โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนอดีต‘แก๊งออฟโฟร์’ สะท้อน‘สุดโต่ง ฝืนธรรมชาติ’ไปไม่รอด

แนวหน้า

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

ย้อนอดีต‘แก๊งออฟโฟร์’ สะท้อน‘สุดโต่ง ฝืนธรรมชาติ’ไปไม่รอด

28 พฤษภาคม 2566 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart หัวข้อ “Gang of 4” มีเนื้อหาดังนี้…

“สภาพการณ์การเมืองไทยตอนนี้ ยังอยู่ในขั้นยัน เป็นช่วงของการต่อรองเพื่อผลประโยชน์และความได้เปรียบทางการเมืองของนักการเมือง จะจบยังไงปล่อยวางไว้ก่อน

น่าเป็นห่วงต่อแนวความคิดของกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกอ้างว่าเป็นมวลชนของคนก้าวหน้า ที่นิยมความรุนแรง ชอบการข่มขู่ ขยันลงถนน แถมชื่นชมแนวคิดพ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงลูก ไม่ถือเป็นบุญคุณที่จะต้องตอบแทน ไม่ต้องนับถือผู้อาวุโสกว่าด้วยการเรียกขาน ลุงป้าน้าอา ให้ใช้สรรพนาม คุณผม แทน

ประการสำคัญ ปลุกระดมต่อต้านให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ที่ใช้ปกป้องสถาบันฯ

อยากสะท้อนพัฒนาทางการเมืองของไทยในเวลานี้ คล้ายๆกับเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นในจีน

ในยุคของการปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน มีกลุ่มบุคคลในพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่พยายามที่จะยึดอำนาจการนำในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและพยายามทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง

กลุ่มนี้ ประกอบด้วย เจียงชิง เมียของประธานเหมาเจ๋อตุง จางชุนเฉียว เหยาเหวินหยวน และหวังหงเหวิน และถูกเรียกว่า Gang of Four หนึ่งหญิงสามชาย เหมือนหรือคล้ายกับเมืองไทยมั้ย

ในช่วงปี 1966 - 1976 แก๊งค์ 4 คนของจีนได้ตั้งกลุ่มเยาวชนเรดการ์ด ที่มุ่งมั่นทำลายระบบความเชื่อเดิมๆของจีน ทำลายแนวคิดทุนนิยม รื้อเลิกระบบครอบครัว ให้เยาวชนเรดการ์ดตรวจสอบพ่อแม่ ลากพ่อแม่เอาแห่ประจานกลางเมืองในข้อหาเป็นนายทุนจักรวรรดินิยม รวมทั้ง เติ้งเสี่ยวผิง ที่ถือว่าเป็นศัตรูทางการเมือง เป็นตัวแทนของการพัฒนาจีนให้ทันสมัย

แต่สุดท้ายแก๊งค์ออฟโฟร์ถูกกำจัดและติดคุก ผู้นำแนวความคิดทุนนิยม คือ เติ้งเสี่ยวผิง ได้กลับเข้ามามีอำนาจและพัฒนาประเทศจีนด้วยนโยบายสี่ทันสมัย ฟื้นฟูจีนกลับสู่วัฒนธรรมดั้งเดิม

อะไรที่มันสุดโต่ง ไปไม่รอดหรอก. ฝืนธรรมชาติ”

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...