆะ’

สร้างทางตัน สู่รัฐประหาร 2557

แนวคิด ‘ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’ และปฏิบัติการปิดคูหาเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งโมฆะ ถือได้ว่า เป็นการปูพรมแดงอัญเชิญทหารเข้าสู่การเมือง โดย คสช.ได้ใช้เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองนี้มาอ้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหาร และครองอำนาจต่อเนื่องยาวอีกหลายปี

20 พ.ค.2557 เมื่อสถานการณ์ถูกบ่มจนสุกงอมได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกฎอัยการศึกในรูปของประกาศกองทัพบก เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ชุมนุมทั้ง กปปส. และ นปช. (จัดชุมนุมที่ถนนอักษะ) ยังไม่มีทีท่าจะยุติการชุมนุม พร้อมทั้งตั้งตนเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหา

21 พ.ค. 2557 รัฐบาลรักษาการแถลงว่า ‘ไม่ได้รับการปรึกษาเกี่ยวกับการตัดสินใจของกองทัพ’ ต่อมากองทัพแถลงว่าท่าทีดังกล่าวว่า ‘มิใช่การรัฐประหาร’ แต่กลับมีการเรียกตัวแทนของรัฐบาลรักษาการและตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าเจรจาหาทางออก

22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศผ่านทางโทรทัศน์ว่า กองทัพภายใต้การนำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินได้เรียบร้อยแล้ว

นับตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของประชาธิปไตยไทย ชีวิตของประชาชนไทยก็เข้าสู่โหมด ‘ถอยหลัง’ และมีกับดักมากมายที่สร้างไว้ระหว่างทาง จนถึงวันที่จะ ‘เดินหน้า’ ก็ประสบความยากลำบากอย่างยิ่ง ดังที่เห็นในปัจจุบัน

อ้างอิง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...