ย้อนอดีต‘แก๊งออฟโฟร์’ สะท้อน‘สุดโต่ง ฝืนธรรมชาติ’ไปไม่รอด
ย้อนอดีต‘แก๊งออฟโฟร์’ สะท้อน‘สุดโต่ง ฝืนธรรมชาติ’ไปไม่รอด
28 พฤษภาคม 2566 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart หัวข้อ “Gang of 4” มีเนื้อหาดังนี้…
“สภาพการณ์การเมืองไทยตอนนี้ ยังอยู่ในขั้นยัน เป็นช่วงของการต่อรองเพื่อผลประโยชน์และความได้เปรียบทางการเมืองของนักการเมือง จะจบยังไงปล่อยวางไว้ก่อน
น่าเป็นห่วงต่อแนวความคิดของกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกอ้างว่าเป็นมวลชนของคนก้าวหน้า ที่นิยมความรุนแรง ชอบการข่มขู่ ขยันลงถนน แถมชื่นชมแนวคิดพ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงลูก ไม่ถือเป็นบุญคุณที่จะต้องตอบแทน ไม่ต้องนับถือผู้อาวุโสกว่าด้วยการเรียกขาน ลุงป้าน้าอา ให้ใช้สรรพนาม คุณผม แทน
ประการสำคัญ ปลุกระดมต่อต้านให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ที่ใช้ปกป้องสถาบันฯ
อยากสะท้อนพัฒนาทางการเมืองของไทยในเวลานี้ คล้ายๆกับเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นในจีน
ในยุคของการปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน มีกลุ่มบุคคลในพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่พยายามที่จะยึดอำนาจการนำในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและพยายามทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง
กลุ่มนี้ ประกอบด้วย เจียงชิง เมียของประธานเหมาเจ๋อตุง จางชุนเฉียว เหยาเหวินหยวน และหวังหงเหวิน และถูกเรียกว่า Gang of Four หนึ่งหญิงสามชาย เหมือนหรือคล้ายกับเมืองไทยมั้ย
ในช่วงปี 1966 - 1976 แก๊งค์ 4 คนของจีนได้ตั้งกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด ที่มุ่งมั่นทำลายระบบความเชื่อเดิมๆของจีน ทำลายแนวคิดทุนนิยม รื้อเลิกระบบครอบครัว ให้เยาวชนเรดการ์ดตรวจสอบพ่อแม่ ลากพ่อแม่เอาแห่ประจานกลางเมืองในข้อหาเป็นนายทุนจักรวรรดินิยม รวมทั้ง เติ้งเสี่ยวผิง ที่ถือว่าเป็นศัตรูทางการเมือง เป็นตัวแทนของการพัฒนาจีนให้ทันสมัย
แต่สุดท้ายแก๊งค์ออฟโฟร์ถูกกำจัดและติดคุก ผู้นำแนวความคิดทุนนิยม คือ เติ้งเสี่ยวผิง ได้กลับเข้ามามีอำนาจและพัฒนาประเทศจีนด้วยนโยบายสี่ทันสมัย ฟื้นฟูจีนกลับสู่วัฒนธรรมดั้งเดิม
อะไรที่มันสุดโต่ง ไปไม่รอดหรอก. ฝืนธรรมชาติ”
-005